พระราชบัญญัติเงินตรา (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2514
มาตรา 6
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
พระราชบัญญัติเงินตรา (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2514 มาตรา 6 ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. ๒๕๐๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน "มาตรา ๓๑ ราคาสินทรัพย์ที่เป็นทุนสำรองเงินตรานั้นให้ถือราคาโดยคำนวณดังต่อไปนี้ (๑) ทองคำตามค่าเสมอภาคของบาท (๒) เงินตราต่างประเทศตามค่าเสมอภาคของเงินตรานั้น ๆ (๓) หลักทรัพย์ต่างประเทศตามราคาตลาดที่เป็นอยู่เมื่อสิ้นปีที่ล่วงแล้ว หรือถ้าเป็นหลักทรัพย์ที่ซื้อในระหว่างปีตามราคาในเวลาที่ซื้อ และให้เปลี่ยนเป็นบาทตามค่าเสมอภาคของเงินตราต่างประเทศนั้น (๔) หลักทรัพย์รัฐบาลไทยตามราคาที่ซื้อหรือรับช่วงซื้อลด หรือตามราคาที่ตราไว้แล้วแต่ราคาใดจะต่ำกว่า (๕) ตั๋วเงินตามราคาที่ซื้อหรือรับช่วงซื้อลดไว้ (๖) สินทรัพย์ที่นำส่งสมทบกองทุนการเงินระหว่างประเทศที่เป็นทองคำตามค่าเสมอภาคของบาท หรือที่เป็นดอลลาร์สหรัฐอเมริกา ตามค่าเสมอภาคของเงินตรานั้น (๗) ใบสำคัญสิทธิพิเศษถอนเงินตามค่าเสมอภาคของบาท"ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ จอมพล ถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรีหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เพื่อที่จะให้ประเทศไทยได้ใช้สิทธิและปฏิบัติตามพันธะในฐานะที่จะเข้าเป็นภาคีบัญชีพิเศษถอนเงินในกองทุนการเงินระหว่างประเทศได้โดยสมบูรณ์จำเป็นต้องกำหนดให้ใบสำคัญสิทธิพิเศษถอนเงินที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการให้อำนาจและกำหนดการปฏิบัติบางประการเกี่ยวกับสิทธิพิเศษถอนเงินในกองทุนการเงินระหว่างประเทศเป็นสินทรัพย์ที่ประกอบเป็นทุนสำรองเงินตราในส่วนที่ต้องดำรงไว้ให้มีค่ารวมกันทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่าร้อยละหกสิบของยอดธนบัตรที่ออกใช้ได้ด้วยและในโอกาสเดียวกันนี้ สมควรกำหนดให้เงินตราต่างประเทศอันเป็นเงินตราที่พึงเปลี่ยนได้หรือเงินตราต่างประเทศอื่นใดที่กำหนดโดยกฎกระทรวงในรูปเงินฝากในธนาคารนอกราชอาณาจักรหรือในสถาบันการเงินระหว่างประเทศ เป็นสินทรัพย์ที่ประกอบขึ้นเป็นเงินสำรองเงินตราได้เช่นกัน กับทั้งสมควรเปลี่ยนแปลงการกำหนดนับอายุการฝากหรือไถ่ถอน เงินตราต่างประเทศและหลักทรัพย์ต่างประเทศซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยจะต้องจัดดำรงไว้เสียใหม่ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน จึงต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น