มาตรา 53
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 431/2521
ตามคำฟ้องของโจทก์ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยส่งมอบทรัพย์สินทั้งหมดของจ.ให้กับโจทก์ โดยอ้างว่าทรัพย์สินทั้งนั้นเป็นสินเดิมของ จ.ตกเป็นมรดก โจทก์เป็นผู้จัดการทรัพย์สินของ จ.ผู้สาบสูญตามคำสั่งศาล จะได้จัดแบ่งให้กับทายาทของ จ.ต่อไป แม้โจทก์จะอ้างว่าเป็นบุตรของ จ.ซึ่งมีฐานะเป็นทายาทของ จ.ด้วย และทรัพย์สินของ จ.ตกเป็นมรดกแต่โจทก์มิได้แสดงโดยแจ้งชัดในคำฟ้องว่า โจทก์ขอให้แบ่งมรดกให้โจทก์ในฐานะที่โจทก์เป็นทายาท และมิได้มีคำขอบังคับท้ายฟ้องเช่นนั้น ดังนั้น ศาลจะพิพากษาให้แบ่งทรัพย์สินของ จ.เป็นกรณีมรดกไม่ได้ เ
ฎีกาที่ 1497/2498
บุตรผู้เยาว์ของบุคคลซึ่งไปเสียจากภูมิลำเนาโดยมิได้ตั้งตัวแทนไว้ และไม่มีใครรู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไรนั้น ยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งตนเป็นผู้จัดการทรัพย์สินของบุคคลนั้นโดยมารดาผู้แทนโดยชอบธรรมย่อมไม่ได้ เพราะกรณีเช่นนี้ไม่เข้าข้อยกเว้นที่ผู้เยาว์จะทำนิติกรรมใด ๆ ได้คดีนี้ผู้ร้องทั้ง ๔ เป็นผู้เยาว์อายุ ๗-๙ ปี โดยนางวิมล พลจันทร์ ผู้แทนโดยชอบธรรมได้ยื่นคำร้องว่าผู้ร้องทั้ง ๔ เป็นบุตรธิดาของนายอัศนีย์ พลจันทร์ กับนางวิมล ซึ่งเป็นสามีภรรยากันโดยมิได้จดทะเบียนสมรส เมื่อวันที่ ๑๐ พฤษจิกายน ๒๔๙๕ นายอัศนีย์
ฎีกาที่ 1058/2487
จำเลยชักชวนผู้เสียหายให้นำเงินมาให้จำเลยนำไปเป็นทุนซื้อข้าวสารมากักตุนไว้ขายให้ตำรวจ และให้ตำรวจกู้และจะแบ่งผลกำไรและดอกเบี้ยให้ ผู้เสียหายตกลงด้วย จึงมอบเงินให้ไป ดังนี้ เป็นเรื่องการเข้ารวมทุนกันให้จำเลยจัดการหาผลประโยชน์เสมือนหนึ่งเป็นเงินของจำเลยเองกรณีไม่เรียกว่าจำเลยรับมอบครอบครองทรัพย์ผู้เสียหายไว้ อันจะเข้าเกณฑ์เป็นความผิดฐานยักยอก