ทนอย.Thanoy · iApp
พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2535

มาตรา 4

ยังไม่ยืนยันสถานะ
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2535 มาตรา 4 ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร พ.ศ. ๒๕๒๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน "มาตรา ๑๒ อัตราเงินเดือนข้าราชการทหาร ทหารกองประจำการ และนักเรียนในสังกัดกระทรวงกลาโหม ให้แบ่งเป็น ๑๓ ระดับ แต่ละระดับมีชั้นไม่เกินจำนวนชั้นที่กำหนดดังต่อไปนี้ ระดับ พ. ๑ มี๒๐ ชั้น ระดับ พ. ๒ มี๑๘ ชั้น ระดับ ป. ๑ มี๒๑ ชั้น ระดับ ป. ๒ มี๑๕ ชั้น ระดับ น. ๑ มี๒๑ ชั้น ระดับ น. ๒ มี๑๔ ชั้น ระดับ น. ๓ มี๑๕ ชั้น ระดับ น. ๔ มี๑๕ ชั้น ระดับ น. ๕ มี๑๔ ชั้น ระดับ น. ๖ มี๑๓ ชั้น ระดับ น. ๗ มี๑๒ ชั้น ระดับ น. ๘ มี๑๐ ชั้น ระดับ น. ๙ มี๕ ชั้น อัตราเงินเดือนข้าราชการทหาร ทหารกองประจำการ และนักเรียนในสังกัดกระทรวงกลาโหม ตามระดับและชั้นดังกล่าวในวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามบัญชีอัตราเงินเดือนทหาร หมายเลข ๑ ท้ายพระราชบัญญัตินี้ อัตราเงินประจำตำแหน่งข้าราชการทหาร ให้เป็นไปตามบัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่งข้าราชการทหาร หมายเลข ๑ ท้ายพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้บัญชีอัตราเงินเดือนทหาร หมายเลข ๑ และบัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่งข้าราชการทหาร หมายเลข ๑ ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๓๕ เป็นต้นไป สำหรับบัญชีอัตราเงินเดือนทหาร หมายเลข ๒ ถึงหมายเลข ๕ และบัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่งข้าราชการทหาร หมายเลข ๒ ถึงหมายเลข ๔ ให้คณะกรรมการข้าราชการทหารกำหนด โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา การปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการทหาร ทหารกองประจำการ และนักเรียนในสังกัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งรับราชการหรืออยู่ในกองประจำการหรือมีสภาพเป็นนักเรียนอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และยังคงรับราชการหรืออยู่ในกองประจำการหรือมีสภาพเป็นนักเรียนอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้เข้าระดับและชั้นตามบัญชีอัตราเงินเดือนทหาร หมายเลข ๑ ท้ายพระราชบัญญัตินี้ และบัญชีอัตราเงินเดือนทหารตามพระราชกฤษฎีกา ให้เป็นไปตามบัญชีกำหนดการปรับอัตราเงินเดือนทหารที่คณะกรรมการข้าราชการทหารกำหนดโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม การเปลี่ยนการใช้บัญชีอัตราเงินเดือนตามวรรคสี่ หรือการปรับอัตราเงินเดือนให้เข้าระดับและชั้นเงินเดือนตามวรรคห้า ให้มีผลเป็นการแก้ไขชั้นเงินเดือนทหารที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง และมติคณะรัฐมนตรีซึ่งออกตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการทหารตามไปด้วย เมื่อปรับอัตราเงินเดือนตามวรรคห้าแล้ว เฉพาะข้าราชการทหาร ทหารกองประจำการ และนักเรียนในสังกัดกระทรวงกลาโหม ผู้ได้รับเงินเดือนต่ำกว่าชั้นต่ำหรือสูงกว่าชั้นสูงของระดับ ให้ได้รับเงินเดือนในชั้นตามที่กำหนดไว้ในบัญชีกำหนดการปรับอัตราเงินเดือนทหาร ข้าราชการทหารซึ่งได้เลื่อนตำแหน่งนับแต่วันปรับอัตราเงินเดือนทหารตามวรรคห้า ถ้าได้รับเงินเดือนต่ำกว่าชั้นต่ำของระดับที่ได้เลื่อนตามบัญชีกำหนดการปรับอัตราเงินเดือนทหาร ให้ได้รับเงินเดือนในชั้นต่ำของบัญชีกำหนดการปรับอัตราเงินเดือนทหาร แต่ถ้าได้รับเงินเดือนสูงกว่าชั้นต่ำของระดับที่ได้เลื่อนตามบัญชีกำหนดการปรับอัตราเงินเดือนทหาร ก็ให้ได้รับเงินเดือนในชั้นที่คณะกรรมการข้าราชการทหารกำหนด การรับเงินเดือนในชั้นต่อ ๆ ไปของข้าราชการทหาร ทหารกองประจำการ และนักเรียนในสังกัดกระทรวงกลาโหม ตามวรรคเจ็ดและวรรคแปด ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการข้าราชการทหารกำหนดโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เงินประจำตำแหน่งตามมาตรานี้ ไม่ถือเป็นเงินเดือนเพื่อเป็นเกณฑ์ในการคำนวณบำเหน็จบำนาญตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ"

คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้

ฎีกาที่ 1323/2558

พ.ศ. 2558

พ.ร.บ.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.2522 ที่ใช้บังคับขณะฟ้อง มาตรา 4 และมาตรา 19 แสดงว่าอธิการบดีซึ่งเป็นผู้แทนของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโจทก์ ซึ่งเป็นนิติบุคคลย่อมมีอำนาจดำเนินกิจการทั่วไปแทนโจทก์ การฟ้องคดีเป็นสิทธิของบุคคลในกระบวนการยุติธรรม และความประสงค์ของนิติบุคคลแสดงออกโดยผู้แทนของนิติบุคคลนั้น อธิการบดีผู้แทนของโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีในนามโจทก์ได้ โดยไม่จำต้องได้รับมอบอำนาจจากสภามหาวิทยาลัย จำเลยยอมรับว่าได้เช่าอาคารพาณิชย์พิพาทจากโจทก์ จึงไม่มีอำนาจต่อสู้ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจให้เช่าอีก และหากเป็

ฎีกาที่ 6858/2557

พ.ศ. 2557

โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 มาตรา 4, 32, 107 พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ซึ่งมาตรา 4 ที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ได้ถูกยกเลิกไปตาม พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2530 นั้น เห็นว่า แม้โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองโดยอ้าง พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ซึ่งถูกยกเลิกและแก้ไขใหม่แล้ว และมิได้อ้าง พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2530 ที่แก้ไขใหม่ แต่คำว่า ขาย ตามมาตรา 4 ซึ่งแก้ไขใหม่ยังคงหมายความรวมถึงมีไว้เพื่อขายและถือเป็นความผิด ดังนั้นการกระทำของจำเลยทั้งสองจึงยังเป็นความ

ฎีกาที่ 17950/2557

พ.ศ. 2557

ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาว่าจำเลยร่วมไม่ต้องรับผิด ทั้งข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ไม่ได้กระทบกระเทือนสิทธิของจำเลยร่วม จำเลยร่วมจึงไม่มีสิทธิฎีกา ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ผู้ทำละเมิดเป็นลูกจ้างกองน้ำบาดาล ในสังกัดจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐที่มีฐานะเป็นกรม จำเลยที่ 2 จึงต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลละเมิดที่จำเลยที่ 1 ทำตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 มาตรา 4 และมาตรา 5 วรรคหนึ่ง แม้ต่อมาจะมี พ.ร.ฎ.ให้โอนกองน้ำบาดาลไปสังกัดจำเลยร่วม ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงเฉพาะฐานะของกองน้ำบาดาล ความรับ

ค้นต่อ

พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2535 มาตรา 4 · ทนอย Thanoy