ทนาย Thanoy · iApp
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 495

ชุดหลัก
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 495 ถ้าในสัญญามีกำหนดเวลาไถ่เกินไปกว่านั้น ท่านให้ลดลงมาเป็นสิบปีและสามปีตามประเภททรัพย์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้

ฎีกาที่ 478/2507

พ.ศ. 2507

โจทก์ยินยอมอนุญาตให้จำเลยขายฝากเรือนพิพาท แต่เอกสารยินยอมอนุญาตให้ขายฝากมิได้ระบุถึงกำหนดระยะเวลาแห่งการขายฝากไว้จำเลยไปทำหนังสือสัญญาขายฝากมีกำหนด 1 ปีจึงมิใช่เป็นการกระทำเกินขอบเขตหนังสือยินยอมอนุญาตและการกำหนดระยะเวลาขายฝากตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 495 ก็อนุญาตให้คู่กรณีตกลงกันได้เป็นแต่ไม่ให้กำหนดระยะเวลาเกินสิบปีหรือสามปีตามประเภทของทรัพย์เท่านั้น ฉะนั้น การกำหนดระยะเวลาขายฝากในกรณีนี้จึงไม่ฝ่าฝืนกฎหมายหรือตกเป็นโมฆะ

ฎีกาที่ 743/2499

พ.ศ. 2499

โจทก์ขอให้บังคับตามสัญญาฝากขายเรือนและห้องพิพาทจำเลยต่อสู้ว่าเจตนาแท้นั้นตกลงกันทำจำนองสัญญาขายฝากเป็นนิติกรรมอำพรางจึงเป็นโมฆะบังคับไม่ได้ เมื่อพยานหลักฐานฟังว่าได้พูดตกลงขายฝากกันตั้งแต่ต้นตลอดมาจนได้ทำสัญญาขายฝากกัน เมื่อคู่สัญญาตกลงกันเช่นนี้ แม้ภายหลังแทนที่โจทก์จะเข้าครอบครองทรัพย์ที่รับซื้อผากแต่กลับมอบให้จำเลยเป็นผู้ครอบครองโดยจำเลยเป็นผู้เสียดอกเบี้ยในจำนวนเงินที่ขายฝากก็ตาม ก็หากลายเป็นการจำนองหรือนิติกรรมอำพรามการจำนองไปไม่ การขยายเวลาให้ไถ่ถอนคืนต่อไปอีก 3 เดือนนั้นทำขึ้นอีกฉบับหนึ่ง

ฎีกาที่ 544/2490

พ.ศ. 2490

ในเรื่องขายฝากแม้ไปขอแล้ว ผู้ซื้อไม่ยอมให้ไถ่ผู้ขายฝากก็คงต้องฟ้องขอไถ่ภายในกำหนด 10 ปี ในเรื่องที่ผู้ซื้อฝากไม่ยอมให้ไถ่ ผู้ขายฝากมาฟ้องเมื่อเกิน 10 ปี นับแต่ขายฝากนั้นผู้ขายฝากจะอ้างว่า ผู้รับขายฝากใช้สิทธิ์โดยไม่สุจจริตมาเป็นประโยชน์แก่คดีของตนไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องไม่ใช้สิทธิ์ของตนเองคดีนี้

ค้นต่อ