มาตรา 524
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 4835/2538
ตามบทบัญญัติของกฎกระทรวงฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2507) ซึ่งออกตามความในมาตรา 6 และมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505บุคคลใดมีความประสงค์จะให้ที่ดินเพื่อสร้างวัดจะต้องทำสัญญากับนายอำเภอและเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอท้องที่ที่จะสร้างวัด และเมื่อทางราชการอนุญาตให้ตั้งวัดแล้วบุคคลดังกล่าวต้องดำเนินการโอนที่ดินให้แก่วัด หากไม่ดำเนินการโอนก็ให้นายอำเภอและเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอฟ้องบังคับให้โอนได้ เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าโจทก์ที่ 2และที่ 3 ทำหนังสือสัญญายกที่ดินโฉนดเลขที่ 2602 และ 7961 ให้สร้างวัดกับนายอำ
ฎีกาที่ 773/2493
พูดยกเรือนและครัวซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ให้กันด้วยปากเปล่า ไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนและไม่ได้ส่งมอบ แม้ต่อมาจะเข้าครอบครองก็ยังไม่ถึง 10 ปี กรรมสิทธิ์ยังเป็นของเจ้าของเดิมอยู่โจทก์ชนะคดีแพ่งจำเลย ศาลพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยไม่ชำระจึงนำยึดเรือน ครัวไฟและยุ้งข้าวของจำเลย นายหลินยื่นคำร้องขัดทรัพย์ว่า เป็นของนายหลิน ศาลชั้นต้นสั่งให้ถอนการยึด ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องขัดทรัพย์ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า เรือนและครัวไฟ เดิมเป็นของนายหลินนางกิ้นบิดามารดา นายกิ้นป่วยหนักได้พู
ฎีกาที่ 228/2482
การโอนสิทธิเรียกร้องเพียงแต่ผู้รับโอนบอกกล่าวการโอนเป็นหนังสือไปยังลูกหนี้ก็เป็นการใช้ได้อ้างฎีกาที่ 5/2479ได้ความว่าจำเลยทำหนังสือกู้เงิน จ.ไป ๑๘๐๐ บาท จ.ทำหนังสือโอนสิทธิเรียกร้องในหนี้รายนี้ให้แก่โจทก์โดยเสน่หาเมื่อโอนกันแล้วโจทก์ผู้เดียวได้แจ้งการโอนเป็นหนังสือให้จำเลยทราบ ศาลชั้นต้นเห็นว่าการโอนสิทธิเรียกร้องเช่นนี้ตาม ม.๓๐๖ แห่ประมวลแพ่งต้องให้ผู้โอนเป็นผู้บอกกล่าว การโอนสิทธิเรียกร้องในคดีนี้จึงไม่มีผลใช้ยันจำเลยให้ยกฟ้องโจทกื ศาลฎีกาตัดสินว่าบทกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับประเด็นข้อนี้ ก็คือ ม.
ฎีกาที่ 633/2478
สัญญากู้เดิมมีชื่อโจทก์จำเลยเป็นผู้ให้กู้ทั้ง 2 คน แล้วภายหลังจำเลยทำสัญญากู้ขึ้นใหม่มีข้อความเหมือนฉะบับเดิมทุกประการ แต่เอาชื่อโจทก์ออกเสีย คงลงชื่อจำเลยเป็นผู้ให้กู้แต่ผู้เดียว ดังนี้ผิดฐานปลอมหนังสือตามมาตรา 222-224 การยกสัญญากู้ให้แก่กัน ถ้าได้ส่งมอบให้แก่ผู้รับให้แลได้บอกลูกหนี้ให้ทราบ นับ+การให้ไม่สมบูรณ์ ควรยกสัญญากู้ให้แก่กัน แม้ตามกฎหมายเก่าก็ต้องมีการมอบมิฉะนั้นไม่สมบูรณ์ทางพิจารณาได้ความว่าเงินตามสัญญากู้ ๔ ฉะบับเดิมเป็นเงินของ ป.บิดาสามีโจทก์แลจำเลย และลงชื่อ ป.เป็นผู้ให้กู้เมื่อ ป.