มาตรา 104
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 1119/2517
ความผิดฐานทำร้ายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391 นั้น ผู้กระทำต้องมีเจตนาจึงจะเป็นความผิดตามมาตรานี้
ฎีกาที่ 3118/2516
เพื่อดำเนินการตามมติของคณะรัฐมนตรีที่ให้จัดการสำรวจป่าไม้หรือที่สงวนหวงห้ามซึ่งมีราษฎรบุกรุกเข้าไปทำกิน แล้วพิจารณาว่าที่แห่งใดสมควรถอนการสงวนให้ราษฎรทำกินต่อไป ตามประมวลกฎหมายที่ดิน ที่ใดถอนการสงวนไม่ได้ ควรผ่อนผันให้ราษฎรทำกินต่อไปโดยวิธีการเช่า หรือตามระเบียบที่จะควบคุมไม่ให้เกิดความเสียหาย และถ้าจำเป็นจะต้องให้ราษฎรที่บุกรุกออกจากที่สงวนนั้น ก็ให้นิคมสร้างตนเองรับเป็นสมาชิกผู้ว่าราชการจังหวัดจึงออกประกาศให้ผู้อ้างสิทธิว่าเป็นเจ้าของที่ดินในที่ดินสาธารณประโยชน์หรือที่สงวนหวงห้าม"เหล่าหนองโน"ไ
ฎีกาที่ 631/2491
ข้อยกเว้นตามมาตรา 104(1) วรรคท้ายนั้นไม่ได้หมายเฉพาะการพูดในที่ประชุมของรัฐสภา ถ้าจำเลยได้กระทำการโฆษณาติและชมการกระทำของรัฐบาลในการปกครองระบอบประชาธิปไตย ซึ่งเป็นการกระทำเข้าตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 104(1) วรรคท้ายแล้ว ก็ย่อมไม่เป็นความผิดความว่า จำเลยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ไปพูดในการโฆษณาหาเสียงในที่ต่าง ๆ ให้แก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งมีข้อความซึ่ง
ฎีกาที่ 143/2484
ราชการตำรวจมิใช่รัฐบาลตามความหมายแห่งกฎหมายลักษณอาญามาตรา 104คดีนี้ได้ความว่าจำเลยนัดประชุมกรรมกรรถจักรยานสามล้อประมาณ ๑๐๐ คน เพื่อยื่นคำร้องต่อข้าหลวงประจำจังหวัดลพบุรี ขอให้สั่งเจ้าพนักงานตำรวจในเรื่องราวจับกุ่มพวกกรรมกรสามล้อที่ทำผิด พ.ร.บ.จราจรเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เพลามือลงบ้างแล้วได้ทำคำร้องยื่นต่อข้าหลวง แต่ข้าหลวงประจำจังหวัดไม่ปฏิบัติตามความประสงค์ของจำเลย จำเลยจึงยุยงขู่เข็ญกรรมกรรถสามล้อให้หยุดงาน
ฎีกาที่ 97/2484
จำเลยกล่าวว่า เวลาสามีจำเลยถูกจับไม่เห็นมีสุราเถื่อน พอส่งสถานีตำรวจจึงมีสุราเถื่อน จำเลยอีกคน 1 กล่าวสนับสนุนว่ากฎหมายเมืองไทยใช้ไม่ได้ดังนี้ ยังไม่เป้นความผิดมาตรา 104