พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัด (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2521
มาตรา 3
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัด (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2521 มาตรา 3 ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๐ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัด พ.ศ. ๒๔๙๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๙๓ ลงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน "มาตรา ๓๐ ทวิ ข้าราชการส่วนจังหวัดมี ๒ ประเภท (๑) ข้าราชการส่วนจังหวัดสามัญ ได้แก่ข้าราชการส่วนจังหวัดซึ่งรับราชการโดยได้รับเงินเดือนในอัตราสามัญ แต่ไม่รวมถึงข้าราชการครูส่วนจังหวัด (๒) ข้าราชการครูส่วนจังหวัด ได้แก่ข้าราชการส่วนจังหวัดซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นผู้สอนประจำในสถานศึกษาของจังหวัดหรือดำรงตำแหน่งอื่นซึ่งมีหน้าที่เป็นผู้บริหารและให้การศึกษาในสถานศึกษาของจังหวัด ข้าราชการส่วนจังหวัดมีฐานะเช่นเดียวกับข้าราชการพลเรือน และให้นำกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนมาใช้บังคับโดยอนุโลม ทั้งนี้ (๑) ให้มีคณะกรรมการข้าราชการส่วนจังหวัดคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า "ก.จ."ประกอบด้วยรัฐมนตรีเป็นประธาน ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นรองประธาน อธิบดีกรมการปกครอง ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนสำนักงบประมาณ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน และผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิไม่เกินห้าคนเป็นกรรมการและให้ ก.จ. ตั้งเลขานุการหนึ่งคน ให้ ก.จ. มีฐานะและอำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนกำหนดไว้สำหรับคณะรัฐมนตรีและ ก.พ. และให้มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ด้วย (ก) ออกกฎ ก.จ. ข้อบังคับ หรือระเบียบในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนกำหนดให้ออกกฎ ก.พ. ข้อบังคับ หรือระเบียบในระหว่างที่ยังไม่ได้ออกกฎ ก.จ. ข้อบังคับ หรือระเบียบ ให้นำกฎ ก.พ. ข้อบังคับ หรือระเบียบว่าด้วยเรื่องนั้น ๆ มาใช้บังคับเป็นกฎ ก.จ. ข้อบังคับ หรือระเบียบโดยอนุโลม (ข) ตั้งคณะอนุกรรมการวิสามัญ เรียกโดยย่อว่า "อ.ก.จ. วิสามัญ" เพื่อทำการใด ๆ แทนได้ (ค) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่พระราชบัญญัตินี้กำหนดว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของก.จ. (๒) ให้มีคณะอนุกรรมการสามัญประจำจังหวัด เรียกโดยย่อว่า "อ.ก.จ. จังหวัด"ประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด เลขานุการจังหวัด และหัวหน้าส่วนต่าง ๆ ของจังหวัดเป็นอนุกรรมการ และให้ อ.ก.จ. จังหวัดตั้งเลขานุการหนึ่งคน ให้ อ.ก.จ. จังหวัดมีหน้าที่ช่วย ก.จ. ปฏิบัติการในจังหวัดนั้น ตามที่ ก.จ. มอบหมาย และให้ อ.ก.จ. จังหวัดมีฐานะและมีอำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนกำหนดไว้สำหรับ อ.ก.พ. กระทรวง อ.ก.พ. กรม และ อ.ก.พ. จังหวัดด้วย (๓) ให้รัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวกับข้าราชการส่วนจังหวัด ตามที่กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนกำหนดไว้สำหรับนายกรัฐมนตรีด้วย ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวกับข้าราชการส่วนจังหวัดตามที่กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนกำหนดไว้สำหรับรัฐมนตรีเจ้าสังกัด ปลัดกระทรวง อธิบดี และผู้ว่าราชการจังหวัดด้วย (๔) ในกรณีที่มีเหตุผลและความจำเป็น ก.จ. จะดำเนินการสอบคัดเลือก เพื่อเลื่อนข้าราชการส่วนจังหวัดสามัญขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้นก็ได้ (๕) ในกรณีที่มีเหตุผลและความจำเป็น จะตราพระราชกฤษฎีกาเพื่อกำหนดตำแหน่ง การให้ได้รับเงินเดือน การบรรจุ การแต่งตั้ง การเลื่อนขั้นเงินเดือน วินัยและการรักษาวินัย การออกจากราชการ การร้องทุกข์ และการอุทธรณ์ ของข้าราชการครูส่วนจังหวัด เป็นอย่างอื่นก็ได้"