ทนอย.Thanoy · iApp
พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช 2479

มาตรา 24

ยกเลิกแล้วหมวด ๖ บทบัญญัติเฉพาะกาล
กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว — แสดงไว้เพื่อการค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่
มาตรานี้ถูกแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว — ตัวบทด้านล่างเป็นฉบับที่เก็บไว้ในคลัง และอาจเป็นข้อความก่อนการแก้ไข โปรดอ่านตัวบทที่แก้ไขจาก:
พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช 2479 มาตรา 24 ผู้ใดเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะอยู่ก่อนวันประกาศพระราชบัญญัตินี้ ในท้องถิ่นซึ่งยังมิได้ใช้พระราชบัญญัติการแพทย์ พุทธศักราช ๒๔๖๖ ให้ยื่นคำร้องขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะภายในกำหนดสามเดือนนับแต่วันใช้พระราชบัญญัตินี้ ภายในกำหนดเวลาที่ว่านี้ ให้ผู้นั้นประกอบโรคศิลปะไปพลางก่อนได้จนกว่าจะได้รับคำสั่งจากคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะไม่ยอมรับขึ้นทะเบียน การขอขึ้นทะเบียนตามความในวรรคก่อน นอกจากการขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง และสาขา (จ) และ (ฉ) แห่งมาตรา ๔ แม้ผู้ขอจะไม่มีความรู้ในวิชาชีพตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๕ ถ้าเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๔ ก็ให้มีสิทธิขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะตามพระราชบัญญัตินี้ในสาขาหนึ่งสาขาใดที่ตนประกอบอยู่ได้ภายในบังคับเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ (ก) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณ เป็นผู้ที่ประกอบโรคศิลปะอยู่ก่อนวันประกาศพระราชบัญญัตินี้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี (ข) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบัน มีหลักฐานแสดงได้ว่าได้รับการอบรมศึกษาในสาขาที่ตนขอขึ้นทะเบียนจากโรงพยาบาลหรือสถานศึกษาอื่นใดในประเทศสยาม หรือจากผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นหนึ่งมาแล้ว เป็นเวลาไม่น้อยกว่ากำหนดดังต่อไปนี้ สาขาเวชกรรมห้าปี สาขาทันตกรรมหรือเภสัชกรรมสองปี สาขาการผดุงครรภ์หนึ่งปีผู้รับสนองพระบรมราชโองการ (ตามมติคณะรัฐมนตรี) พิบูลสงคราม รัฐมนตรีมาตรา ฉบับที่ 2 พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๐ มาตรา ๒ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๓ ให้ผู้มีสิทธิขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำการประกอบโรคศิลปะตามความในมาตรา ๒๔ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช ๒๔๗๙ ที่ยังไม่ได้ขอขึ้นทะเบียน มีสิทธิขอขึ้นทะเบียนได้ภายในกำหนดสามเดือน นับตั้งแต่วันใช้พระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่รักษาการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้มาตรา ฉบับที่ 3 พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๓) พุทธศักราช ๒๔๘๓ มาตรา ๒ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๗ ให้ถือว่าผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันในสาขาเวชกรรมชั้นหนึ่งอยู่แล้วก่อนวันใช้พระราชบัญญัตินี้ อยู่ในประเภท ก. ตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช ๒๔๗๙ ตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๑๐ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้มาตรา ฉบับที่ 4 พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๓ ให้ผู้มีสิทธิขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณตามความในมาตรา ๒๔ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช ๒๔๗๙ ยื่นคำร้องขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะได้ภายในกำหนดหกเดือน นับตั้งแต่วันใช้พระราชบัญญัตินี้ภายในบังคับเงื่อนไขดังต่อไปนี้ (ก) สาขาเวชกรรม ได้ศึกษาหรือได้รับการอบรมศึกษาเป็นเวลาสืบเนื่องกันไม่น้อยกว่าสามปี (ข) สาขาเภสัชกรรม ได้ศึกษาหรือได้รับการอบรมศึกษาเป็นเวลาสืบเนื่องกันไม่น้อยกว่าหนึ่งปี (ค) สาขาการผดุงครรภ์ ได้ศึกษาหรือได้รับการอบรมศึกษาเป็นเวลาสืบเนื่องกันไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ทุก ๆ สาขาต้องมีหลักฐานจากผู้ให้การอบรมหรือหลักฐานอื่นใด ซึ่งคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะจะเห็นควรเชื่อถือได้ มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้มาตรา ฉบับที่ 5 พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้มาตรา ฉบับที่ 6 พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๐๔ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากวิทยาศาสตร์การแพทย์ทุก ๆ ด้านได้วิวัฒนาการก้าวหน้าไปกว่าเดิมมาก และเพื่อผดุงมาตรฐานการแพทย์ของประเทศให้อยู่ในระดับมาตรฐานสากล จึงควรให้ผู้ที่ได้รับปริญญาแพทยศาสตร์แล้ว มีการฝึกอบรมต่ออีกหนึ่งปีเป็นอย่างน้อยก่อนที่จะให้ทำการประกอบโรคศิลปะได้ และโดยที่บทบัญญัติในมาตรา ๑๑ ยังไม่รัดกุมพอ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนทำการประกอบโรคศิลปะโดยมิชอบได้ เพราะฉะนั้น เพื่อสวัสดิภาพของประชาชน จึงจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมความในมาตรา ๑๑ และ ๑๕ เสียใหม่มาตรา ฉบับที่ 7 พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๐๙ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ปรากฏว่ามีการกระทำบางอย่างที่ผู้กระทำได้นำเอากรรมวิธีของการประกอบโรคศิลปะไปใช้ แก่การเสริมสวย การคุมกำเนิด เป็นต้น ด้วยวิธีผ่าตัด ฉีดยาหรือสสารใด