พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2483
มาตรา 5
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2483 มาตรา 5 ให้ยกเลิกความในมาตรา ๕๐ แห่งประมวลรัษฎากรและให้ใช้ความต่อไปนี้แทน "มาตรา ๕๐ ให้บุคคล ห้างหุ้นส่วนบริษัท สมาคมหรือคณะบุคคล ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐ (๑) (๒) (๓) และ (๔) เว้นแต่ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมหักภาษีเงินได้ไว้ทุกคราวที่จ่ายเงินตามวิธีต่อไปนี้ ในการหักภาษีที่กล่าวแล้ว เฉพาะที่เกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐ (๑) ให้คูณเงินที่จ่ายด้วยจำนวนคราวที่จ่ายเพื่อให้ได้จำนวนเงินเสมือนหนึ่งว่าได้จ่ายทั้งปีแล้วหักค่าภาระ ค่าใช้จ่าย และหักลดหย่อนให้ตามส่วนนี้ ได้ผลลัพธ์เท่าใดให้คำนวณภาษีตามอัตราภาษีเงินได้จากผลลัพธ์นั้น ได้เงินภาษีเท่าใด ให้แบ่งออกเป็นส่วนโดยหารด้วยจำนวนคราวที่จ่าย เป็นเงินเท่าใด ให้หักไว้เท่านั้น ส่วนเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐ (๒) (๓) และ (๔) นั้น ให้หักตามอัตราภาษีเงินได้ เมื่อถึงคราวจะจ่ายเงินครั้งสุดท้ายในปีหนึ่ง ๆ ให้บุคคล ห้างหุ้นส่วนบริษัท สมาคม หรือคณะบุคคลดังกล่าวแล้ว หักเงินครั้งสุดท้ายนั้นไว้ โดยเพิ่มหรือลดเงินตามที่จำเป็นเพื่อให้ยอดเงินที่หักในปีนั้นพอดีกับจำนวนภาษีที่ต้องเสียตามยอดเงินได้สุทธิทั้งปี"
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 7574/2559
จำเลยเป็นรัฐวิสาหกิจ การกำหนดคุณสมบัติของพนักงานและเหตุที่พนักงานจะต้องพ้นจากตำแหน่งต้องอยู่ภายใต้บังคับของ พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2518 มาตรา 9 (5) ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ (ฉบับที่ 5 ) พ.ศ.2550 ซึ่งมีผลใช้บังคับแก่รัฐวิสาหกิจและพนักงานทุกคนตามวันที่บทกฎหมายดังกล่าวกำหนด กฎหมายดังกล่าวมิใช่เป็นบทกฎหมายกำหนดความผิดที่มีโทษในทางอาญาที่จะต้องใช้ขณะกระทำความผิดและต้องห้ามมิให้ใช้บังคับย้อนหลังไปก่อนการกระทำควา