ทนาย Thanoy · iApp
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 131

ชุดหลัก
มาตรานี้ถูกแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว — ตัวบทด้านล่างเป็นฉบับที่เก็บไว้ในคลัง และอาจเป็นข้อความก่อนการแก้ไข โปรดอ่านตัวบทที่แก้ไขจาก:
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 131 นายทะเบียน พนักงานอัยการ หรือผู้มีส่วนได้เสียคนหนึ่งคนใดอาจร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งให้เลิกมูลนิธิได้ในกรณีหนึ่งกรณีใด ดังต่อไปนี้ (1) เมื่อปรากฏว่าวัตถุประสงค์ของมูลนิธิขัดต่อกฎหมาย (2) เมื่อปรากฏว่ามูลนิธิกระทำการขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรืออาจเป็นภยันตรายต่อความสงบสุขของประชาชนหรือความมั่นคงของรัฐ (3) เมื่อปรากฏว่ามูลนิธิไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ไม่ว่าเพราะเหตุใด ๆ หรือหยุดดำเนินกิจการตั้งแต่สองปีขึ้นไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้

ฎีกาที่ 2223/2518

พ.ศ. 2518

คนยามซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของบริษัทโจทก์ได้รับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไว้จากบุรุษไปรษณีย์ ณ สำนักงานใหญ่ที่บริษัทโจทก์ได้จดทะเบียนไว้เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2513 ดังนี้ ถือว่าบริษัทโจทก์ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ตามความในประมวลรัษฎากร มาตรา 30(2) ในวันนั้นแล้ว พฤติการณ์ต่าง ๆ ที่โจทก์นำสืบซึ่งทำให้ที่ปรึกษาากฎหมายของโจทก์ได้รับเอกสารดังกล่าวในวันที่ 1 กันยายน 2513 นั้น เป็นเรื่องระหว่างโจทก์กับเจ้าหน้าที่ของตนจะนำมาใช้ยันต่อจำเลยหาได้ไม่ เมื่อโจทก์นำคดีมาฟ้องในวันที่ 30 กันยายน

ฎีกาที่ 429/2491

พ.ศ. 2491

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 429/2491หลักกฎหมาย: โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากสถานที่เช่าโดยอ้างเหตุว่าสัญญาเช่าสิ้นอายุ จำเลยต่อสู้ว่าได้รับความคุ้มครองจากพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯลฯ เพราะจำเลยใช้เป็นที่อยู่อาศัย แต่โจทก์เถียงว่าจำเลยใช้เป็นที่ทำการค้าดังนี้ แม้ในฟ้องโจทก์จะมิได้บรรยายว่าจำเลยได้ใช้สถานที่เช่าทำการค้าก็ดีคดีย่อมมีประเด็นที่คู่ความจะต้องนำสืบว่าเป็นที่อยู่อาศัยหรือทำการค้าเมื่อจำเลยใช้อาคารเพื่อการค้า จึงไม่เป็นเคหะตามความหมายแห่ง พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า 2488 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้อยู่ใน

ค้นต่อ