มาตรา 239
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 846/2534
เมื่อจำเลยทั้งสองอ้างว่า โจทก์ขายลิขสิทธิ์ในเพลงพิพาทให้แก่ป. ต่อมา ป. ขายต่อให้จำเลยที่ 1 อีกทอดหนึ่ง แต่จำเลยทั้งสองไม่มีหลักฐานการซื้อขายลิขสิทธิ์ในเพลงพิพาทระหว่าง ป. กับโจทก์เป็นหนังสือมาแสดงต่อศาล ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พุทธศักราช 2474 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น มาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติว่า ลิขสิทธิ์นั้นโอนได้ แต่การโอนสิทธิหรือใช้ประโยชน์เช่นนั้นไม่สมบูรณ์เว้นแต่จะได้ทำเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อเจ้าของหรือตัวแทนผู้ได้รับมอบอำนาจโดยชอบจากเจ
ฎีกาที่ คำสั่งคำร้อง:1050/2533
ความว่า คดีนี้จำเลยได้ฎีกาว่าฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำ เนื่องจากสิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปแล้ว เพราะในความผิดเดียวกันนี้จำเลยได้ถูกฟ้องเป็น 4 สำนวน ซึ่งในสำนวนอื่นศาลได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องและโดยเฉพาะคดีอาญาหมายเลขดำ ที่3105/2530 หมายเลขแดงที่ 185/2531 ของศาลจังหวัดสมุทรปราการได้ถึงที่สุดแล้ว เพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งประเด็นเป็นไปโดยเที่ยงธรรม จำเลยจึงขออ้างพยานเพิ่มเติมปรากฏตามบัญชีพยานท้าย คำร้องนี้และขอศาลฎีกาได้โปรดมีคำสั่งให้เรียกสำนวนคดีอาญา หมายเลขดำที่ 3105