มาตรา 306
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 1599/2511
เมื่อรูปคดีฟังได้ว่า จำเลยคลอดบุตรออกมาแล้วไม่ขอความช่วยเหลือใคร ไม่บอกให้ใครทราบ จำเลยได้ดึงสายสะดือเด็กจนขาด แล้วทิ้งรกลงในส้วมและลาดน้ำล้างโลหิตจนหมด เอาเด็กวางไว้ในอ่างปัสสาวะ เปิดน้ำไหลลาดท่วมตัว ทำให้น้ำเข้าปากและปอดเด็ก แล้วเด็กนั้นตายเพราะปอดบวมในวันรุ่งขึ้น ถือได้แล้วว่าเป็นการที่จำเลยกระทำโดยรู้สึกในการที่กระทำนั้น และจำเลยย่อมเล็งเห็นผลได้ว่า การทำดังนี้ เด็กบุตรของจำเลยอาจตายได้ ประกอบกับเหตุที่จำเลยทำไปทั้งนี้ก็เพราะจำเลยไม่ต้องการบุตรคนนี้ จึงเป็นการกระทำโดยเจตนาฆ่า ตามประมวลกฎหมาย
ฎีกาที่ 1190/2502
จำเลยเป็นลูกจ้างมีหน้าที่เป็นคนครัวซักเสื้อผ้าและอื่น ๆ ภายในบ้าน ถ้ามีเวลาว่างจึงช่วยดูแลเด็ก จำเลยได้นำเด็กอายุ 10 เดือน ซึ่งเป็นลูกของนายจ้างไปฝากผู้มีชื่อไว้โดยจำเลยอ้างว่าเป็นบุตรของจำเลยเอง เช่นนี้ การกระทำของจำเลยเป็นการพรากเด็กไปเสียจากผู้ปกครองตาม มาตรา 317 ส่วน มาตรา 306, 307 เป็นเรื่องทอดทิ้งเด็กไว้ ไม่ใช่การพาไปหรือพรากไป
ฎีกาที่ 947/2493
ฟ้องของโจทก์แม้จะไม่ใช้ถ้อยคำดัง กฎหมายลักษณะอาญาบัญญัติไว้ในมาตรา 304,306 แต่เมื่อมีข้อความให้เข้าใจได้ดังนั้นก็เป็นการเพียงพอ
ฎีกาที่ 123/2484
โจทก์กล่าวบรรยายฟ้องอ้างว่าข้อเท็จจริงพอที่จะให้เข้าใจได้ว่าจำเลยที่จะให้เข้าใจได้ว่าจำเลยทำการชิงทรัพย์ขอให้ลงโทษตาม ม.299และ ม.306 ดังนี้ เมื่อฟ้องโจทก์ไม่เป็นองค์ความผิดฐานฉ้อโกงแล้วการที่อ้างม.306เกินมาก็ไร้ผล แต่ในความผิดฐานชิงทรัพย์ตามฟ้องนั้นยังคงสมบูรณ์อยู่
ฎีกาที่ 362/2484
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 362/2484หลักกฎหมาย: โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำผิดวันดี 15 ตรงกับขึ้น 7 ค่ำ ได้ความว่าจำเลยทำผิดวันที่ 15 จริงแต่เป็นวันตรงกับขึ้น 6 ค่ำเมื่อไม่เป็นเหตุให้จำเลยเข้าใจวันผิดก็ลงโทษจำเลยไม่ได้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำผิดวันที่ ๑๕ ธันวาคม ตรงกันวันขึ้น ๗ ค่ำ ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยทำผิดวันที่ ๑๕ ธันวาคม ซึ่งตรงกับวันขึ้น ๗ ค่ำ ศาลฎีกาตัดสินว่าฟ้องของโจทก์ไม่ผิดวัน แม้จะกล่าวไขฟ้องวันที่ ๑๕ ธันวาคมตรงกับวันขึ้น ๗ ค่ำผิดไป ก็ไม่เป็นเหตุให้จำเลยเข้าใจผิดอันจะถึงกับเป็นเหตุให้คดีของโจทก์เสีย จึ