มาตรา 439
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 2848/2556
ค่าเช่าซื้อนั้นมีราคารถยนต์รวมอยู่ด้วยส่วนหนึ่ง มิใช่ค่าเช่าหรือค่าใช้รถยนต์เพียงอย่างเดียว เมื่อรถยนต์สูญหายนอกจากจะทำให้ผู้ให้เช่าซื้อไม่ได้รับรถยนต์คืนหรือไม่ได้รับค่าเช่าซื้อครบถ้วนตามสัญญาแล้ว ยังทำให้โจทก์ผู้เช่าซื้อไม่อาจได้รับกรรมสิทธิ์รถยนต์หากชำระค่าเช่าซื้อครบถ้วนด้วย แม้จะฟังว่าจำเลยทั้งสองผู้ซ่อมแซมรถยนต์แล้วรถยนต์สูญหายไปได้ชดใช้เงินให้แก่บริษัทประกันภัยที่ได้ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่บริษัทผู้ให้เช่าซื้อไป กับให้โจทก์ผู้เช่าซื้อไปอีก 80,000 บาท ก็ตาม แต่เมื่อคำนึงถึงค่าเช่าซื้อที่โจทก์
ฎีกาที่ 306/2534
โจทก์นำรถยนต์คันพิพาทไปซ่อมเบรกที่ศูนย์บริการของจำเลยที่ 1จำเลยที่ 2 เป็นลูกจ้างและช่างผู้ชำนาญของจำเลยที่ 1 ได้พบเห็นการติดตั้งสปริงรั้ง ก้ามเบรกผิดวิธี แต่กลับปล่อยปละละเลยไม่จัดการแก้ไขให้ถูกต้อง เป็นเหตุให้รถยนต์คันพิพาทเบรกแตกตกลงข้างทางได้รับความเสียหาย และโจทก์ได้รับอันตรายสาหัสเป็นการกระทำโดยประมาทปราศจากความระมัดระวังอย่างร้ายแรง เช่นผู้มีอาชีพอย่างจำเลยที่ 2 พึงปฏิบัติ จึงเป็นการละเมิดต่อโจทก์ในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 2 ในผลละเมิดที่เกิดขึ้น เมื่
ฎีกาที่ 1090/2518
จำเลยใช้คนลักไม้ของโจทก์ไปศาลลงโทษจำเลยแล้วไม้เป็นของกลางอยู่ที่สถานีตำรวจถูกไฟไหม้หมด จำเลยทำละเมิดตั้งแต่วันลักไม้เมื่อจำเลยพิสูจน์ไม่ได้ว่าแม้จะไม่ละเมิดก็ยังเสียหายอยู่นั่นเองจำเลยต้องรับผิด ในคดีอาญาอัยการขอเพียงให้ศาลส่งคืนไม้ของกลางที่จำเลยใช้คนลักไปส่วนคำขอส่วนแพ่งให้ใช้ราคาในคดีอาญาที่
ฎีกาที่ 1017/2487
แจ้งความว่าฝากทรัพย์ไว้แล้วเขาไม่คืนให้ เขาถูกจับฟ้องร้องแต่การถูกจับฟ้องร้องนั้นมิใช่เพราะจำเลยเอาความเท็จไปแจ้ง ก็ไม่ถือว่าเป็นการทำละเมิดต่อโจทก์จำเลยไม่ต้องรับผิดในความเสียหาย ม.439 ใช้บังคับฉะเพาะผู้เอาทรัพย์ของผู้อื่นไปด้วยการละเมิด จำเลยแจ้งความแล้วเจ้าพนักงานมายึดทรัพย์ของโจทก์ไปเป็นของกลางแล้วของกลางถูกไฟไหม้โดยเหตุสุดวิสัย จำเลยไม่ต้องรับผิด