พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2521
มาตรา 65
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2521 มาตรา 65 ในกรณีที่มีกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีใดอ้างถึงหรือหมายความรวมถึงข้าราชการตำรวจในฐานะที่เป็นข้าราชการพลเรือนตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน ให้ถือว่ากฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีนั้นอ้างถึงหรือหมายความรวมถึงข้าราชการตำรวจตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ นายกรัฐมนตรีบัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตำรวจ หมายเลข ๑หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่การกำหนดตำแหน่ง อัตราเงินเดือน การบรรจุแต่งตั้ง การเลื่อนเงินเดือน การรักษาวินัย ตลอดจนการออกจากราชการ การร้องทุกข์ และการอุทธรณ์ของข้าราชการตำรวจมีลักษณะแตกต่างกับข้าราชการพลเรือนประเภทอื่นจึงไม่สมควรให้อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน และควรให้อยู่ภายใต้กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการตำรวจโดยเฉพาะ ซึ่งจะช่วยทำให้การบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และจะเป็นผลดีแก่ราชการกรมตำรวจ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น ทวิ มาตรา ๖ ทวิ ให้ข้าราชการตำรวจได้รับเงินเดือน ดังต่อไปนี้ (๑) พลตำรวจกองประจำการ และพลตำรวจสำรองให้ได้รับเงินเดือน ระดับ พ. ๑ (๒) พลตำรวจสำรองพิเศษ พลตำรวจพิเศษและพลตำรวจสมัคร ให้ได้รับเงินเดือน ระดับ พ. ๒ (๓) ข้าราชการตำรวจชั้นประทวนยศสิบตำรวจตรี สิบตำรวจโทสิบตำรวจเอก และจ่าสิบตำรวจ ทวิ ให้ได้รับเงินเดือน ระดับ ป. ๑ (๔) ข้าราชการตำรวจชั้นประทวนยศจ่าสิบตำรวจอัตราเงินเดือนจ่าสิบตำรวจ (พิเศษ) หรือนายดาบตำรวจ ให้ได้รับเงินเดือน ระดับ ป. ๒ (๕) ข้าราชการตำรวจยศร้อยตำรวจตรี ร้อยตำรวจโท และร้อยตำรวจเอก ให้ได้รับเงินเดือน ระดับ ส. ๑ (๖) ข้าราชการตำรวจยศพันตำรวจตรี ให้ได้รับเงินเดือน ระดับ ทวิ ส. ๒ (๗) ข้าราชการตำรวจยศพันตำรวจโท ให้ได้รับเงินเดือน ระดับ ส. ๓ (๘) ข้าราชการตำรวจยศพันตำรวจเอก ให้ได้รับเงินเดือน ระดับ ส. ๔ (๙) ข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจจัตวา หรือพันตำรวจเอก อัตราเงินเดือนพันตำรวจเอก (พิเศษ) ให้ได้รับเงินเดือน ระดับ ส. ๕ (๑๐) ข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจตรี ให้ได้รับเงินเดือน ระดับ ทวิ ส. ๖ (๑๑) ข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจโท ให้ได้รับเงินเดือน ระดับ ส. ๗ (๑๒) ข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจเอก ให้ได้รับเงินเดือน ระดับ ส. ๘มาตรา ฉบับที่ 2 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๑ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ เป็นต้นไป มาตรา ๗ การปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจให้เข้าระดับและขั้นเงินเดือนตามบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจ บัญชี ก. บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจ บัญชี ข. บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจ บัญชี ค. หรือบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจ บัญชี ง. ท้ายพระราชบัญญัตินี้ แล้วแต่กรณี ให้เป็นไปตามบัญชีกำหนดการปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจ และตามระยะเวลาที่คณะรัฐมนตรีกำหนด เมื่อปรับอัตราเงินเดือนตามวรรคหนึ่งแล้ว เฉพาะข้าราชการตำรวจผู้ได้รับเงินเดือนต่ำกว่าขั้นต่ำหรือสูงกว่าขั้นสูงของระดับ ให้ได้รับเงินเดือนในขั้นตามที่กำหนดไว้ในบัญชีกำหนดการปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจ ข้าราชการตำรวจซึ่งได้เลื่อนตำแหน่งนับแต่วันปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจตามวรรคหนึ่ง ถ้าได้รับเงินเดือนต่ำกว่าขั้นต่ำของระดับที่ได้เลื่อนตามบัญชีกำหนดการปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจ ให้ได้รับเงินเดือนในขั้นต่ำของบัญชีกำหนดการปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจ แต่ถ้าได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้นต่ำของระดับที่ได้เลื่อนตามบัญชีกำหนดการปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจ ก็ให้ได้รับเงินเดือนในขั้นที่ได้รับอยู่ การรับเงินเดือนในขั้นต่อ ๆ ไปของข้าราชการตำรวจตามวรรคสองและวรรคสาม ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะรัฐมนตรีกำหนด มาตรา ๘ การปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจตามมาตรา ๗ ให้มีผลเป็นการปรับขั้นและอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจที่ได้รับอยู่และที่ได้กำหนดไว้โดยพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ระเบียบ และมติคณะรัฐมนตรีตามไปด้วย มาตรา ๙ เพื่อประโยชน์ในการบรรจุบุคคลซึ่งเคยเป็นข้าราชการตำรวจตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ และออกจากราชการไปก่อนวันที่บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจตามพระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ กลับเข้ารับราชการ ให้ปรับอัตราเงินเดือนที่ผู้นั้นได้รับอยู่ก่อนออกจากราชการให้เข้าระดับและขั้นเงินเดือนตามบัญชีกำหนดการปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจที่คณะรัฐมนตรีกำหนดตามมาตรา ๗ มาตรา ๑๐ ในระหว่างที่ยังมิได้ตราพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจ บัญชี ก. ตามมาตรา ๖ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ให้นำบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจหมายเลข ๓ ท้ายพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาใช้บังคับไปพลางก่อน มาตรา ๑๑ ข้าราชการตำรวจที่ได้รับเงินเดือนไม่เกินอัตราเงินเดือนยศพันตำรวจโทอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและอยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะได้เลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปี และผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนเห็นสมควรเลื่อนขั้นเงินเดือนให้ แต่ข้าราชการตำรวจผู้นั้นได้รับเงินเดือนเต็มขั้นตามบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจหมายเลข ๓ ท้ายพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ หรือจะต้องพ้นจากราชการไปเพราะเกษียณอายุตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการในวันสิ้นปีงบประมาณ ๒๕๓๑ ให้ได้รับการเลื่อนขั้นเงินเดือนตามบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจ หมายเลข ๓ ในขั้นของชั้นยศถัดขึ้นไป มาตรา ๑๒ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจในบัญชีอัตราเงินเดือนท้ายพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ ได้ใช้เป็นเวลานานไม่เหมาะสมกับสถานภาพของตำแหน่งและภาวะการครองชีพในปัจจุบัน และไม่สอดคล้องกับเงินเดือนทหาร จำเป็นต้องกำหนดขั้นเงินเดือนอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจแต่ละชั้นยศ และปรับปรุงบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจเสียใหม่ รวมทั้งให้มีการให้ใช้บัญชีอัตราเงินเดือนแต่ละบัญชีได้ตามความเหมาะสมกับสถานการณ์ โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ ทวิ มาตรา ๑๓ ทวิ การเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตาม มาตรา ๑๓ (๒) (ก) ให้กรรมการข้าราชการตำรวจโดยตำแหน่งตามมาตรา ๑๓ (๑) คัดเลือกบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติ ตามมาตรา ๑๓ (๒) (ก) จำนวนสิบแปดคน แล้วส่งให้ข้าราชการตำรวจซึ่งมีสิทธิเลือกภายในสิบวันนับแต่วันที่คัดเลือกเสร็จ ทวิ การคัดเลือกบุคคลตามวรรคหนึ่งให้กระทำก่อนวันเลือกตั้งเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสิบสี่วันและไม่เกินยี่สิบเอ็ดวัน โดยให้กระทำเป็นการลับ หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ ตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามที่ ก.ตร. กำหนด ทวิ ให้รัฐมนตรีประกาศชื่อกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิในราชกิจจานุเบกษา ทวิ มาตรา ๓๙ ทวิ ให้มีอนุกรรมการข้าราชการตำรวจประจำจังหวัดเรียกโดยย่อว่า อ.ก.ตร.จังหวัด โดยออกนามตามจังหวัดนั้น ๆ อ.ก.ตร.จังหวัด ประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานอัยการจังหวัดหรือผู้แทน ผู้บังคับการตำรวจภูธร หรือผู้แทน รองผู้บังคับการซึ่งทำหน้าที่หัวหน้าตำรวจภูธรจังหวัดหรือผู้แทน ทวิ ผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัด หรือผู้แทน ผู้กำกับการตำรวจภูธรเขตหรือผู้แทน เป็นอนุกรรมการโดยตำแหน่ง และอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสองคน ซึ่งอนุกรรมการโดยตำแหน่งได้เลือกจากข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับ ๗ หรือ เทียบเท่าขึ้นไป และรับราชการอยู่ในจังหวัดนั้น ทวิ หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้เป็นไปตามที่ ก.ตร.กำหนด ให้ อ.ก.ตร. จังหวัด แต่งตั้งข้าราชการตำรวจตำแหน่งรองผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดคนหนึ่งเป็นกรรมการและเลขานุการ และจะแต่งตั้งข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรคนหนึ่งในจังหวัดนั้นเป็นผู้ช่วยเลขานุการด้วยก็ได้ ให้ อ.ก.