พระราชบัญญัติการไฟฟ้านครหลวง พ.ศ. 2501
มาตรา 54
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
พระราชบัญญัติการไฟฟ้านครหลวง พ.ศ. 2501 มาตรา 54 การโอนโรงผลิตพลังงานไฟฟ้า สวิตช์ยาร์ด และอุปกรณ์ของสิ่งดังกล่าวตามมาตรา ๑๔ วรรคหนึ่งแห่งพระราชบัญญัติการไฟฟ้ายันฮี พ.ศ. ๒๕๐๐ ซึ่งเป็นหน้าที่ของกองไฟฟ้าหลวง กรมโยธาเทศบาล และการไฟฟ้ากรุงเทพ กระทรวงมหาดไทยนั้น ให้ตกมาเป็นหน้าที่ของการไฟฟ้านครหลวงที่จะดำเนินการโอนภายใต้หลักเกณฑ์และวิธีการที่ได้กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการไฟฟ้ายันฮี พ.ศ. ๒๕๐๐ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ถ. กิตติขจร นายกรัฐมนตรีหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่การดำเนินการไฟฟ้าในเขตจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรีในปัจจุบันได้แยกดำเนินการเป็นสองแห่ง คือ กองไฟฟ้าหลวง กรมโยธาเทศบาลแห่งหนึ่ง และการไฟฟ้ากรุงเทพ กระทรวงมหาดไทยอีกแห่งหนึ่งและเพื่อจะปรับปรุงการไฟฟ้าให้กว้างขวางและสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนยิ่งขึ้น สมควรที่จะได้รวมการดำเนินการไฟฟ้าทั้งสองแห่งนี้มารวมเป็นการไฟฟ้านครหลวงเสียแห่งเดียว โดยตราเป็นพระราชบัญญัตินี้มาตรา ฉบับที่ 2 พระราชบัญญัติการไฟฟ้านครหลวง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๐ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติการไฟฟ้านครหลวง พ.ศ. ๒๕๐๑ มีบทบัญญัติให้มอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการวินิจฉัย และให้นำกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์มาใช้บังคับโดยอนุโลม แต่เนื่องจากกฎหมายดังกล่าวได้ยกเลิกบทบัญญัติว่าด้วยอนุญาโตตุลาการไปแล้วสมควรแก้ไขพระราชบัญญัติการไฟฟ้านครหลวง พ.ศ. ๒๕๐๑ ให้สอดคล้องกัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ ทวิ มาตรา ๓๕ ทวิ เมื่อการไฟฟ้านครหลวงมีความจำเป็นที่จะต้องได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ เพื่อใช้ในระบบการส่งหรือการจำหน่ายพลังงานไฟฟ้า หรือตั้งสับสเตชั่น ถ้ามิได้ตกลงในเรื่องการโอนเป็นอย่างอื่น ให้ดำเนินการเวนคืนตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ทวิ มาตรา ๓๖ ทวิ เพื่อประโยชน์แห่งความปลอดภัยในการส่งพลังงานไฟฟ้า ให้การไฟฟ้านครหลวงมีอำนาจทำการรื้อถอนเท่าที่จำเป็น ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) การรื้อถอนป้าย โครงสร้างสำหรับติดตั้งป้าย หรือสิ่งอำนวยความสะดวก หรือป้องกันอันตรายในการก่อสร้างที่ติดหรือตั้งยื่นล้ำเข้ามาอยู่ใกล้สายส่งศักย์สูงย่อย ทวิ หรือสายส่งศักย์ต่ำ เสา หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ (๒) การรื้อถอนป้าย โครงป้าย หรือสิ่งอื่นใดที่ปิดหุ้มคลุมทับสายส่งศักย์ต่ำหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่อยู่ใต้หรือบนกันสาดอาคารชั้นล่างหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของอาคาร ทั้งนี้ โดยไม่ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน ทวิ แต่ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารทราบล่วงหน้าในเวลาอันสมควร กรณีที่สิ่งใด ๆ ตามวรรคหนึ่งมีอยู่ก่อนเวลาเดินสายส่งศักย์สูงย่อย หรือสายส่งศักย์ต่ำ หรือปักตั้งเสา หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ให้การไฟฟ้านครหลวงใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียเท่าที่ต้องเสียหายเพราะการกระทำนั้นมาตรา ฉบับที่ 3 พระราชบัญญัติการไฟฟ้านครหลวง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติการไฟฟ้านครหลวง พ.ศ. ๒๕๐๑ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีบทบัญญัติบางมาตราที่ไม่เหมาะสมแก่การบริหารกิจการของการไฟฟ้านครหลวงให้เจริญก้าวหน้าและมีความคล่องตัวในการบริหารงานสมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติดังกล่าวในส่วนที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของการไฟฟ้านครหลวง รวมทั้งจำนวนกรรมการอำนาจหน้าที่และคุณสมบัติของคณะกรรมการและผู้ว่าการ และอัตราโทษให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของผู้ทำการแทน ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน ผู้รักษาการแทน หรือผู้รักษาการในตำแหน่งผู้บริหารของรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากปัจจุบันกฎหมายจัดตั้งรัฐวิสาหกิจหลายฉบับได้กำหนดให้ผู้บริหารของรัฐวิสาหกิจเป็นกรรมการและเลขานุการในคณะกรรมการของรัฐวิสาหกิจโดยตำแหน่ง และกำหนดบทบัญญัติเกี่ยวกับผู้ทำการแทน ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน ผู้รักษาการแทนหรือผู้รักษาการในตำแหน่งผู้บริหารของรัฐวิสาหกิจ ในกรณีที่ตำแหน่งผู้บริหารของรัฐวิสาหกิจนั้นว่างลง หรือในกรณีที่ผู้บริหารนั้นไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ โดยจำกัดอำนาจหน้าที่ของบุคคลที่ทำหน้าที่แทนผู้บริหารของรัฐวิสาหกิจดังกล่าวมิให้มีอำนาจหน้าที่ในฐานะกรรมการซึ่งก่อให้เกิดปัญหาต่อองค์ประกอบและการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการของรัฐวิสาหกิจ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว สมควรแก้ไขกฎหมายจัดตั้งรัฐวิสาหกิจให้ผู้ทำการแทน ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน ผู้รักษาการแทน หรือผู้รักษาการในตำแหน่งผู้บริหารของรัฐวิสาหกิจมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับผู้บริหารของรัฐวิสาหกิจรวมถึงอำนาจหน้าที่ของผู้บริหารในฐานะกรรมการในคณะกรรมการของรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้คณะกรรมการของรัฐวิสาหกิจสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้