มาตรา 10
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 4901/2555
ศาลในต่างประเทศพิพากษาให้ลงโทษจำเลยข้อหาค้าประเวณี แต่คดีนี้จำเลยกระทำความผิดข้อหาเป็นธุระจัดหาซึ่งบุคคลใดเพื่อการอนาจาร และเพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณีเป็นคนละข้อหากันและการกระทำต่างกัน การห้ามมิให้ลงโทษจำเลยในราชอาณาจักรตาม ป.อ. มาตรา 10 ต้องเป็นการลงโทษเพราะการกระทำเดียวกัน คือ เมื่อลงโทษข้อหาใดในต่างประเทศแล้วจะลงโทษข้อหาเดียวกันซ้ำในราชอาณาจักรอีกไม่ได้
ฎีกาที่ 1964/2506
พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 บัญญัติความว่า สำหรับความผิดครั้งหนึ่ง ๆ ให้ปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว ดังนั้น ถ้าจะปรับจำเลยเรียงตัวคนละ 4 เท่าของอัตราราคานั้น ก็จะเป็นการปรับจำเลยสำหรับความผิดครั้งหนึ่ง ๆ เกิน 4 เท่า ย่อมขัดบทกฎหมายมาตราดังกล่าว และจะนำมาตรา 11 แห่งประมวลกฎหมายอาญาใช้บังคับไม่ได้ เพราะได้มีบัญญัติไว้เป็นพิเศษ โดยพระราชบัญญัติศุลกากรต่างหากแล้ว ศาลอุทธรณ์กล่าวไว้ในคำพิพากษาว่า คำพิพากษาศาลชั้นต้นในส่วนที่กำหนดวันกักขังแทนค่าปรับไม่ถูกต้องต
ฎีกาที่ 801/2505
คดีที่จำเลยเป็นคนสัญชาติไทย กระทำผิดฐานปล้นทรัพย์นอกราชอาณาจักร ซึ่งผู้เสียหายได้ร้องขอให้ลงโทษจำเลยภายในราชอาณาจักร ต้องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 8 นั้น โจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องนำสืบแสดงว่าไม่มีข้อห้ามมิให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 10 อีก(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 16/2505)
ฎีกาที่ 79/2488
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 79/2488หลักกฎหมาย: โจทก์ฟ้องว่าจำเลยรับกระบือจากผู้ลักมาจากประเทศอินโดจีน โจทก์มีหน้าที่นำสืบว่าการลักทรัพย์รายนี้เป็นความผิดตามกฎหมายของประเทศอินโดจีน มิเช่นนั้นจะลงโทษจำเลยฐานรับของโจรไม่ได้.ได้ความว่าผู้ร้ายลักกระบือจากแดนอินโดจีนฝรั่งเศสนอกอาณาจักร์ไทยต่อมากระบือตกอยู่กับจำเลยโจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์และรับของโจร ศาลล่างทั้ง ๒ พิพากษาต้องกันว่า ข้อหาฐานลักทรัพย์โจทก์ไม่มีพะยานว่าจำเลยเป็นผู้ลักจึงลงโทษไม่ได้ ส่วนข้อหาฐานรับของโจรนั้นเมื่อกระบือรายนี้ถูกลักจา
ฎีกาที่ 612/2472
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์โจทก์เห็นว่า โจทก์ได้ฎีกาว่า จำเลยได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 ครบองค์ประกอบความผิดตามกฎหมายแล้ว อันเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายไม่ใช่ข้อเท็จจริง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 324)