ตร. จังหวัด ทวิ มีอำนาจหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๙ และให้นำมาตรา ๑๔ มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๗ มาใช้บังคับโดยอนุโลมโดยให้อำนาจหน้าที่ของ ก.ตร. ตามบทบัญญัติดังกล่าวเป็นอำนาจหน้าที่ของ อ.ก.ตร. จังหวัดประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ ๓๘ เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการตำรวจ ลงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๔ ข้อ ๑๒ ข้าราชการตำรวจผู้ใดมีกรณีกระทำผิดวินัยก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับ ให้ผู้บังคับบัญชาตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการตำรวจ สั่งลงโทษผู้นั้นตามกฎหมายที่ใช้อยู่ก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับ ส่วนการดำเนินการสอบสวนพิจารณาให้เป็นไปตามประกาศฉบับนี้ เว้นแต่ (๑) ในกรณีที่ได้มีการสั่งให้สอบสวนโดยถูกต้องตามกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะนั้นไปแล้ว ก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับและยังสอบสวนไม่เสร็จก็ให้สอบสวนตามกฎหมายนั้นต่อไปจนกว่า จะเสร็จ (๒) ในกรณีที่ได้มีการสอบสวนพิจารณาโดยถูกต้องตามกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะนั้นเสร็จไปแล้วก่อนที่ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับให้การสอบสวนพิจารณานั้นเป็นอันใช้ได้ ข้อ ๑๓ ในระหว่างที่ยังไม่มี ก.ตร. ตามมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติฉบับนี้ ให้ ก.ตร. ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ ปฏิบัติหน้าที่ ก.ตร. ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๑๓ (๒) (ก) และ (ข) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติฉบับนี้ ให้ดำเนินการเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับ ข้อ ๑๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้รักษาการตามประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติฉบับนี้ ข้อ ๑๕ ประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ทวิ มาตรา ๒๑ ทวิ ข้าราชการตำรวจซึ่งดำรงตำแหน่งดังต่อไปนี้ นอกจากจะได้รับเงินเดือนตามชั้นยศแล้วให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งอีกส่วนหนึ่ง ดังนี้ (๑) ผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาชีพเฉพาะหรือเชี่ยวชาญเฉพาะ ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งในอัตราเงินประจำตำแหน่งประเภทวิชาชีพเฉพาะ ทวิ หรือเชี่ยวชาญเฉพาะตามบัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตำรวจท้ายพระราชบัญญัตินี้หรือที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาตามที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (๒) ผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงหรือบริหารระดับกลาง ทวิ ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งในอัตราเงินประจำตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงหรือบริหารระดับกลางตามบัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตำรวจท้ายพระราชบัญญัตินี้ หรือที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาตามที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการข้าราชการตำรวจบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจ หมายเลข ๑มาตรา ฉบับที่ 3 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นต้นไป มาตรา ๖ เพื่อประโยชน์ในการบรรจุบุคคลซึ่งเคยเป็นข้าราชการตำรวจตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ และออกจากราชการไปก่อนวันที่บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจตามพระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ กลับเข้ารับราชการ ให้ปรับอัตราเงินเดือนที่ผู้นั้นได้รับอยู่ก่อนออกจากราชการให้เข้าระดับและขั้นเงินเดือน ตามบัญชีกำหนดการปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจที่คณะกรรมการข้าราชการตำรวจกำหนดโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจ ในบัญชีอัตราเงินเดือนท้ายพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๑ ได้ใช้เป็นเวลานาน ไม่เหมาะสมกับสถานภาพของตำแหน่งและภาวะการครองชีพในปัจจุบันจำเป็นต้องปรับอัตราเงินเดือนให้มีอัตราเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตำรวจแต่ละชั้นยศ และปรับปรุงบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจเสียใหม่ รวมทั้งให้มีการให้ใช้บัญชีอัตราเงินเดือนใหม่และบัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตำรวจได้ ตามความเหมาะสมกับสถานการณ์ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้