ๆโดยการกระทำดังกล่าวไม่เป็นการประกอบโรคศิลปะตามบทนิยามของกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการประกอบโรคศิลปะที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ทั้ง ๆ ที่การกระทำดังกล่าวอาจจะเกิดอันตรายได้เช่นเดียวกับการประกอบโรคศิลปะ และขณะนี้ได้มีโรงเรียนพยาบาลและผดุงครรภ์เกิดขึ้นหลายแห่งสมควรที่จะกวดขันความรู้ของผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนต่าง ๆ ให้มีมาตรฐานเท่าเทียมกันโดยให้มีการสอบความรู้ผู้ขอขึ้นทะเบียนการประกอบโรคศิลปะก่อนที่จะอนุญาตให้ขึ้นทะเบียน และรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการพยาบาลและการผดุงครรภ์นอกจากนี้ยังมีบุคคลซึ่งไม่มีความรู้ในวิชาชีพนี้เพียงพอทำการประกอบโรคศิลปะหรือใช้กรรมวิธีของการประกอบโรคศิลปะแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบอันอาจเป็นภัยต่อสวัสดิภาพของประชาชน จึงสมควรแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการประกอบโรคศิลปะให้ควบคุมไปถึงกรณีดังกล่าว และเพิ่มโทษสำหรับผู้กระทำความผิดให้สูงยิ่งขึ้นมาตรา ฉบับที่ 8 พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๑๑ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๗ ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันในสาขาเวชกรรมชั้นสองหรือสาขาเภสัชกรรมชั้นสองซึ่งได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตอยู่ในวันที่ประกาศพระราชบัญญัตินี้ในราชกิจจานุเบกษา ให้คงประกอบโรคศิลปะต่อไปได้ภายในข้อจำกัดและเงื่อนไขตามที่ได้รับอนุญาตไว้ มาตรา ๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ได้มีพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรมกำหนดให้การควบคุมการประกอบวิชาชีพเวชกรรมแยกออกจากการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ และให้มีแพทยสภาทำหน้าที่ควบคุมการประกอบวิชาชีพเวชกรรมแทนคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะจึงสมควรแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการประกอบโรคศิลปะเสียใหม่คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๓๘ ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๑๕โดยที่คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินพิจารณาเห็นว่า การควบคุมการประกอบโรคศิลปะในปัจจุบันมีสาขาในการประกอบโรคศิลปะเพิ่มขึ้น คือสาขากายภาพบำบัด และสาขาเทคนิคการแพทย์ ดังนั้น เพื่อให้การควบคุมการประกอบโรคศิลปะได้เป็นไปอย่างรัดกุมและเหมาะสม สมควรแก้ไขนิยามคำว่าโรคศิลปะและบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องในกฎหมายเสียใหม่ให้สอดคล้องกัน ข้อ ๕ คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปมาตรา ฉบับที่ 9 พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๓๐ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๗ ให้ผู้ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณตามพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช ๒๔๗๙ อยู่แล้ว ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณทั่วไปตามพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช ๒๔๗๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๘ ในระหว่างที่ยังมิได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะตามมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช ๒๔๗๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ให้คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะซึ่งได้รับแต่งตั้งอยู่แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นใหม่ ซึ่งต้องไม่เกินเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ในระหว่างที่ยังมิได้มีผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณแบบประยุกต์ที่จะได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ ให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นกรรมการแทน ซึ่งต้องไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา ๙ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากในปัจจุบันได้มีการศึกษาค้นคว้า และนำเอาหลักวิทยาศาสตร์มาใช้กับการประกอบโรคศิลปะแผนโบราณ จนทำให้การประกอบโรคศิลปะแผนโบราณเจริญก้าวหน้าขึ้นมาก แต่พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช ๒๔๗๙ซึ่งใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันกำหนดให้ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณต้องเป็นผู้ได้รับการศึกษาอบรมจากผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณที่ได้ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาตแล้วตามกำหนดเวลาและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงอันเป็นการจำกัดการศึกษาค้นคว้าของผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณในอันที่จะนำวิทยาการสมัยใหม่มาส่งเสริมความรู้ความสามารถในวิชาชีพนี้ สมควรกำหนดให้มีการประกอบโรคศิลปะแผนโบราณแบบประยุกต์ซึ่งศึกษาโดยอาศัยหลักวิทยาศาสตร์ประกอบและไม่ใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์การแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและรักษานอกจากที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง พร้อมทั้งกำหนดความรู้ในวิชาชีพของผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณเสียใหม่ตลอดจนแก้ไของค์ประกอบของคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะให้สอดคล้องกันจึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

ค้นต่อ

พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช 2479 มาตรา 24 · ทนอย Thanoy