มาตรา 176
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 8426/2558
แม้คดีที่พนักงานอัยการฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาท จำเลยที่ 1 จะได้ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ แต่ต่อมาจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์ต่อศาลชั้นต้น มีผลให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไป ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2) จึงเป็นกรณีที่จำเลยที่ 1 ลุแก่โทษต่อศาลเช่นเดียวกับการถอนฟ้อง ตาม ป.อ. มาตรา 176 ย่อมได้รับประโยชน์ตามบทบัญญัติดังกล่าว ซึ่งศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ หรือจะไม่ลงโทษเลยก็ได้
ฎีกาที่ 15243/2557
ความผิดฐานฟ้องเท็จเกิดขึ้นเมื่อมีการยื่นฟ้องคดีต่อศาล การถอนฟ้องในระหว่างชั้นไต่สวนมูลฟ้องคงเป็นเหตุให้ศาลใช้ดุลพินิจกำหนดโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้หรือจะไม่ลงโทษเลยก็ได้ตาม ป.อ. มาตรา 176 คำฟ้องไม่มีลายมือชื่อ
ฎีกาที่ 15232/2553
จำเลยเอาความอันเป็นเท็จมาฟ้องโจทก์เป็นจำเลยที่ 1 และนาง ป. เป็นจำเลยที่ 2 แต่ก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาจำเลยยื่นคำร้องขอถอนฟ้องคดีดังกล่าว ศาลชั้นต้นอนุญาต ดังนั้น เมื่อจำเลยเอาความเท็จมาฟ้องคดีโจทก์ทำให้โจทก์เสียหาย โจทก์ย่อมเป็นผู้เสียหายและความผิดของจำเลยย่อมเกิดขึ้นทันทีที่จำเลยฟ้องคดี แม้จำเลยที่ 2 ในคดีที่จำเลยฟ้องโจทก์จะให้การรับสารภาพก็หาใช่ว่าโจทก์มีส่วนร่วมรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยที่ 2 อันมิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยดังข้อฎีกาของจำเลยไม่ บทบัญญัติตาม ป.อ. มาตรา 176 เป็นบท
ฎีกาที่ 735/2504
คดีฟ้องเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175 ซึ่งเป็นคดีเกินอำนาจศาลแขวงที่จะพิจารณาพิพากษานั้น เมื่อไต่สวนเห็นว่าคดีมีมูลแล้ว ศาลแขวงไม่มีอำนาจจะยกมาตรา 176 มาบังคับแก่คดีข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยที่ ๑ ทำเอกสารปลอมขึ้นแล้วนำมาแกล้งฟ้องโจทก์เป็นคดีอาญาหาว่าโจทก์ปลอมเอกสาร จำเลยที่ ๒ เป็นทนายให้จำเลยที่ ๑ ในการฟ้องนั้น แต่ครั้งแล้วจำเลยได้ขอถอนฟ้องไปก่อนที่ศาลจะทำการไต่สวนมูลฟ้อง ศาลอนุญาต ต่อมาโจทก์จึงฟ้องเป็นคดีนี้ว่าจำเลยฟ้องเท็จแกล้งกล่าวหาโจทก์โดยไม่เป็นความจริง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มา
ฎีกาที่ 402/2491
คณะกรมการจังหวัดได้ออกประกาศให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองข้าวเปลือกไปแจ้งปริมาณสถาน+ ตามอำนาจในพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคนั้น+การแจ้งปริมาณและสถาน+ จะมีบัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.สำรวจห้ามกักกันข้าว+ใช้ภายหลังก็ดี ศาลก็จะ + พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าวแทนพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภค ฯลฯไม่ได้ +กฎหมายทั้งสองนี้มีความหมายต่างกัน ผู้ที่ไม่แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บตามประกาศของคณะกรมการจังหวัด ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามความใน พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภค ฯลฯ นั้น ถ้าไม่+ ประกาศดังกล่าวแล้วนั้นก็+ไม่มีเจตน