ทนอย.Thanoy · iApp
พระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562

มาตรา 22

ยังไม่ยืนยันสถานะ
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
พระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 มาตรา 22 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นหมวด ๑๐/๑ การหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน มาตรา ๗๑/๑ ถึงมาตรา ๗๑/๒๐ แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๒ "หมวด ๑๐/๑ การหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน มาตรา ๗๑/๑ ในหมวดนี้ "มาตรการตอบโต้" หมายความว่า มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน "ผู้ประกอบสินค้า" หมายความว่า (๑) ผู้ที่นำสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้ซึ่งยังทำไม่สำเร็จที่ผลิตจากประเทศที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้มาทำให้สำเร็จในประเทศไทยหรือในประเทศอื่น หรือ (๒) ผู้ที่นำส่วนประกอบหรือชิ้นส่วนของสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้ที่ผลิตจากประเทศที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้มาประกอบเป็นสินค้าที่เหมือนกับสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้ในประเทศไทยหรือในประเทศอื่น มาตรา ๗๑/๒ การขยายการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนตามหมวดนี้ ให้ใช้กับการนำเข้าสินค้าที่มีการไต่สวนแล้วปรากฏว่ามีการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้ มาตรา ๗๑/๓ การหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้ตามมาตรา ๗๑/๒ ต้องมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้ (๑) การเปลี่ยนแปลงรูปแบบทางการค้าอันเกิดจากการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการผลิตหรือการดำเนินธุรกิจโดยไม่มีเหตุอันควรหรือเหตุผลทางเศรษฐกิจสนับสนุนอย่างเพียงพอ แต่เป็นไปเพื่อมิให้อยู่ภายใต้บังคับการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนหรือเพื่อมิให้อยู่ภายใต้บังคับอัตราอากรตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (๒) การเปลี่ยนแปลงรูปแบบทางการค้าตาม (๑) มีผลเป็นการบั่นทอนผลการใช้บังคับมาตรการตอบโต้ในด้านของราคาหรือปริมาณ และ (๓) หลักฐานการทุ่มตลาดโดยเปรียบเทียบระหว่างมูลค่าปกติของสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดที่คำนวณขึ้นก่อนหน้ากับราคาส่งออกของสินค้าที่ถูกพิจารณาหรือราคาขายของสินค้าที่เหมือนกับสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดของผู้ผลิตในต่างประเทศ ผู้ส่งออกจากต่างประเทศ หรือผู้ประกอบสินค้า ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงปัจจัยที่อาจมีผลกระทบต่อการเปรียบเทียบราคาด้วย หรือหลักฐานการได้รับการอุดหนุน หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการพิจารณาเหตุอันควรหรือเหตุผลทางเศรษฐกิจ การบั่นทอนผลการใช้บังคับมาตรการตอบโต้ในด้านของราคาหรือปริมาณ และหลักฐานการทุ่มตลาดหรือการได้รับการอุดหนุน ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๗๑/๔ การดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการผลิตหรือการดำเนินธุรกิจตามมาตรา ๗๑/๓ (๑) ได้แก่ (๑) การแก้ไขดัดแปลงสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้เพียงเล็กน้อยโดยไม่มีผลต่อลักษณะหรือคุณสมบัติที่สำคัญของสินค้านั้น ไม่ว่าการแก้ไขดัดแปลงสินค้าดังกล่าวจะทำในประเทศที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้หรือในประเทศอื่น (๒) การส่งออกสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้จากประเทศที่ถูกใช้มาตรการดังกล่าวมาประเทศไทยโดยผ่านประเทศอื่น (๓) การส่งออกสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้จากประเทศที่ถูกใช้มาตรการดังกล่าวมาประเทศไทยโดยผ่านผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายที่ไม่ถูกเรียกเก็บหรือรายที่ถูกเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนในอัตราที่ต่ำกว่าอัตราที่สินค้านั้นถูกเรียกเก็บ (๔) การนำสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้ซึ่งยังทำไม่สำเร็จที่ผลิตจากประเทศที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้มาทำให้สำเร็จ หรือการนำส่วนประกอบหรือชิ้นส่วนของสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้ที่ผลิตจากประเทศที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้มาประกอบเป็นสินค้าที่เหมือนกับสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้ในประเทศไทยหรือในประเทศอื่น โดยให้พิจารณาดังต่อไปนี้ (ก) การทำให้สำเร็จหรือการประกอบเป็นสินค้าที่เหมือนกับสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้ได้เริ่มดำเนินการหรือมีการดำเนินการที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่วันประกาศไต่สวนการทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน และ (ข) สินค้าที่ถูกทำให้สำเร็จหรือประกอบเป็นสินค้าที่เหมือนกับสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้มีสัดส่วนมูลค่าเพิ่มหรือมูลค่าส่วนประกอบหรือชิ้นส่วนดังนี้ ๑) ในกรณีสินค้าที่ถูกทำให้สำเร็จมีมูลค่าเพิ่มของสินค้านั้นน้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้าของต้นทุนการผลิต หรือ ๒) ในกรณีส่วนประกอบหรือชิ้นส่วนของสินค้าที่ผลิตจากประเทศที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้มีมูลค่าเท่ากับหรือมากกว่าร้อยละหกสิบของมูลค่าส่วนประกอบหรือชิ้นส่วนทั้งหมดของสินค้าที่เหมือนกับสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้ เว้นแต่สินค้าที่ประกอบขึ้นจากส่วนประกอบหรือชิ้นส่วนดังกล่าวมีมูลค่าเพิ่มไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้าของต้นทุนการผลิต ๓) การคำนวณมูลค่าเพิ่มตาม ๑) และ ๒) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศกำหนด (๕) การดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการผลิตหรือการดำเนินธุรกิจอื่นใด ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๗๑/๕ ให้เริ่มดำเนินกระบวนการพิจารณาตอบโต้การหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้เมื่อมีคำขอของกรมการค้าต่างประเทศหรือของบุคคลหรือคณะบุคคลตามมาตรา ๗๑/๖ การยื่นคำขอตามวรรคหนึ่งจะกระทำได้หลังจากคณะกรรมการมีคำวินิจฉัยชั้นที่สุด ให้มีการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน มาตรา ๗๑/๖ บุคคลหรือคณะบุคคลอาจยื่นคำขอต่อกรมการค้าต่างประเทศในนามของผู้ผลิตในประเทศซึ่งผลิตสินค้าชนิดเดียวกันกับสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้เพื่อให้คณะกรรมการดำเนินการพิจารณาตอบโต้การหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้ คำขอตามวรรคหนึ่งต้องได้รับการสนับสนุนจากผู้ผลิตในประเทศซึ่งผลิตสินค้าชนิดเดียวกันกับสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้ ในปริมาณไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของปริมาณการผลิตสินค้าชนิดเดียวกันกับสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้ทั้งหมดในประเทศ การยื่นคำขอให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ ระยะเวลา และเงื่อนไขที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศกำหนด มาตรา ๗๑/๗ ถ้าคำขอตามมาตรา ๗๑/๖ มีรายละเอียดหรือหลักฐานไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ให้กรมการค้าต่างประเทศแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการให้ครบถ้วนหรือถูกต้องภายในเวลาที่กำหนด เมื่อคำขอมีรายละเอียดและพยานหลักฐานครบถ้วนและถูกต้องแล้ว ให้กรมการค้าต่างประเทศเสนอคำขอต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณา มาตรา ๗๑/๘ ผู้ยื่นคำขอตามมาตรา ๗๑/๖ อาจถอนคำขอได้ แต่ถ้าได้มีการประกาศไต่สวนการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้ตามมาตรา ๗๑/๑๐ แล้ว คณะกรรมการจะยุติการพิจารณาตอบโต้การหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้หรือดำเนินการพิจารณาต่อไปก็ได้ มาตรา ๗๑/๙ ในกรณีที่คณะกรรมการมีคำวินิจฉัยว่าคำขอมีมูลเกี่ยวกับการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้ ให้กรมการค้าต่างประเทศดำเนินการไต่สวนต่อไปโดยไม่ชักช้า ในกรณีที่คณะกรรมการมีคำวินิจฉัยว่าคำขอนั้นไม่มีมูลเกี่ยวกับการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้ ให้กรมการค้าต่างประเทศแจ้งคำวินิจฉัยดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอทราบโดยไม่ชักช้า มาตรา ๗๑/๑๐ ในการพิจารณาตอบโต้การหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้ ให้กรมการค้าต่างประเทศเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ไต่สวนการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้ เริ่มต้นโดยการออกประกาศไต่สวนการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้ในราชกิจจานุเบกษา และลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์รายวันหรือเผยแพร่โดยวิธีการอื่นใดทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษเพื่อให้สาธารณชนรับรู้ ตามที่เห็นสมควร ประกาศไต่สวนการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้ต้องมีรายการตามที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศกำหนด ให้กรมการค้าต่างประเทศแจ้งประกาศไต่สวนการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้ให้ผู้ยื่นคำขอ ผู้ผลิตในต่างประเทศ ผู้ส่งออกจากต่างประเทศ หรือผู้ประกอบสินค้า ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้ และรัฐบาลของประเทศแหล่งกำเนิดหรือประเทศผู้ส่งออกที่เกี่ยวข้องทราบ และในกรณีที่ทราบที่อยู่ของผู้นำเข้าที่เกี่ยวข้องหรือตัวแทนของบุคคลดังกล่าว ให้กรมการค้าต่างประเทศแจ้งเป็นหนังสือให้บุคคลเหล่านั้นทราบประกาศนั้นด้วย มาตรา ๗๑/๑๑ การเสนอข้อเท็จจริงและความเห็นรวมทั้งสิทธิการดำเนินการเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียและผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการไต่สวนการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๗๑/๑๒ ให้นำมาตรา ๒๖ มาตรา ๒๗ มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐ และมาตรา ๔๐ มาใช้บังคับแก่การไต่สวนการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้โดยอนุโลม มาตรา ๗๑/๑๓ ในกรณีที่คณะกรรมการมีคำวินิจฉัยว่ามีการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้ ให้ขยายการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนกับการนำเข้าสินค้าที่หลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้ในอัตราไม่เกินอัตราสูงสุดที่เรียกเก็บกับสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้จากประเทศผู้ส่งออกนั้น ในการขยายการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนตามวรรคหนึ่ง ให้เริ่มตั้งแต่วันที่มีการจัดทำทะเบียนการนำเข้าสินค้า ในการนี้ ให้กรมศุลกากรมีอำนาจเรียกเก็บอากรดังกล่าวตามที่คณะกรรมการมีคำวินิจฉัย การขยายการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนตามวรรคหนึ่ง ให้เปลี่ยนแปลงหรือยุติตามการเรียกเก็บอากรของสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้ มาตรา ๗๑/๑๔ ในกรณีที่มีการขยายการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน หากผู้นำเข้าไม่ชำระอากรหรือชำระอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนไม่ครบถ้วน หรือค้างชำระค่าอากรดังกล่าว ให้นำมาตรา ๔๙/๑ หรือมาตรา ๗๐/๑ แล้วแต่กรณี มาใช้บังคับโดยอนุโลม มาตรา ๗๑/๑๕ ในกรณีที่มีการขยายการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนผู้นำเข้าอาจยื่นคำขอคืนอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนต่อกรมศุลกากรได้ หากภายหลังปรากฏว่ามีการส่งสินค้าที่ได้ชำระอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนกลับออกไปนอกราชอาณาจักร ให้นำมาตรา ๔๙/๒ หรือมาตรา ๗๐/๒ แล้วแต่กรณี มาใช้บังคับโดยอนุโลม มาตรา ๗๑/๑๖ การเริ่มต้นกระบวนการพิจารณาตอบโต้การหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้จนถึงการดำเนินการให้มีคำวินิจฉัยว่าให้ขยายการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน หรือมีคำวินิจฉัยว่าไม่มีการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเก้าเดือนนับแต่วันประกาศไต่สวน เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นให้ขยายได้อีกไม่เกินสามเดือน มาตรา ๗๑/๑๗ เมื่อคณะกรรมการเห็นสมควร หรือเมื่อมีคำขอจากผู้มีส่วนได้เสียหลังจากที่ได้มีการขยายการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี คณะกรรมการอาจพิจารณาทบทวนเพื่อยุติการขยายการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนได้ การพิจารณาทบทวนจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันประกาศให้มีการทบทวน การพิจารณาทบทวนไม่กระทบถึงการขยายการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนในระหว่างนั้น มาตรา ๗๑/๑๘ ผู้นำเข้าอาจขอคืนอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรืออากรตอบโต้การอุดหนุนที่ถูกเรียกเก็บจากการขยายการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน ในขณะหนึ่งขณะใดได้ถ้าผู้นั้นพิสูจน์ได้ว่าไม่มีการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้ตามมาตรา ๗๑/๓ การขอคืนอากรตามวรรคหนึ่งต้องยื่นคำขอต่อกรมการค้าต่างประเทศภายในหกเดือนนับแต่วันชำระอากรดังกล่าว การพิจารณาคืนอากรจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่คณะกรรมการรับคำขอดังกล่าว เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นให้ขยายเวลาได้อีกไม่เกินหกเดือน มาตรา ๗๑/๑๙ ให้นำมาตรา ๗๑/๓ มาตรา ๗๑/๔ มาตรา ๗๑/๖ วรรคสาม มาตรา ๗๑/๗ มาตรา ๗๑/๘ มาตรา ๗๑/๙ มาตรา ๗๑/๑๐ มาตรา ๗๑/๑๑ และมาตรา ๗๑/๑๒ มาใช้บังคับแก่การทบทวนและการขอคืนอากร ตามมาตรา ๗๑/๑๗ และมาตรา ๗๑/๑๘ โดยอนุโลม มาตรา ๗๑/๒๐ ผู้ใดไม่พอใจคำวินิจฉัยของคณะกรรมการตามมาตรา ๗๑/๑๓ หรือคำวินิจฉัยของคณะกรรมการในการขอให้ทบทวนตามมาตรา ๗๑/๑๗ และมาตรา ๗๑/๑๘ ให้อุทธรณ์คำวินิจฉัยดังกล่าวต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งคำวินิจฉัยนั้น และให้นำมาตรา ๖๑ วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม"

คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้

ฎีกาที่ 15564/2558

พ.ศ. 2558

การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตาม พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 19 เป็นมาตรการของรัฐที่ต้องการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดไม่ว่าผู้นั้นจะยินยอมเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดหรือไม่ก็ตาม โดยศาลจะมีคำสั่งให้ส่งตัวผู้ติดยาเสพติดไปตรวจพิสูจน์การเสพหรือการติดยาเสพติดก่อน และคณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดมีอำนาจวินิจฉัยว่าผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ ผู้ใดเป็นผู้เสพหรือติดยาเสพติด จากนั้นต้องจัดให้มีแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามมาตรา 22 โดยคำนึงถึงความหนักเบาของ

ฎีกาที่ 14975/2557

พ.ศ. 2557

แม้พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 40 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ผู้ขับขี่ต้องขับรถให้ห่างรถคันหน้าพอสมควรในระยะที่จะหยุดรถได้โดยปลอดภัยในเมื่อจำเป็นต้องหยุดรถ" ก็ตาม แต่ได้ความว่าก่อนเกิดเหตุจำเลยขับรถจักรยานยนต์เยื้องไปทางด้านหลังซ้ายรถยนต์ที่ ร. ขับ ดังนี้ จำเลยจึงขับรถอยู่คนละช่องเดินรถกับรถที่ ร. ขับ และเหตุที่รถที่จำเลยขับชนรถที่ ร. ขับเนื่องมาจาก ร. เบี่ยงรถมาทางด้านซ้าย กรณีจึงถือไม่ได้ว่ารถที่ ร. ขับเป็นรถคันหน้าที่จำเลยต้องขับรถให้ห่างพอสมควรที่จะหยุดรถได้โดยปลอดภัยเมื่อจำเป็นต้องหยุ

ค้นต่อ