มาตรา 12
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 625/2498
ม.8 พ.ร.บ.สาธารณสุขมิได้กำหนดให้อำนาจเทศบาลสั่งห้ามการกระทำเกี่ยวกับสุขลักษณ์โดยทั่วไป แต่ให้มีอำนาจออกเทศบัญญัติหรือข้อบังคับควบคุมได้ ถ้าผู้ใดไม่ปฏิบัติตามก็ชอบที่จะขอให้ลงโทษตาม ม.68 จะดำเนินคดีแพ่งอย่างเดียวขอให้ห้ามมิให้ผู้กระทำผิดกระทำการต่อไปไม่ได้ อำนาจสั่งห้ามผู้กระทำผิดมิให้กระทำต่อไปตาม ม.68 นั้น เป็นวิธีอุปกรณ์ของโทษปรับตาม ม.นั้นเท่านั้น
ฎีกาที่ 824/2490
เมื่อศาลชั้นต้นปรับจำเลย 100 บาท กับให้ริบของกลางด้วย จำเลยอุทธรณ์ขออย่าริบของกลาง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ฉะเพาะให้คืนทรัพย์ของกลาง ดังนี้ โจทก์ฎีกาในข้อเท็จจริงในเรื่องริบของกลางไม่ได้ต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.อาญา ม. 220
ฎีกาที่ 764/2486
กำหนดโทสที่อาดมีถึงจำคุก ย่อมหนักกว่ากำหนดโทสที่มีแต่ปรับสถานเดียว. อัตราโทสตาม ม. 48 พ.ร.บ.การเก็บรักสาน้ำมันเชื้อเพลิง 2474 คือปรับตั้งแต่ 200 บาทถึง 1000 บาท ส่วนอัตราโทสตาม ม. 22 พ.ร.บ.การปันส่วนน้ำมันเชื้อเพลิงบัญญัติโทสไว้สามสถานถึงจำคุก กำหนดโทสตามกดหมายอันหลังย่อมหนักกว่าอันแรก.โจทฟ้องว่า จำเลยเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดธัมดาไว้สำหรับจำหน่ายขาย ๑๖ ลิตรไนสถานที่ซึ่งไม่ได้รับอนุญาตและจำหน่ายขายน้ำมันรายนี้ที่ไห้มีการปันส่วนแก่ผู้มีชื่อโดยไม่ได้รับอนุญาตจากคนะกัมการฯ ขอไห้ลงโทส จำเลยไห้การรับส
ฎีกาที่ 735/2484
การมีไม้สักไม่เป็นความผิดเป็นความผิดต่อเมื่อชักลากความผิดฐานชักลากไม้สักมีอายุความ 5 ปี นับแต่วันชักลาก เมื่อความผิดขาดอายุความฟ้องร้องแล้ว โทษริบทรัพย์ก็ขาดอายุความตามไปด้วย.ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยได้ชักลากปลายไม้สัก ๒ ท่อนกับไม้สักอีก ๗ ต้น เมื่อราว ๙ ปีมาแล้ว และได้ชักลากไม้ ๑ ต้นซึ่งยังสดอยู่มนระยะเวลาตัดใหม่ ๆ โดยไม่ได้เสียค่าตอและภาษี ไม่มีดวงตราอนุญาตให้ชักลากได้ตามกฎหมายขอให้ลงโทษ ศาลชั้นต้นวินิฉัยว่าอายุความที่จะฟ้องร้องในคดีนี้มีกำหนดเพียง ๕ ปี นับแต่วันชักลาก ฉะนั้นปลายไม้สัก ๒ ท่
ฎีกาที่ 172/2481
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 172/2481หลักกฎหมาย: ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ปรับจำเลยและริบแร่ของกลางจำเลยได้ชำระค่าปรับแล้วในระหว่างอุทธรณ์จำเลยตายดังนี้ ผู้จัดการมฤดกของจำเลยหมดความชอบธรรมที่จะร้องขอเงินค่าปรับและแร่ของกลางคืน (หมายเหตุ เรื่องนี้มารดาจำเลยเคยร้องขอรับมฤดกความครั้งหนึ่งแล้วตามฎีกาที่ 1685/2479)จำเลยกระทำผิด พ.ร.บ. จำกัดแร่ดีบุกศาลชั้นต้นปรับ ๕๐๐ บาท และริบแร่ของกลางโจทก์จำเลยต่างอุทธรณ์ในระหว่างจำเลยตาย ป.ยื่นคำร้องขอรับมฤดกความ ศาลฎีกาสั่งว่าคดีเป็นอันระงับไปด้วยมรณะของจำเลยไม่ยอมให้ ป.รับมฤด