มาตรา 314
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 465/2527
คนร้ายจับผู้เสียหายไปเรียกค่าไถ่ พี่ผู้เสียหายออกตามพบจำเลยซึ่งเรียกให้รถหยุดแล้วจำเลยเป็นผู้ต่อรองค่าไถ่ด้วยตนเอง ลดจำนวนค่าไถ่ลง เมื่อได้ค่าไถ่แล้ว จำเลยก็สามารถจัดการให้คนร้ายปล่อยผู้เสียหาย แสดงว่าจำเลยมีความสัมพันธ์กับคนร้ายเป็นอย่างดี เข้าลักษณะกระทำการเป็นคนกลางเรียกทรัพย์สินมิควรได้จากผู้ที่จะให้ค่าไถ่ อันเป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 315
ฎีกาที่ 1508/2521
ฮ. บ. ถูกจับตัวไปและคนร้ายเรียกค่าไถ่จาก บ. จำเลยรับตัว ฮ.ขังไว้ แม้จะไม่ได้เรียกค่าไถ่จาก ฮ. ก็เป็นการสนับสนุนให้ บ. จัดหาค่าไถ่เร็วขึ้น จำเลยมีความผิดฐานสนับสนุนการเรียกค่าไถ่ฮ.บ. ถูกจับตัวไปเรียกค่าไถ่จาก บ. ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยที่ 1, 2, 3 มีความผิดฐานเป็นตัวการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 313 จำเลยที่ 4, 5 มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนตามมาตรา 313, 83, 86 อัตราโทษมาตรา 313 เท่ากับ มาตรา 314 ลดโทษตามมาตรา 78 จำคุกจำเลยที่ 1 25 ปี จำเลยที่ 2 ถึง 5 คนละ 40 ปี จำเลยที่ 5 ฎีกาศาลฎีกา
ฎีกาที่ 326/2501
การที่สามีจำเลยได้รับมอบหมายให้ดูแลรักษาโฉนดที่ดินของโจทก์ไว้ แล้วต่อมาสามีถึงแก่กรรม จำเลยเป็นผู้รับมรดกและเป็นผู้จัดการมรดกของสามีตามคำสั่งศาล จะถือว่าจำเลยได้รับมอบหมายให้ดูแลรักษาหรือเก็บรักษาหรือจัดการทรัพย์(ของโจทก์)ที่สามีได้รับมอบหมายให้ดูแลรักษา สืบต่อจากสามีไม่ได้ แม้จำเลยจะถือโอกาสที่โฉนดมีชื่อสามี ได้ไปขอใบแทนโฉนดอ้างว่าโฉนดเดิมหาย แล้วโอนขายที่ดินให้จำเลยที่ 2 ไป ตามพฤติการณ์ดังนี้การกระทำของจำเลยไม่เป็นผิดฐานยักยอกคดีมีปัญหามาสู่ศาลฎีกาที่จะต้องพิจารณาว่า ตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ
ฎีกาที่ 535/2500
โคของผู้เสียหายติดเข้าไปอยู่ในฝูงโคของจำเลย แยกไม่ออก ผู้เสียหายจึงสั่งจำเลยขอให้ดูไว้ด้วย การพูดเช่นนี้จะถือว่าเป็นการรับมอบหมาย อันจะกลายเป็นผิดฐานยักยอกยังไม่ได้ ที่สุดเมื่อจำเลยกับพวกพาเอาโคของผู้เสียหายไป จึงมีความผิดฐานลักปศุสัตว์ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 294 แต่เนื่องจากประมวลกฎหมายที่ใช้อยู่บัดนี้ ไม่มีบัญญัติถึงการลักปศุสัตว์และสัตว์พาหนะโดยเฉพาะเช่นในมาตรา 294 (ก.ม.อาญา) จึงต้องใช้มาตรา 293 (ก.ม.อาญา) ซึ่งมีอัตราโทษเบากว่าเป็นบทลงโทษจำเลย.
ฎีกาที่ 525/2500
โคของผู้เสียหายติดเข้าไปอยู่ในฝูงโคของจำเลย แยกไม่ออก ผู้เสียหายจึงสั่งจำเลยขอให้ดูไว้ด้วย การพูดเช่นนี้จะถือว่าเป็นการรับมอบหมาย อันจะกลายเป็นผิดฐานยักยอกยังไม่ได้ ที่สุดเมื่อจำเลยกับพวกพาเอาโคของผู้เสียหายไป จึงมีความผิดฐานลักปศุสัตว์ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 294 แต่เนื่องจากประมวลกฎหมายที่ใช้อยู่บัดนี้ ไม่มีบัญญัติถึงการลักปศุสัตว์และสัตว์พาหนะโดยเฉพาะเช่นในมาตรา 294 (ก.ม.อาญา) จึงต้องใช้มาตรา 293 (ก.ม.อาญา) ซึ่งมีอัตราโทษเบากว่าเป็นบทลงโทษจำเลย.