ทนอย.Thanoy · iApp
พระราชกฤษฎีกากำหนดกิจการธนาคารแห่งประเทศไทย พุทธศักราช 2485

มาตรา 23

ยังไม่ยืนยันสถานะหมวด ๖ บทเฉพาะกาล
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
พระราชกฤษฎีกากำหนดกิจการธนาคารแห่งประเทศไทย พุทธศักราช 2485 มาตรา 23 แม้ถึงว่าจะมีบทบัญญัติมาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะประกอบธุรกิจเนื่องด้วยการโอนสินทรัพย์และหนี้สินของสำนักงานธนาคารชาติไทยก็ได้ตามจำเป็น แต่ถ้าธุรกิจใดขัดกับบทบัญญัติแห่งมาตราที่กล่าวแล้ว ก็ให้เลิกธุรกิจนั้นเร็วที่สุดที่จะพึงทำได้ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีมาตรา ฉบับที่ 2 พระราชกฤษฎีกากำหนดกิจการธนาคารแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๙ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับได้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้มาตรา ฉบับที่ 3 พระราชกฤษฎีกากำหนดกิจการธนาคารแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๖ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับได้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปมาตรา ฉบับที่ 4 พระราชกฤษฎีกากำหนดกิจการธนาคารแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับได้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เพื่อให้อำนาจธนาคารแห่งประเทศไทยประกอบธุรกิจให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและการเงินในปัจจุบันมาตรา ฉบับที่ 5 พระราชกฤษฎีกากำหนดกิจการธนาคารแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๑๒ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับได้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องด้วยภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันได้เจริญรุดหน้าไปเป็นอันมาก ธนาคารแห่งประเทศไทยจำต้องปฏิบัติงานบางอย่างเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน และเพื่อให้การดำเนินการตามแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมได้บรรลุผลตามเป้าหมาย ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการกำหนดกิจการธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อให้อำนาจธนาคารแห่งประเทศไทยประกอบธุรกิจให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและการเงินในปัจจุบันรวมทั้งการให้สวัสดิการแก่พนักงานตามสมควรประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๔๘ ลงวันที่ ๒๔ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๑๕ ข้อ ๒ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ให้ใช้บังคับได้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปมาตรา ฉบับที่ 6 พระราชกฤษฎีกากำหนดกิจการธนาคารแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับได้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่กฎหมายว่าด้วยการกำหนดกิจการธนาคารแห่งประเทศไทยได้ประกาศใช้บังคับมานานแล้ว ประกอบกับภาวะการเงินและการเศรษฐกิจในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปเป็นอันมาก สมควรปรับปรุงขอบเขตแห่งกิจการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพึงประกอบได้ให้กว้างขวางออกไปเพื่อจะได้เป็นเครื่องมือสำหรับผดุงรักษาระบบการเงินและการเศรษฐกิจของประเทศให้มีความมั่นคงยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้ขึ้นมาตรา ฉบับที่ 7 พระราชกฤษฎีกากำหนดกิจการธนาคารแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๓๘ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับได้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรขยายขอบเขตแห่งธุรกิจประเภทที่อนุญาตให้ธนาคารแห่งประเทศไทยประกอบได้เพื่อให้มีการนำตั๋วเงิน หุ้นกู้ พันธบัตร หรือตราสารอื่นใดที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย หรือรัฐวิสาหกิจ หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายจัดตั้งขึ้นโดยเฉพาะมาวางเป็นหลักประกันเงินกู้จากธนาคารแห่งประเทศไทยและเพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจซื้อขายตราสารดังกล่าวได้ ทั้งนี้ เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถดำเนินนโยบายการเงินได้อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจการเงินของประเทศในปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้มาตรา ฉบับที่ 8 พระราชกฤษฎีกากำหนดกิจการธนาคารแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับได้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่ปัจจุบันรัฐบาลมีนโยบายที่จะให้บริษัทเงินทุนสามารถซื้อขายเงินตราต่างประเทศกับธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อให้บริษัทเงินทุนที่ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศแล้วสามารถซื้อและขายกับธนาคารแห่งประเทศไทยได้สมควรกำหนดกิจการที่ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยประกอบได้เพิ่มขึ้น ให้สอดคล้องกับนโยบายดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้

ฎีกาที่ 15564/2558

พ.ศ. 2558

การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตาม พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 19 เป็นมาตรการของรัฐที่ต้องการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดไม่ว่าผู้นั้นจะยินยอมเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดหรือไม่ก็ตาม โดยศาลจะมีคำสั่งให้ส่งตัวผู้ติดยาเสพติดไปตรวจพิสูจน์การเสพหรือการติดยาเสพติดก่อน และคณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดมีอำนาจวินิจฉัยว่าผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ ผู้ใดเป็นผู้เสพหรือติดยาเสพติด จากนั้นต้องจัดให้มีแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามมาตรา 22 โดยคำนึงถึงความหนักเบาของ

ค้นต่อ

พระราชกฤษฎีกากำหนดกิจการธนาคารแห่งประเทศไทย พุทธศักราช 2485 มาตรา 23 · ทนอย Thanoy