พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2489
มาตรา 37
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2489 มาตรา 37 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นลักษณะ ๕ แห่งประมวลรัษฎากร "ลักษณะ ๕ ภาษีการซื้อข้าว มาตรา ๑๘๐ การเรียกเก็บภาษีการซื้อข้าวซึ่งบัญญัติไว้ในลักษณะนี้ ให้อยู่ในอำนาจหน้าที่และการควบคุมของกรมสรรพากร มาตรา ๑๘๑ ในลักษณะนี้ "พนักงานเจ้าหน้าที่" หมายความว่า เจ้าพนักงานผู้ดำรงตำแหน่งซึ่งระบุไว้ในกฎกระทรวง "ข้าวเปลือก" หมายความว่า เมล็ดข้าวมีเปลือกไม่ว่าจะเป็นข้าวจ้าวหรือข้าวเหนียว "ข้าว" หมายความว่า ข้าวสาร ปลายข้าว ข้าวกล้อง ปลายข้าวกล้อง ข้าวนึ่ง และปลายข้าวนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นข้าวจ้าวหรือข้าวเหนียว "โรงสี" หมายความว่า ที่สำหรับทำให้ข้าวเปลือกเป็นข้าวได้ในวันหนึ่งตั้งแต่ ๑ หาบหลวงขึ้นไปไม่ว่าโดยวิธีใด ๆ เพื่อการค้ารวมทั้งรับจ้าง "ผู้ทำการโรงสี" หมายความว่า บุคคลใด ๆ หรือองค์การของรัฐบาล ซึ่งประกอบกิจการโรงสี หรือผู้ทำการแทน "ซื้อ" หมายความว่า รับโอนกรรมสิทธิไม่ว่าในกรณีใด ๆ "จำหน่าย" หมายความว่า จำหน่ายในการซื้อ" มาตรา ๑๘๒ เมื่อมีการซื้อข้าวซึ่งอยู่ในราชอาณาจักรจากผู้ทำการโรงสี นับแต่วันใช้บังคับบทบัญญัติในลักษณะนี้ ให้มีการเสียภาษีการซื้อข้าวตามอัตราซึ่งปรากฏในบัญชีท้ายลักษณะนี้และให้เสียขณะส่งมอบข้าว มาตรา ๑๘๓ ในกรณีผู้ทำการโรงสีส่งข้าวของตนหรือที่ตนยึดถือจากที่เก็บข้าวแห่งหนึ่งไปยังที่อื่น โดยไม่มีการซื้อ ให้ถือว่าผู้ทำการโรงสีได้จำหน่ายและส่งมอบข้าวนั้นตั้งแต่วันส่งข้าวไป มาตรา ๑๘๔ ในกรณีผู้ทำการโรงสีนำข้าวของโรงสีไปเพื่อบริโภค หรือเปลี่ยนสภาพจากข้าว ให้ถือว่าเป็นการซื้อข้าวจากผู้ทำการโรงสีนั้น และส่งมอบข้าวในขณะที่นำไป มาตรา ๑๘๕ ในกรณีผู้ทำการโรงสีส่งข้าวไปนอกราชอาณาจักร ให้ถือว่าเป็นการซื้อข้าวจากผู้ทำการโรงสีนั้นและส่งมอบข้าวเมื่อผ่านด่านศุลกากร มาตรา ๑๘๖ ในเดือนใดผู้ใดส่งข้าวไปนอกราชอาณาจักร ให้ผู้นั้นแจ้งเป็นหนังสือว่า ข้าวที่ส่งไปนั้นได้ซื้อจากผู้ใด เป็นจำนวนเท่าใด และส่งออกทางใด ภายในวันที่ ๗ ของเดือนถัดไป การแจ้ง สำหรับผู้มีสำนักงานในจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี ให้แจ้งต่ออธิบดี สำหรับผู้มีสำนักงานในจังหวัดอื่น ให้แจ้งต่อข้าหลวงประจำจังหวัดซึ่งสำนักงานนั้นตั้งอยู่ มาตรา ๑๘๗ ในกรณีผู้ทำการโรงสีทำให้ข้าวเปลือกเป็นข้าวให้แก่ผู้ใด ให้ถือว่าการที่ผู้นั้นได้มาซึ่งข้าวเป็นการซื้อข้าวจากผู้ทำการโรงสีนั้น มาตรา ๑๘๘ ในกรณีผู้ทำการโรงสีซึ่งได้รับใบทะเบียนและใบอนุญาตให้ขายตามมาตรา ๑๙๘ แล้ว ทำการซื้อและจำหน่ายข้าวระหว่างกันเองเพื่อจำหน่ายต่อไป ให้ได้รับยกเว้นภาษีการซื้อข้าว