มาตรา 1362
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 3112/2560
คดีนี้
ฎีกาที่ 5050/2541
จำเลยมีภริยาชื่อ อ. โดยจดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมายต่อมาจำเลยกับโจทก์ได้อยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา และได้รับจ้างทำทองรูปพรรณและดูแลกิจการรับจ้างทำทองรูปพรรณจนถึงวันที่ 27 มีนาคม 2536 แล้วได้เลิกร้างกันในระหว่างที่โจทก์อยู่กินฉันสามีภริยากับจำเลยนั้น จำเลยได้ทรัพย์สินมาคือ ที่ดินมีโฉนดและอาคารพาณิชย์และนำไปจำนองไว้แก่ธนาคาร สิทธิตามสัญญาเช่าซื้อรถยนต์จำนวน 2 คัน สิทธิตามสัญญาเช่า อาคารศูนย์การค้า เครื่องทองรูปพรรณในร้านทองเครื่องใช้ไฟฟ้า โทรทัศน์ วิทยุ นาฬิกาข้อมือวิทยุโทรศัพท์และเข็มขัดเงิน การที่โ
ฎีกาที่ 4701/2539
โจทก์ได้ครอบครองที่ดินพิพาทซึ่งอยู่ด้านทิศตะวันตกของที่ดินโฉนดเลขที่10228ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมาโดยสงบและเปิดเผยจนถึงวันที่พ.บิดาจำเลยทั้งสองร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ต่อศาลเป็นระยะเวลาเกินกว่า10ปีแล้วโจทก์จึงได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1382 การได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทของโจทก์และการได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวด้านทิศตะวันออกของพ. โจทก์กับพ.ได้ตกลงกันให้พ. เป็น
ฎีกาที่ 3289/2538
การชำระหนี้ของเจ้ามรดกซึ่งรวมค่าใช้จ่ายในการจัดการมรดกด้วยเป็นการจัดการรวมกันไปและเกี่ยวเนื่องกันไม่อาจแยกออกจากกันได้เมื่อฟังได้ว่าการใช้หนี้ของเจ้ามรดกนั้นเป็นหนี้ร่วมจึงต้องนำค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เป็นค่าใช้จ่ายจริงไปหักจากจำนวนเงินที่จำหน่ายทรัพย์ทั้งหมดก่อนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1362ส่วนที่เหลือจึงนำมาแบ่งครึ่งเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับเจ้ามรดกแล้วจึงนำส่วนของเจ้ามรดกมาแบ่งแก่ทายาทโจทก์ ฟ้อง ขอให้ จำเลย ใน ฐานะ ส่วนตัว และ ผู้จัดการมรดก ของร้อยโท ฉลอง เปี่ยมญาติ แบ่ง ทรัพย์มรดก แก่
ฎีกาที่ 1163/2499
เมื่อโจทก์จำเลยผู้เป็นทายาทได้ครอบครองที่มรดกร่วมกันมาแล้วเพียงเมื่อจำเลยห้ามน้องชายโจทก์มิให้เก็บผลไม้ในที่พิพาทได้สะดวก แต่ต่อนั้นก็ใช่ว่าโจทก์ยอมสงบไม่ยังคงติดตามให้คนเข้าเก็บและร้องต่อผู้ใหญ่บ้านกำนันให้จำเลยจัดการแบ่งให้เรื่อย ๆ มาจนมาฟ้องต่อเนื่องกันเช่นนี้ อายุความฟ้องของโจทก์ไม่ต้องบังคับตามอายุความ 1 ปีโจทก์จำเลยทั้งสามเป็นทายาทของนางหนูเจ้ามรดก