ทนาย Thanoy · iApp
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 93

ชุดหลัก
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 93 คณะกรรมการของสมาคมต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญอย่างน้อยปีละครั้ง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้

ฎีกาที่ 3402/2535

พ.ศ. 2535

มูลนิธิสงเคราะห์เด็กอนาถาผู้คัดค้านตั้งมาประมาณ 6 ปีมีทรัพย์สินประมาณ 20 ล้านบาท เคยบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยและการกุศลต่าง ๆ รวมทั้งสร้างอาคารเรียน แต่ผู้คัดค้านทำบัญชีงบดุลเกี่ยวกับทรัพย์สินรายได้ประจำปีเพียงปีเดียวแล้วไม่เคยทำอีกเลย การหารายได้ของผู้คัดค้านที่ให้เจ้าหน้าที่ของผู้คัดค้านไปทำการเรี่ยไรโดย ขายดอกไม้และภาพถ่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ. 2487 ก็เป็นการหาทรัพย์สินโดยนอกเหนือจากบทบัญญัติข้อ 6 ในหมวด 3 และเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติข้อ 45 ของตราส

ฎีกาที่ 3304/2532

พ.ศ. 2532

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยซึ่งเป็นรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบในการปกครองท้องที่ตามความแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 97 ดำรงอยู่ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานผู้ทำหน้าที่เป็นนายทะเบียนมีอำนาจอนุญาตให้มูลนิธิที่ได้รับอนุญาตแล้วจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตลอดจนมีอำนาจออกกฎกระทรวงและดูแลมูลนิธิทั้งหลายให้ปฏิบัติตามกฎหมายและตราสารจัดตั้งมูลนิธินั้น ๆ แต่หาได้มีส่วนได้เสียโดยตรงกับมูลนิธิไม่ จึงมิใช่ผู้มีส่วนได้เสียตามมาตรา 93 ไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งเลิกมูลนิธิ การที่มูลนิธิผู้คัดค้านที่ 1 ร่วมกันกับพวกท

ฎีกาที่ 28/2524

พ.ศ. 2524

เมื่อศาลมีคำสั่งให้เลิกมูลนิธิแล้ว ไม่มีกฎหมายบัญญัติให้อำนาจแก่ผู้หนึ่งผู้ใดที่จะร้องขอต่อศาลให้เพิกถอนคำสั่งนั้นได้ ดังนั้นผู้ร้องซึ่งเป็นกรรมการของมูลนิธีที่ศาลสั่งเลิกแล้วจึงไม่มีอำนาจร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งที่ให้เลิกมูลนิธินั้น เดิม จ.ผู้คัดค้านได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งเลิกมูลนิธิ ฮ.ศาลประกาศนัดไต่สวน ไม่มีผู้ใดคัดค้าน เมื่อไต่สวนแล้วได้มีคำสั่งให้เลิกมูลนิธิ ฮ. ผู้ร้องจะมาร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ไม่ได้ เพราะผู้ร้องมิได้เข้าเป็นคู่ความในคดีนี้มาก่อน และศาลมิได้แสดงว่าผู้ร้องขาดนัดพิจารณาแต่อย

ฎีกาที่ 1289/2498

พ.ศ. 2498

ฟ้องของโจทก์กล่าวอ้างว่าเป็นคนไทยถูกจำเลยบังคับให้รับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว ดังนี้หาใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ร้องขอคืนสัญชาติไม่ จึงไม่ต้องไปร้องต่อร.ม.ต.ว่าการกระทรวงมหาดไทย ตาม พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2495 มาตรา 20จำเลยเป็นผู้โต้แย้งสิทธิและหน้าที่กับโจทก์ โจทก์ย่อมต้องฟ้องจำเลย หาใช่จะไปฟ้องกรมตำรวจซึ่งมิได้โต้แย้งสิทธิและหน้าที่ของโจทก์ไม่การที่โจทก์ถูกโต้แย้งหน้าที่โดยนายทะเบียนคนต่างด้าว โจทก์ย่อมฟ้องผู้บังคับกองตำรวจผู้เป็นนายทะเบียนคนต่างด้าวโดยพ.ต.ต.สง่า อินทวณิช เป็นผู้ครองตำแหน่งอยู่ไ

ค้นต่อ