มาตรา ๑๘๙ ทุกเดือนที่มีการซื้อข้าว อันเป็นกรณีได้รับยกเว้นภาษีการซื้อข้าวตามมาตรา ๑๘๘ ให้ผู้ซื้อและผู้จำหน่ายแจ้งรายการตามแบบและจำนวนฉบับที่อธิบดีกำหนดภายในวันที่ ๗ ของเดือนถัดไป การแจ้ง สำหรับผู้มีสำนักงานในจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี ให้แจ้งต่ออธิบดี สำหรับผู้มีสำนักงานในจังหวัดอื่น ให้แจ้งต่อข้าหลวงประจำจังหวัดซึ่งสำนักงานนั้นตั้งอยู่ มาตรา ๑๙๐ ในกรณีผู้ไม่มีใบทะเบียนและไม่มีใบอนุญาตให้ขาย ทำการซื้อขายพร้อมทั้งรับโอนกิจการโรงสีเพื่อประกอบกิจการโรงสีและจำหน่ายข้าวต่อไป อธิบดีหรือข้าหลวงประจำจังหวัดโดยอนุมัติของอธิบดี จะยกเว้นภาษีการซื้อข้าวก็ได้ มาตรา ๑๙๑ ในกรณีที่มีการซื้อข้าวจากโรงสีใด ให้ผู้ทำการโรงสีนั้นรับผิดในการชำระภาษีการซื้อข้าว มาตรา ๑๙๒ ให้ผู้ทำการโรงสีชำระภาษีการซื้อข้าวสำหรับข้าวที่จำหน่ายไปในเดือนหนึ่ง ๆ ณ ที่ว่าการอำเภอท้องที่ พร้อมด้วยยื่นรายการตามแบบที่อธิบดีกำหนดสองฉบับ และให้ส่งใบขายข้าวไปพร้อมกันด้วยภายในวันที่ ๗ ของเดือนถัดไป และการชำระเงินนี้จะถือว่าสมบูรณ์ต่อเมื่อได้รับใบเสร็จรับเงินซึ่งนายอำเภอได้ลงลายมือชื่อแล้ว แต่ให้รัฐมนตรีมีอำนาจที่จะกำหนดให้ปฏิบัติเป็นอย่างอื่นได้เมื่อเห็นสมควร มาตรา ๑๙๓ เงินภาษีการซื้อข้าวถ้ามิได้ชำระภายในกำหนดตามมาตรา ๑๙๒ ให้เสียเงินเพิ่มอีกร้อยละสิบ เงินเพิ่มนี้ให้ถือเป็นเงินภาษีการซื้อข้าวด้วย มาตรา ๑๙๔ ภาษีการซื้อข้าว ถ้ามิได้ชำระภายในกำหนด ให้ถือเป็นเงินค้าง และเพื่อให้ได้รับชำระเงินค้างให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๒ มาใช้บังคับ มาตรา ๑๙๕ ในกรณีผู้ทำการโรงสีออกใบรับเงินภาษีการซื้อข้าวโดยเฉพาะใบรับนั้นให้ได้รับยกเว้นอากรแสตมป์ มาตรา ๑๙๖ เมื่อมีการซื้อข้าวจากโรงสีใด ให้ผู้ทำการโรงสีนั้นออกใบขายข้าวตามแบบที่อธิบดีกำหนดแสดงจำนวนข้าวและวันเดือนปีที่จำหน่ายให้แก่ผู้ซื้อทุกคราว มาตรา ๑๙๗ ผู้ใดนำข้าวเป็นจำนวนเกินกว่าห้าหาบหลวงไปจากที่หนึ่งที่ใดโดยไม่มีใบขายข้าวไปกับข้าว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งกักข้าวเพื่อทำการไต่สวนได้ไม่เกินสิบห้าวัน ถ้าผู้นำข้าวไม่นำหลักฐานมาให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำการไต่สวนภายในกำหนดสิบห้าวัน พนักงานเจ้าหน้าที่อาจสั่งให้ผู้นำข้าวนั้นชำระภาษีการซื้อข้าว ณ ที่ว่าการอำเภอเป็นเงินสามเท่าของอัตราเงินภาษีการซื้อข้าว ถ้าไม่ชำระเงินภาษีการซื้อข้าวภายในสามวันนับแต่วันได้รับทราบจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้ถือว่าเป็นเงินค้าง เพื่อประโยชน์ของผู้นำข้าว จะขอชำระภาษีการซื้อข้าวสำหรับข้าวที่นำไป ณ ที่ว่าการอำเภอใด ๆ ก็ได้ แต่ต้องชำระเป็นเงินสองเท่าของอัตราเงินภาษีการซื้อข้าว