ทนอย.
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 266

ชุดหลัก
ในกรณีมีเหตุฉุกเฉินเมื่อโจทก์ยื่นคำขอตามมาตรา ๒๕๔ โจทก์จะยื่นคำร้องรวมไปด้วยเพื่อให้ศาลมีคำสั่งหรือออกหมายตามที่ขอโดยไม่ชักช้าก็ได้ เมื่อได้ยื่นคำร้องเช่นว่ามานี้ วิธีพิจารณาและชี้ขาดคำขอนั้น ให้อยู่ภายใต้บังคับบทบัญญัติมาตรา ๒๖๗ มาตรา ๒๖๘ และมาตรา ๒๖๙

คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้

ฎีกาที่ 4703/2550

พ.ศ. 2550

ป.วิ.พ. มาตรา 290 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินอย่างใดของลูกหนี้ตามคำพิพากษาไว้แทนเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแล้ว ห้ามไม่ให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอื่นยึดหรืออายัดทรัพย์สินนั้นซ้ำอีก แต่ให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเช่นว่านี้มีอำนาจยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลที่ออกหมายบังคับให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินนั้น เพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้ตนเข้าเฉลี่ยในทรัพย์สินหรือเงินที่ขายหรือจำหน่ายทรัพย์สินนั้นได้ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์" จากบทบัญญัติดังกล่าวยังมีกำหนดเงื่อน

ฎีกาที่ 6793/2543

พ.ศ. 2543

ธนาคารผู้ร้องไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 4 แต่การที่โจทก์จำเป็นต้องขอให้ผู้ร้องออกเลตเตอร์ออฟเครดิตเพื่อการชำระเงินค่าสินค้าให้แก่จำเลยที่ 4ก็เพื่อให้ผู้ร้องที่เป็นธนาคารพาณิชย์ซึ่งเป็นผู้มีความน่าเชื่อถือในฐานะการเงินเข้ารับภาระในการจ่ายเงินตามเลตเตอร์ออฟเครดิตอันมีผลให้ผู้ขายคือจำเลยที่ 4 มั่นใจว่าจะได้รับเงินค่าสินค้าอย่างแน่นอน เมื่อได้ปฏิบัติถูกต้องตามเงื่อนไขในเลตเตอร์ออฟเครดิตกล่าวคือ เมื่อมีการเสนอเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามเงื่อนไขในเลตเตอร์ออฟเครดิตแล

ฎีกาที่ 6793/2543

พ.ศ. 2543

ธนาคารผู้ร้องไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 4 แต่การที่โจทก์จำเป็นต้องขอให้ผู้ร้องออกเลตเตอร์ออฟเครดิตเพื่อการชำระเงินค่าสินค้าให้แก่จำเลยที่ 4 ก็เพื่อให้ผู้ร้องที่เป็นธนาคารพาณิชย์ซึ่งเป็นผู้มีความน่าเชื่อถือในฐานะการเงินเข้ารับภาระในการจ่ายเงินตามเลตเตอร์ออฟเครดิตอันมีผลให้ผู้ขายคือจำเลยที่ 4 มั่นใจว่าจะได้รับเงินค่าสินค้าอย่างแน่นอนเมื่อได้ปฏิบัติถูกต้องตามเงื่อนไขในเลตเตอร์ออฟเครดิต กล่าวคือ เมื่อมีการเสนอเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามเงื่อนไขในเลตเตอร์ออฟเครดิตแ

ฎีกาที่ คำสั่งคำร้อง:2667/2538

พ.ศ. 2538

ความว่า จำเลยฎีกา เนื่องจากจำเลยคดีนี้ได้ถูกบุคคล ภายนอกยื่นฟ้องอีกคดีหนึ่ง (คดีศาลแพ่งหมายเลขแดงที่ 22453/2536) และคดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว โดยศาลพิพากษายกฟ้องโจทก์และให้โจทก์ในคดีดังกล่าวใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลและค่าทนายความจำนวน 20,000 บาท แทนจำเลยจำเลยได้ขอให้ศาลออกคำบังคับแจ้งให้โจทก์ปฏิบัติตามคำบังคับ ต่อมาธนาคารคอมเมอร์เชียลแบงค์ออฟ ฮ่องกง โจทก์ในคดีดังกล่าวได้วางเงินจำนวน 126,010 บาท เพื่อชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยต่อศาลแพ่งแล้ว โจทก์ขอกราบเรียนว่า เงินจำนวนดังกล่าวเป็นการวางตามคำพ

ฎีกาที่ คำสั่งคำร้อง:398/2538

พ.ศ. 2538

ความว่า จำเลยฎีกา เนื่องจากศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 2141/2534 ให้จำเลยขายที่ดินโฉนด เลขที่ 4079,8346 ตำบลพระโขนง อำเภอพระโขนงกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นที่พิพาทในคดีนี้ด้วยนั้น ให้แก่บริษัทพญาไททาวเวอร์ (1989) จำกัด ทำให้คำสั่งของศาลฎีกาในคดีนี้ที่ห้ามจำเลย ทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินพิพาทในระหว่างฎีกาไม่มี ผลบังคับ และจำเลยมีสิทธิที่จะได้รับเงินที่เหลือจากการ ขายทอดตลาดที่พิพาทในคดีดังกล่าวเป็นเงินประมาณ 106,000,000 บาท หากปล่อยให้จำเลยรับเงินจำนวนดังกล่าวไป จำเลยจะต้องเบียดบังเ

ค้นต่อ

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 266 · ทนอย Thanoy