ทนอย.Thanoy · iApp
พระราชบัญญัติขนาดเกวียน พระพุทธศักราช 2459

มาตรา 4

ยกเลิกแล้ว
กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว — แสดงไว้เพื่อการค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่
พระราชบัญญัติขนาดเกวียน พระพุทธศักราช 2459 มาตรา 4 เกวียนต้องมีขนาดอย่างเดียวกัน มาตรา ๔ เกวียนต้องมีขนาดระหว่างล้อทั้ง ๒ ล้อเท่ากันทั้งสิ้น คือ วัดแต่ล้อข้างหนึ่งถึงล้ออีกข้างหนึ่ง เมื่อดุมชิดกับปะแหรกแล้ว ต้องให้ได้ ๑ เมตร ๔๕ เซนติเมตร เป็นส่วนกว้างของเรือนเกวียน แต่ส่วนยาวและส่วนอื่น ๆ ของเกวียนนั้นไม่จำกัด สุดแต่ผู้ทำจะให้ยาวเหมาะแก่การใช้สัตว์พาหนะชนิดใดก็ได้ แต่เพื่อที่จะให้เข้าใจง่ายในการกำหนดขนาดเกวียนดังได้กล่าวมาแล้วในมาตรานี้ ให้ผู้บัญชาการปกครองท้องที่ทำตัวอย่างเกวียนขึ้นไว้ยังที่ว่าการเล่มหนึ่ง ห้ามมิให้ผู้หนึ่งผู้ใดทำเกวียนหรือใช้เกวียนซึ่งมีขนาดระหว่างล้อทั้ง ๒ ล้อผิดกับตัวอย่างและขนาดที่ได้กำหนดไว้ในมาตรานี้เป็นอันขาด เว้นแต่เกวียนบางเล่มที่มีอยู่แล้วก่อนวันใช้พระราชบัญญัตินี้ ซึ่งผู้ว่าราชการเมืองผู้ปกครองท้องที่จะได้ผ่อนเวลาให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงตามความในมาตรา ๕

คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้

ฎีกาที่ 1323/2558

พ.ศ. 2558

พ.ร.บ.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.2522 ที่ใช้บังคับขณะฟ้อง มาตรา 4 และมาตรา 19 แสดงว่าอธิการบดีซึ่งเป็นผู้แทนของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโจทก์ ซึ่งเป็นนิติบุคคลย่อมมีอำนาจดำเนินกิจการทั่วไปแทนโจทก์ การฟ้องคดีเป็นสิทธิของบุคคลในกระบวนการยุติธรรม และความประสงค์ของนิติบุคคลแสดงออกโดยผู้แทนของนิติบุคคลนั้น อธิการบดีผู้แทนของโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีในนามโจทก์ได้ โดยไม่จำต้องได้รับมอบอำนาจจากสภามหาวิทยาลัย จำเลยยอมรับว่าได้เช่าอาคารพาณิชย์พิพาทจากโจทก์ จึงไม่มีอำนาจต่อสู้ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจให้เช่าอีก และหากเป็

ฎีกาที่ 6858/2557

พ.ศ. 2557

โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 มาตรา 4, 32, 107 พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ซึ่งมาตรา 4 ที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ได้ถูกยกเลิกไปตาม พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2530 นั้น เห็นว่า แม้โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองโดยอ้าง พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ซึ่งถูกยกเลิกและแก้ไขใหม่แล้ว และมิได้อ้าง พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2530 ที่แก้ไขใหม่ แต่คำว่า ขาย ตามมาตรา 4 ซึ่งแก้ไขใหม่ยังคงหมายความรวมถึงมีไว้เพื่อขายและถือเป็นความผิด ดังนั้นการกระทำของจำเลยทั้งสองจึงยังเป็นความ

ฎีกาที่ 17950/2557

พ.ศ. 2557

ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาว่าจำเลยร่วมไม่ต้องรับผิด ทั้งข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ไม่ได้กระทบกระเทือนสิทธิของจำเลยร่วม จำเลยร่วมจึงไม่มีสิทธิฎีกา ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ผู้ทำละเมิดเป็นลูกจ้างกองน้ำบาดาล ในสังกัดจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐที่มีฐานะเป็นกรม จำเลยที่ 2 จึงต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลละเมิดที่จำเลยที่ 1 ทำตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 มาตรา 4 และมาตรา 5 วรรคหนึ่ง แม้ต่อมาจะมี พ.ร.ฎ.ให้โอนกองน้ำบาดาลไปสังกัดจำเลยร่วม ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงเฉพาะฐานะของกองน้ำบาดาล ความรับ

ค้นต่อ

พระราชบัญญัติขนาดเกวียน พระพุทธศักราช 2459 มาตรา 4 · ทนอย Thanoy