พระราชบัญญัติครู พุทธศักราช 2488
มาตรา 33
กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว — แสดงไว้เพื่อการค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่
พระราชบัญญัติครู พุทธศักราช 2488 มาตรา 33 ภายในหนึ่งปีนับแต่วันใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้ ให้คณะกรรมการอำนวยการของคุรุสภาประกอบด้วยกรรมการโดยตำแหน่งตามความในมาตรา ๗ และกรรมการอื่นไม่เกินเก้าคนซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งจากผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเป็นครูมีเวลารวมกันไม่น้อยกว่าสิบปีผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ควง อภัยวงศ์ นายกรัฐมนตรีมาตรา ฉบับที่ 2 พระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๕ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๓ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๖มาตรา ฉบับที่ 3 พระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๙ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๙ เป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้คือโดยที่มีการโอนโรงเรียนประถมศึกษาบางประเภทไปสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดและได้โอนข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่งครูหรือตำแหน่งอื่นในโรงเรียนนั้นๆ ไปเป็นข้าราชการส่วนจังหวัดและโดยที่ได้โอนโรงเรียนประถมศึกษาในเขตเทศบาลไปเป็นโรงเรียนเทศบาลแล้วจึงเป็นการสมควรให้คุรุสภามีอำนาจหน้าที่ควบคุมการบริหารงานบุคคลส่วนที่เกี่ยวกับข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นผู้สอนประจำในสถานศึกษาขององค์การบริหารส่วนจังหวัดจึงต้องแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยครูและให้ข้าราชการส่วนจังหวัดซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นผู้สอนประจำในสถานศึกษาขององค์การบริหารส่วนจังหวัดและพนักงานเทศบาลซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นผู้สอนประจำในสถานศึกษาของเทศบาลมีฐานะเป็นครูตามกฎหมายว่าด้วยครู ทวิ มาตรา ๗ ทวิ ให้คณะกรรมการอำนวยการคุรุสภาแต่งตั้งสมาชิกคุรุสภาจากผู้ซึ่งกรุงเทพมหานครได้คัดเลือกไว้ตามวรรคสองหนึ่งคน และสมาชิกคุรุสภาจากผู้ซึ่งศึกษาธิการเขตได้คัดเลือกไว้ตามวรรคสอง เขตละหนึ่งคน เป็นกรรมการที่ปรึกษามีหน้าที่ให้คำแนะนำและคำปรึกษาแก่คณะกรรมการอำนวยการคุรุสภา ทวิ ให้กรุงเทพมหานครคัดเลือกสมาชิกคุรุสภาในเขตกรุงเทพมหานครจำนวนสามคน และศึกษาธิการเขตคัดเลือกสมาชิกคุรุสภาในเขตการศึกษาของตนเขตละสามคน ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการอำนวยการกำหนด และเสนอรายชื่อไปยังคณะกรรมการอำนวยการคุรุสภา และให้คณะกรรมการอำนวยการคุรุสภาคัดเลือกสมาชิกคุรุสภาดังกล่าว ทวิ เพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการที่ปรึกษาตามวรรคหนึ่ง กรรมการที่ปรึกษามีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระได้เมื่อลาออกหรือพ้นจากสมาชิกภาพของสมาชิกคุรุสภา หรือย้ายไปอยู่นอกเขตที่ตนได้รับคัดเลือก ในกรณีที่กรรมการที่ปรึกษาพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ทวิ ให้คณะกรรมการอำนวยการคุรุสภาแต่งตั้งผู้ซึ่งกรุงเทพมหานครหรือศึกษาธิการเขตคัดเลือกไว้ตามวรรคสอง เป็นกรรมการที่ปรึกษาแทน กรรมการที่ปรึกษาซึ่งได้รับแต่งตั้งแทนให้อยู่ในตำแหน่งได้เท่ากำหนดเวลาของผู้ซึ่งตนแทน ทวิ มาตรา ๙ ทวิ ให้คณะกรรมการอำนวยการมีการประชุมเป็นประจำอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง และในกรณีที่ประธานเห็นว่าเรื่องที่จะประชุมพิจารณานั้นเกี่ยวกับส่วนได้เสียของสมาชิกคุรุสภา หรือเป็นการสมควรที่จะรับฟังความคิดเห็นของกรรมการที่ปรึกษา ทวิ ให้ประธานมีอำนาจเรียกกรรมการที่ปรึกษามาประชุมร่วมกับคณะกรรมการอำนวยการได้ แต่ประธานจะต้องเรียกกรรมการที่ปรึกษามาประชุมร่วมกับคณะกรรมการอำนวยการอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง ในการร่วมประชุมกับคณะกรรมการอำนวยการตามวรรคหนึ่ง กรรมการที่ปรึกษามีสิทธิเสนอแนะและแสดงความคิดเห็นได้ แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนมาตรา ฉบับที่ 4 พระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๙ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๙ ให้ดำเนินการคัดเลือกกรรมการที่ปรึกษาตามพระราชบัญญัตินี้ให้เสร็จสิ้นภายในหกสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา ๑๐ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช ๒๔๘๘บางมาตรามีหลักการไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบันสมควรแก้ไขเพิ่มเติมให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้นมาตรา ฉบับที่ 5 พระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๗ ให้คณะกรรมการอำนวยการคุรุสภาซึ่งอยู่ในตำแหน่งในวันประกาศพระราชบัญญัตินี้ในราชกิจจานุเบกษาคงอยู่ในตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะได้มีการเลือกตั้งกรรมการตามมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช๒๔๘๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา ๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยครูในส่วนที่เกี่ยวกับองค์ประกอบของคณะกรรมการอำนวยการของคุรุสภา เพื่อให้ข้าราชการครูส่วนจังหวัดได้มีส่วนในการกำหนดนโยบายและบริหารกิจการของคุรุสภาและโดยที่ได้มีกฎหมายกำหนดให้มีข้าราชการครูส่วนจังหวัดและพนักงานครูเทศบาลขึ้น สมควรแก้ไขกฎหมายว่าด้วยครูให้สอดคล้องกันด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 15564/2558
การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตาม พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 19 เป็นมาตรการของรัฐที่ต้องการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดไม่ว่าผู้นั้นจะยินยอมเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดหรือไม่ก็ตาม โดยศาลจะมีคำสั่งให้ส่งตัวผู้ติดยาเสพติดไปตรวจพิสูจน์การเสพหรือการติดยาเสพติดก่อน และคณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดมีอำนาจวินิจฉัยว่าผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ ผู้ใดเป็นผู้เสพหรือติดยาเสพติด จากนั้นต้องจัดให้มีแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามมาตรา 22 โดยคำนึงถึงความหนักเบาของ