มาตรา 23
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 4649/2548
จำเลยมิได้ยักยอกเงินของโจทก์ที่จังหวัดเชียงราย จำเลยรับเงินและเช็คจากลูกค้าของโจทก์ที่จังหวัดสมุทรปราการแล้วไม่นำส่งให้โจทก์ที่จังหวัดเชียงราย แต่กลับนำเงินและเช็คเข้าบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ธนาคารซึ่งตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร แม้อาจจะเป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์ แต่ความผิดดังกล่าวก็มิได้เกิดขึ้น อ้างหรือเชื่อว่าได้เกิดขึ้นในจังหวัดเชียงราย อันจะทำให้ศาลจังหวัดเชียงรายมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีได้ การที่จำเลยมีเจตนาทุจริต โดยมีการวางแผนยักยอกเงินของโจทก์ที่จังหวัดเชียงราย หลังจาก ส. ถึงแก่ความตายแล้ว
ฎีกาที่ 1330/2532
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1330/2532หลักกฎหมาย: โจทก์ฟ้องต่อศาลจังหวัดปัตตานี ขอให้ลงโทษจำเลยฐานหมิ่นประมาทโจทก์จำเลยได้ยื่นคำร้องขอให้รวมการพิจารณาคดีที่โจทก์ฟ้องเข้ากับคดีที่โจทก์อีกคนหนึ่งฟ้องจำเลยที่ศาลแขวงพระนครเหนือ โดยขอให้โอนคดีไปพิจารณาพิพากษาที่ศาลแขวงพระนครเหนือ แต่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาต เช่นนี้จำเลยหาอาจยื่นคำร้องขอให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ชี้ขาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 6,8 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ได้ไม่ เพราะคดีอาญานั้นมีบทบัญญัติตาม ประมวลกฎหมาย
ฎีกาที่ 603/2520
ความว่า จำเลยที่ 1 ไม่ติดใจที่จะฎีกา โปรดออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดให้จำเลยที่ 1 ด้วยหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องคดีนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกับคดีอื่นอีกหนึ่งสำนวนซึ่งคดีดังกล่าวถึงที่สุดเพียงชั้นศาลอุทธรณ์ โดยเรียกจำเลยทั้งสามในคดีนี้ว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ตามลำดับ และเรียกจำเลยอีกสำนวนหนึ่งว่า จำเลยที่ 4ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340,340 ตรี,83 ฯลฯ ลงโทษตามมาตรา 340 ตรีอันเป็นบทหนัก จำคุกคนละ 27 ปี จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในชั้นสอบ
ฎีกาที่ 279/2504
ศาลล่าง 2 ศาลพิพากษาต้องกันให้คืนฟ้อง ไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 เหตุคดีอาญาเกิดที่จังหวัดศรีสะเกษและจำเลยก็อยู่ในห้องที่จังหวัดศรีสะเกษแต่ตัวโจทก์ต้องควบคุมอยู่ที่จังหวัดพระนคร ดังนี้การที่ศาลอาญาใช้ดุลพินิจไม่อนุญาตให้
ฎีกาที่ 436/2490
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 436/2490หลักกฎหมาย: โจทก์ฟ้องคดีอาญาอ้างบทลงโทษเกินกว่าสิบปี และโทษเบารวมกันมา จำเลยให้การรับสารภาพ โจทก์สืบพะยานประกอบในข้อหาอุกฉกรรจ์ฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้กระทำผิด ศาลก็ลงโทษในข้อหาฐานเมาได้ แม้คำพะยานโจทก์ในข้อหานี้จะไม่มีน้ำหนักก็ตาม เพราะจำเลยให้การรับสารภาพแล้ว ไม่มีกฎหมายบังคับให้สืบพะยานประกอบ เช่น ข้อหาอุกฉกรรจ์โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยสมคบกับนายดอกไม้สักกระบือของเจ้าทรัพย์ไป เจ้าทรัพย์รู้ด้วยออกติดตาม จำเลยกลับยิงต่อสู้เจ้าทรัพย์ ๆ ยิงตอบถูกนายดอกไม้ตาย ส่วนจำเลยหลบหนีไป ข