พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2490
มาตรา 7
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2490 มาตรา 7 ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช ๒๔๗๙ ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๓) พุทธศักราช ๒๔๘๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน "มาตรา ๑๕ ความรู้ในวิชาชีพของผู้มีสิทธิขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะได้นั้น คือ (๑) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง (ก) มีปริญญาหรือประกาศนียบัตรสำหรับสาขานั้น ๆ จากสถานศึกษาในประเทศไทยที่คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะรับรอง แต่คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะอาจสอบความรู้ก่อนก็ได้ หรือ (ข) มีปริญญาหรือประกาศนียบัตรจากสถานศึกษาในต่างประเทศและได้รับอนุญาตให้ประกอบโรคศิลปะในประเทศที่ตนได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตร ทั้งคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะได้สอบความรู้เป็นที่พอใจแล้ว และถ้าบุคคลเช่นนี้มีสัญชาติเป็นไทยก็ไม่ต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบโรคศิลปะในประเทศที่ผู้นั้นได้รับการศึกษา (ค) ผู้ที่มีปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาในสาขาเวชกรรมจากสถานศึกษาดังกล่าวใน (ก) หรือ (ข) ให้ขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตในประเภท ก. สำหรับผู้ที่มีประกาศนียบัตรวิชาในสาขาเวชกรรมจากสถานศึกษาของประเทศไทย ซึ่งมีเวลาการศึกษาไม่ต่ำกว่าสี่ปี และคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะเห็นชอบด้วยหลักสูตรการศึกษาแห่งสถานที่นั้นแล้ว ให้ขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตในประเภท ข. แต่คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะอาจสอบความรู้ก่อนก็ได้ (๒) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นสอง เป็นผู้ซึ่งได้รับการอบรมศึกษาในสาขาทันตกรรม เภสัชกรรม หรือการผดุงครรภ์ จากโรงพยาบาลหรือสถานศึกษาในประเทศไทย ซึ่งรัฐมนตรีได้กำหนดความรู้และเงื่อนไขอันควรให้ขึ้นทะเบียนได้ไว้ในกฎกระทรวง (๓) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะในสาขาการพยาบาลเป็นผู้มีประกาศนียบัตรจากสถานศึกษาที่คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะรับรอง แต่คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะอาจสอบความรู้ก่อนก็ได้ (๔) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณเป็นผู้ซึ่งได้รับการอบรมศึกษาจากผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณซึ่งได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตแล้ว ตามกำหนดเวลาและตามเงื่อนไขอันควรให้ขึ้นทะเบียนได้ ซึ่งกำหนดไว้ในกฎกระทรวง"