พระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565
มาตรา 8
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
พระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 มาตรา 8 ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ เป็นธุรกิจบริการที่ต้องแจ้งให้สำนักงานทราบก่อนการประกอบธุรกิจ (๑) บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายจากการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลในราชอาณาจักรเกินหนึ่งล้านแปดแสนบาทต่อปี ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจเป็นบุคคลธรรมดา หรือเกินห้าสิบล้านบาทต่อปี ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจเป็นนิติบุคคล (๒) บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีจำนวนผู้ใช้บริการในราชอาณาจักรเกินห้าพันรายต่อเดือน โดยคำนวณจากการใช้งานเฉลี่ยต่อเดือนย้อนหลังตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานประกาศกำหนด หลักเกณฑ์ตาม (๑) และ (๒) ไม่ใช้บังคับแก่บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา ๑๘ (๒) หรือ (๓) ที่คณะกรรมการประกาศกำหนดตามข้อเสนอแนะของสำนักงาน คณะกรรมการอาจประกาศกำหนดลักษณะของการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ไม่ต้องแจ้งให้สำนักงานทราบก่อนการประกอบธุรกิจได้ โดยคำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการประกอบธุรกิจ ความเหมาะสมในการควบคุมดูแล และการป้องกันความเสียหายที่เกิดจากผลกระทบดังกล่าว ในกรณีที่บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลซึ่งไม่มีลักษณะตามวรรคหนึ่ง หรือได้รับยกเว้นตามวรรคสาม ให้ผู้ประกอบธุรกิจซึ่งให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลดังกล่าวแจ้งให้สำนักงานทราบก่อนการประกอบธุรกิจถึงรายการโดยย่อตามมาตรา ๑๒ (๑) มาตรา ๑๒ (๒) (ก) (ข) และ (ค) และมาตรา ๑๒ (๕) ตามแบบที่สำนักงานประกาศกำหนด และไม่ต้องปฏิบัติตามหมวด ๒ หลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลและการควบคุมดูแล แต่ต้องแจ้งข้อมูลดังกล่าวและข้อมูลตามมาตรา ๑๒ (๒) (ง) และ (จ) และมาตรา ๑๒ (๓) (ข) ให้สำนักงานทราบทุกปีตามแบบที่สำนักงานประกาศกำหนด ภายในหกสิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน ในกรณีที่เป็นบุคคลธรรมดา หรือหกสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชี ในกรณีที่เป็นนิติบุคคล ในกรณีที่สำนักงานพบว่าบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลไม่ปฏิบัติตามวรรคสี่ ให้สำนักงานแจ้งให้ผู้ประกอบธุรกิจที่ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลนั้นดำเนินการตามวรรคสี่ภายในระยะเวลาที่กำหนด ในกรณีที่ผู้นั้นไม่ดำเนินการ ให้สำนักงานประกาศการไม่ปฏิบัติตามวรรคสี่ให้สาธารณชนทราบผ่านช่องทางตามมาตรา ๑๔ ด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 3281/2562
สัญญาตัวแทนตามคำฟ้องเป็นสัญญาระหว่างโจทก์ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในประเทศไทยกับจำเลยซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองเบรเมิน ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี การที่คู่สัญญาตกลงกันให้นำข้อพิพาทที่เกิดขึ้นจากสัญญาดังกล่าวซึ่งมีลักษณะเป็นการให้บริการระหว่างประเทศไปฟ้องยังศาลแห่งเมืองเบรเมิน ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ซึ่งถือเป็นภูมิลำเนาของจำเลยจึงสามารถทำได้ตามหลักกฎหมายทั่วไประหว่างประเทศ ไม่ตกเป็นโมฆะ สำหรับการตีความสัญญานั้นต้องตีความไปตามความประสงค์หรือเจตนาอันมีร่วมกันของคู่สัญญาซึ่งเป็นเจตนาที่คา