พระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา พ.ศ. 2548
มาตรา 38/2
กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว — แสดงไว้เพื่อการค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่
มาตรานี้ถูกแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว — ตัวบทด้านล่างเป็นฉบับที่เก็บไว้ในคลัง และอาจเป็นข้อความก่อนการแก้ไข โปรดอ่านตัวบทที่แก้ไขจาก:
พระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา พ.ศ. 2548 มาตรา 38/2 ในโรงเรียนกีฬา ให้มีผู้อำนวยการเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบงานของโรงเรียนกีฬา ในโรงเรียนกีฬา ให้มีรองผู้อำนวยการโรงเรียนกีฬาคนหนึ่งหรือหลายคน เพื่อช่วยปฏิบัติงานตามที่ผู้อำนวยการโรงเรียนกีฬามอบหมายก็ได้มาตรา ฉบับที่ 2 พระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๕ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๒๓ ให้สภาสถาบันตามพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘ อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งสภาสถาบันตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ต้องไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้สภาวิชาการตามพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘ อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งสภาวิชาการตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ต้องไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา ๒๔ ให้ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี รองอธิการบดีประจำวิทยาเขต คณบดี และผู้อำนวยการสำนักงานอธิการบดีตามพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘ อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับดำรงตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะครบวาระหรือได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใหม่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ผู้ดำรงตำแหน่งรองหรือผู้ช่วยของผู้ดำรงตำแหน่งตามวรรคหนึ่งอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับดำรงตำแหน่งต่อไปจนกว่าผู้ดำรงตำแหน่งตามวรรคหนึ่งจะพ้นจากตำแหน่ง มาตรา ๒๕ เพื่อประโยชน์ในการบริหารงานของโรงเรียนกีฬา ให้ผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนกีฬา และรองผู้อำนวยการโรงเรียนกีฬาตามพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘ อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับดำรงตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะครบวาระหรือได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใหม่ตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๒๖ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬารักษาการตามพระราชบัญญัตินี้หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ปัจจุบันการศึกษาด้านการกีฬามีการพัฒนาองค์ความรู้ในระดับที่สูงขึ้น สถาบันการพลศึกษาซึ่งเป็นสถาบันที่จัดการศึกษาด้านกีฬาโดยตรง มีความพร้อมทางด้านบุคลากรและสถานที่ จึงเห็นควรกำหนดให้สถาบันมีอำนาจจัดการศึกษาในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกได้เพื่อเป็นการขยายโอกาสทางการศึกษา ประกอบกับสมควรปรับปรุงโครงสร้างของสถาบัน ระบบการบริหารงานบุคคลและการบริหารงบประมาณ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้