พระราชบัญญัติสิทธิบัตร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2542
มาตรา 45
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
พระราชบัญญัติสิทธิบัตร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2542 มาตรา 45 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรีบัญชีอัตราค่าธรรมเนียม ๑. คำขอรับสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรฉบับละ๑,๐๐๐บาท ๒. คำขอรับสิทธิบัตรสำหรับแบบผลิตภัณฑ์ อย่างเดียวกันและยื่นขอในคราวเดียวกัน ตั้งแต่ ๑๐ คำขอขึ้นไป๑๐,๐๐๐บาท ๓. การประกาศโฆษณาคำขอรับสิทธิบัตร๕๐๐บาท ๔. คำขอให้ตรวจสอบการประดิษฐ์ฉบับละ๕๐๐บาท ๕.คำคัดค้านการขอรับสิทธิบัตรฉบับละ๑,๐๐๐บาท ๖. สิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรฉบับละ๑,๐๐๐บาท ๗. ค่าธรรมเนียมรายปีสำหรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ ปีที่ ๕ ๒,๐๐๐บาท ปีที่ ๖๔,๐๐๐บาท ปีที่ ๗๖,๐๐๐บาท ปีที่ ๘ ๘,๐๐๐บาท ปีที่ ๙๑๐,๐๐๐บาท ปีที่ ๑๐๑๒,๐๐๐บาท ปีที่ ๑๑๑๔,๐๐๐บาท ปีที่ ๑๒๑๖,๐๐๐บาท ปีที่ ๑๓๑๘,๐๐๐บาท ปีที่๑๔๒๐,๐๐๐บาท ปีที่ ๑๕๓๐,๐๐๐บาท ปีที่ ๑๖๔๐,๐๐๐บาท ปีที่ ๑๗๕๐,๐๐๐บาท ปีที่ ๑๘๖๐,๐๐๐บาท ปีที่ ๑๙๗๐,๐๐๐บาท ปีที่ ๒๐๘๐,๐๐๐บาท หรือชำระทั้งหมดในคราวเดียว๔๐๐,๐๐๐บาท ๘. ค่าธรรมเนียมรายปีสำหรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ปีที่ ๕๑,๐๐๐บาท ปีที่ ๖ ๒,๐๐๐บาท ปีที่ ๗๓,๐๐๐บาท ปีที่ ๘๔,๐๐๐บาท ปีที่ ๙๕,๐๐๐บาท ปีที่๑๐๖,๐๐๐บาท หรือชำระทั้งหมดในคราวเดียว๒๐,๐๐๐บาท ๙. ค่าธรรมเนียมรายปีสำหรับอนุสิทธิบัตร ปีที่ ๕๒,๐๐๐บาท ปีที่ ๖๔,๐๐๐บาท หรือชำระทั้งหมดในคราวเดียว๖,๐๐๐บาท ๑๐. ค่าธรรมเนียมการต่ออายุอนุสิทธิบัตร ครั้งที่ ๑ ๑๔,๐๐๐บาท ครั้งที่ ๒๒๒,๐๐๐บาท ๑๑. คำขอจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตร ฉบับละ๕๐๐บาท ๑๒. คำขอจดทะเบียนรับโอนสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรฉบับละ๕๐๐บาท ๑๓. คำขอเปลี่ยนแปลงคำขอรับสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตร ฉบับละ๕๐๐บาท ๑๔. ใบอนุญาตให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรฉบับละ๑,๐๐๐บาท ๑๕. ใบแทนสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรหรือใบแทนใบอนุญาตให้ใช้สิทธิฉบับละ๑๐๐บาท ๑๖. คำอุทธรณ์คำสั่งหรือคำวินิจฉัยของอธิบดีฉบับละ๑,๐๐๐บาท ๑๗. การคัดสำเนาเอกสาร หน้าละ๑๐บาท ๑๘. การรับรองสำเนาเอกสาร เอกสารเกิน ๑๐ หน้าฉบับละ๑๐๐บาท เอกสารไม่เกิน ๑๐ หน้าฉบับละ๑๐บาท ๑๙. คำขออื่น ๆ ฉบับละ๑๐๐บาทหมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่การเจรจาการค้าพหุภาคีรอบอุรุกวัยที่นานาประเทศได้ทำความตกลงว่าด้วยสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับการค้าและจัดตั้งองค์การการค้าโลกได้เสร็จสิ้นลงและมีผลใช้บังคับแล้ว ทำให้ประเทศไทยซึ่งเป็นภาคีสมาชิกองค์การการค้าโลกมีพันธกรณีที่จะต้องออกกฎหมายอนุวัติการให้สอดคล้องกับความตกลงดังกล่าว เพื่อให้การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและโดยที่การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาอย่างมีประสิทธิภาพจะทำให้นักประดิษฐ์ได้รับผลตอบแทนความมานะอุตสาหะอย่างเหมาะสมอันจะทำให้นักประดิษฐ์มีกำลังใจที่จะประดิษฐ์คิดค้นเพื่อความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การให้มีบทบัญญัติว่าด้วยอนุสิทธิบัตรซึ่งให้การคุ้มครองการประดิษฐ์ที่มีเทคโนโลยีไม่ถึงขนาดที่จะได้รับสิทธิบัตรนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้สูงขึ้นและแพร่หลายยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้