พระราชบัญญัติแก้ความในมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยลักษณะฐานะของวัดบาดหลวงโรมันคาทอลิกในกรุงสยาม ลงวันที่ 27 สิงหาคม (ร.ศ. 128) พ.ศ. 2452
มาตรา 19
พระราชบัญญัติแก้ความในมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยลักษณะฐานะของวัดบาดหลวงโรมันคาทอลิกในกรุงสยาม ลงวันที่ 27 สิงหาคม (ร.ศ. 128) พ.ศ. 2452 มาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยลักษณะฐานะของวัดบาดหลวงโรมันคาทอลิกในกรุงสยาม ลงวันที่ 27 สิงหาคม (ร.ศ. 128) พ.ศ. 2452พระราชบัญญัติ แก้ความในมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติ ว่าด้วยลักษณะฐานะของวัดบาดหลวงโรมันคาทอลิกในกรุงสยาม ลงวันที่ ๒๗ สิงหาคม (ร.ศ. ๑๒๘) พ.ศ. ๒๔๕๒มีพระบรมราชโองการดำรัสเหนือเกล้าฯ ให้ประกาศให้ทราบทั่วกันว่า ด้วยมีความเห็นแตกต่างกันขึ้น ในความหมายแห่งมาตรา ๑๙ พระราชบัญญัติลงวันที่ ๒๗ สิงหาคม (ร.ศ. ๑๒๘) พ.ศ. ๒๔๕๒ ซึ่งว่าด้วยที่ดินของวัดโรมันคาทอลิกในกรุงสยามแล้ว และทรงพระราชดำริเห็นสมควร ที่จะไม่ให้มีความยากลำบากในการแปลความหมายเหล่านี้อีกจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราข้อความซึ่งกล่าวต่อไปนี้ใช้แทนความในมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัตินั้นว่าบรรดาคดีระหว่างมิสซังกับคนในบังคับไทยพิพาทกันด้วยที่ดิน ซึ่งมิสซังยังมิได้รับโฉนดใหม่ และซึ่งมิสซังอ้างว่ากรรมสิทธิ์ได้ตกมาอยู่กับมิสซังก่อนวันที่ ๒๗ สิงหาคม (ร.ศ. ๑๒๘) พ.ศ. ๒๔๕๒ นั้น ให้เป็นกระทรวงศาลคดีต่างประเทศได้พิจารณาวินิจฉัย และคดีทั้งหลายเช่นว่ามานี้ แม้ที่ค้างพิจารณาอยู่ ณ ศาลอื่น ๆก็ให้ย้ายกระทรวงมาว่าในศาลคดีต่างประเทศด้วย ให้มิสซังได้รับประโยชน์ตามที่พระราชทานไว้โดยพระราชบัญญัตินั้นประกาศมาแต่วันที่ ๒๕ สิงหาคม พระพุทธศักราช ๒๔๕๖ เป็นวันที่ ๑๐๑๙ ในรัชกาลปัจจุบันนี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
พ.ศ. 2558
พ.ร.บ.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.2522 ที่ใช้บังคับขณะฟ้อง มาตรา 4 และมาตรา 19 แสดงว่าอธิการบดีซึ่งเป็นผู้แทนของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโจทก์ ซึ่งเป็นนิติบุคคลย่อมมีอำนาจดำเนินกิจการทั่วไปแทนโจทก์ การฟ้องคดีเป็นสิทธิของบุคคลในกระบวนการยุติธรรม และความประสงค์ของนิติบุคคลแสดงออกโดยผู้แทนของนิติบุคคลนั้น อธิการบดีผู้แทนของโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีในนามโจทก์ได้ โดยไม่จำต้องได้รับมอบอำนาจจากสภามหาวิทยาลัย จำเลยยอมรับว่าได้เช่าอาคารพาณิชย์พิพาทจากโจทก์ จึงไม่มีอำนาจต่อสู้ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจให้เช่าอีก และหากเป็
พ.ศ. 2558
การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตาม พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 19 เป็นมาตรการของรัฐที่ต้องการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดไม่ว่าผู้นั้นจะยินยอมเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดหรือไม่ก็ตาม โดยศาลจะมีคำสั่งให้ส่งตัวผู้ติดยาเสพติดไปตรวจพิสูจน์การเสพหรือการติดยาเสพติดก่อน และคณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดมีอำนาจวินิจฉัยว่าผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ ผู้ใดเป็นผู้เสพหรือติดยาเสพติด จากนั้นต้องจัดให้มีแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามมาตรา 22 โดยคำนึงถึงความหนักเบาของ
ค้นต่อ