พระราชบัญญัติว่าด้วยการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง พุทธศักราช 2474
มาตรา 56
กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว — แสดงไว้เพื่อการค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่
พระราชบัญญัติว่าด้วยการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง พุทธศักราช 2474 มาตรา 56 ให้เสนาบดีมีหน้าที่รักษาการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎเสนาบดีตั้งเจ้าพนักงาน นายช่าง กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมและว่าด้วยกิจการอื่น ๆ เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ กฎเสนาบดีนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ประกาศมา ณ วันที่ ๒๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๗๔ เป็นปีที่ ๗ ในรัชกาลปัจจุบันมาตรา ฉบับที่ 2 พระราชบัญญัติว่าด้วยการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๖ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปมาตรา ฉบับที่ 3 พระราชบัญญัติว่าด้วยการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๐๘ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เพื่อปรับปรุงการสร้างถังที่เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงให้ปลอดภัยตามมาตรฐานและประหยัด จึงสมควรแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงเสียใหม่ ทวิ มาตรา ๑๖ ทวิ ส่วนราชการ องค์การของรัฐ หรือบุคคลใด ซึ่งมีความจำเป็นต้องเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดธรรมดาหรือชนิดน่ากลัวอันตรายไว้เพื่อใช้ในราชการ ใช้ในกิจการอุตสาหกรรม หรือเกษตรกรรมของตนเอง แล้วแต่กรณี มีจำนวนเกิน ๒,๕๐๐ ลิตร ต้องได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัตินี้ ทวิ และการเก็บต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติ มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๕ และมาตรา ๓๗ แล้วแต่กรณี ในการอนุญาต ให้เจ้าพนักงานกำหนดจำนวนปริมาณสูงสุดของน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวที่ผู้ได้รับอนุญาตอาจเก็บไว้ได้ในขณะใดขณะหนึ่งด้วย ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงความจำเป็นในการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงของผู้ได้รับอนุญาตมาตรา ฉบับที่ 4 พระราชบัญญัติว่าด้วยการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๐ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติว่าด้วยการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง พุทธศักราช ๒๔๗๔ได้กำหนดให้เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดธรรมดาและชนิดน่ากลัวอันตรายที่ไม่ได้มีไว้เพื่อจำหน่ายหรือขายได้ไม่เกิน๒,๕๐๐ ลิตร แต่ส่วนราชการ องค์การของรัฐผู้ประกอบกิจการอุตสาหกรรมหรือเกษตรกรรมบางแห่งมีความจำเป็นต้องเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงไว้เพื่อใช้ในราชการในกิจการอุตสาหกรรมหรือเกษตรกรรมเกินกว่าปริมาณที่กฎหมายกำหนดกับทั้งบทลงโทษในกฎหมายดังกล่าวได้กำหนดอัตราโทษไว้ต่ำไม่สอดคล้องกับอัตราโทษที่บัญญัติไว้ในกฎหมายอื่นจำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายให้มีการอนุญาตให้ส่วนราชการองค์การของรัฐผู้ประกอบกิจการอุตสาหกรรมหรือเกษตรกรรมดังกล่าวเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ได้ตามความจำเป็นและแก้ไขอัตราโทษเสียใหม่จึงต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้นมาตรา ฉบับที่ 5 พระราชบัญญัติว่าด้วยการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๐ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติว่าด้วยการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง พุทธศักราช ๒๔๗๔ ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน มิได้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วิธีการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดธรรมดาในสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ในถังใต้พื้นดินโดยเฉพาะและยังกำหนดอนุญาตให้เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดน่ากลัวอันตรายไว้ในถังใต้พื้นดินมีปริมาณไม่เกิน ๕,๐๐๐ ลิตรเท่านั้น ทำให้เกิดปัญหาในการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงที่จะต้องกระทำบ่อยครั้ง อันเป็นผลให้เกิดปัญหาด้านการขนถ่าย การจราจรและอาจเกิดอันตรายได้ง่าย ประกอบกับในปัจจุบันปริมาณรถยนต์และปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้เพิ่มมากขึ้น ทั้งเทคโนโลยีในการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงได้พัฒนาสูงขึ้น การเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ในถังใต้พื้นดินมีความปลอดภัยสูงสมควรให้มีสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงให้เหมาะสมกับกาลสมัย และเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้