มาตรา 137
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 737/2511
ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยยอมชำระเงินให้ผู้ร้องจำนวนหนึ่ง. โดยจะโอนเรือนพิพาทให้ผู้ร้องแทนการชำระหนี้. ถ้าจำเลยขัดขืนไม่ไปโอน. ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทน. และศาลได้พิพากษาให้คดีเสร็จเด็ดขาดไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นแล้ว. ผู้ร้องย่อมมีสิทธิตามคำพิพากษาที่จะบังคับให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้ก่อนผู้อื่น. แม้โจทก์จะเป็นเจ้าหนี้จำเลย ก็หามีสิทธิยึดเรือนพิพาทไม่. (มติที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 13/2511).
ฎีกาที่ 737/2511
ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยยอมชำระเงินให้ผู้ร้องจำนวนหนึ่งโดยจะโอนเรือนพิพาทให้ผู้ร้องแทนการชำระหนี้ถ้าจำเลยขัดขืนไม่ไปโอนให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทน และศาลได้พิพากษาให้คดีเสร็จเด็ดขาดไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นแล้วผู้ร้องย่อมมีสิทธิตามคำพิพากษาที่จะบังคับให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้ก่อนผู้อื่นแม้โจทก์จะเป็นเจ้าหนี้จำเลย ก็หามีสิทธิยึดเรือนพิพาทไม่ (มติที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 13/2511)
ฎีกาที่ 737/2511
ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยยอมชำระเงินให้ผู้ร้องจำนวนหนึ่ง โดยจะโอนเรือนพิพาทให้ผู้ร้องแทนการชำระหนี้ ถ้าจำเลยขัดขืนไม่ไปโอน ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทน และศาลได้พิพากษาให้คดีเสร็จเด็ดขาดไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นแล้ว ผู้ร้องย่อมมีสิทธิตามคำพิพากษาที่จะบังคับให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้ก่อนผู้อื่น แม้โจทก์จะเป็นเจ้าหนี้จำเลย ก็หามีสิทธิยึดเรือนพิพาทไม่ (มติที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 13/2511)
ฎีกาที่ 223/2501
การฟ้องขอไถ่ถอนการขายฝาก ไม่ต้องนำเงินที่จะไถ่ถอนมาวางศาลก่อน
ฎีกาที่ 223/2501
การฟ้องขอไถ่ถอนการขายฝาก ไม่ต้องนำเงินที่จะไถ่ถอนมาวางศาลก่อน