ใบเสร็จรับเงินภาษีการซื้อข้าวที่ออกตามมาตรานี้ให้ถือเป็นใบขายข้าวและภาษีการซื้อข้าวที่ชำระตามมาตรานี้จะขอคืนไม่ได้ มาตรา ๑๙๘ เจ้าของโรงสีหรือผู้ทำการโรงสีต้องแจ้งรายการตามแบบที่อธิบดีกำหนด สำหรับโรงสีซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี ให้แจ้งต่ออธิบดี สำหรับโรงสีซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดอื่น ให้แจ้งต่อข้าหลวงประจำจังหวัดเพื่อขอรับใบทะเบียนประการหนึ่ง และเพื่อขอรับใบอนุญาตให้ขาย ถ้าประสงค์จะค้าข้าวอีกประการหนึ่ง ถ้าเจ้าของโรงสีหรือผู้ทำการโรงสีมีหรือประกอบกิจการโรงสีหลายโรงสี ให้แจ้งรายการเป็นโรง ๆ ไป สำหรับโรงสีที่ปลูกสร้างเสร็จภายหลังวันใช้บังคับบทบัญญัติในลักษณะนี้ ให้แจ้งรายการดังกล่าวภายในสิบห้าวันนับแต่วันสร้างเสร็จ ในกรณีโอนกิจการโรงสีหรือโอนกรรมสิทธิ์โรงสี ภายในสิบห้าวันนับแต่วันโอนให้ผู้โอนแจ้งการโอนต่ออธิบดีหรือข้าหลวงประจำจังหวัดที่กล่าวในวรรคหนึ่ง แล้วแต่กรณี ตามแบบที่อธิบดีกำหนด และให้ผู้รับโอนแจ้งรายการเพื่อขอรับใบทะเบียนและใบอนุญาตให้ขายหรือแก้ทะเบียน แล้วแต่กรณี ตามความในวรรคหนึ่ง มาตรา ๑๙๙ ถ้าผู้ทำการโรงสีมิได้รับใบทะเบียนตามความในมาตรา ๑๙๘ สำหรับโรงสีใด ห้ามมิให้ประกอบกิจการโรงสีนั้นจนกว่าจะได้รับทะเบียนแล้ว ถ้าผู้ทำการโรงสีมิได้รับใบอนุญาตให้ขายตามความในมาตรา ๑๙๘ สำหรับโรงสีโรงใด ห้ามมิให้จำหน่ายข้าวจากโรงสีนั้น จนกว่าจะได้รับอนุญาตให้ขายแล้ว มาตรา ๒๐๐ ผู้ทำการโรงสีโรงใดได้รับใบทะเบียนแล้วเลิกประกอบกิจการ ให้ผู้ทำการโรงสีนั้นแจ้งให้อธิบดีหรือข้าหลวงประจำจังหวัดที่กล่าวในมาตรา ๑๙๘ แล้วแต่กรณี ทราบตามแบบที่อธิบดีกำหนดภายในสิบห้าวันนับแต่วันเลิกประกอบกิจการนั้น ในกรณีนี้ ให้อธิบดีหรือข้าหลวงประจำจังหวัดที่กล่าวมีอำนาจสั่งตีตราปิดโรงสีนั้น กับมีอำนาจเรียกใบอนุญาตให้ขายคืน เมื่อไม่มีข้าวจะจำหน่ายแล้ว มาตรา ๒๐๑ ให้ผู้ทำการโรงสีทำบัญชีตามแบบและวิธีการที่อธิบดีกำหนดแสดงรายการปริมาณข้าวและข้าวเปลือกซึ่งมีอยู่ ได้มา และจำหน่ายไป เป็นรายวัน และต้องเก็บรักษาบัญชีนี้ไว้จนกว่าจะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ทำลายแต่ไม่เกินสามปี มาตรา ๒๐๒ เว้นแต่ในกรณีได้รับยกเว้น ภาษีการซื้อข้าวตามมาตรา ๑๘๘ ผู้ทำการโรงสีผู้ใดจำหน่ายข้าวไปและไม่แสดงรายการปริมาณข้าวที่จำหน่ายในบัญชีตามความในมาตรา ๒๐๑ กับมิได้นำเงินภาษีการซื้อข้าวสำหรับข้าวนั้นไปชำระภายในกำหนดให้ผู้ทำการโรงสีผู้นั้นเสียภาษีการซื้อข้าวสำหรับข้าวนั้น และเงินเพิ่มอีกเป็นจำนวนสิบเท่า หรือเป็นเงินสองร้อยบาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า ภาษีการซื้อข้าวและเงินเพิ่มตามมาตรานี้ให้ชำระภายในกำหนดสิบวัน นับแต่วันที่ผู้ทำการโรงสีได้รับทราบจากพนักงานเจ้าหน้าที่ เงินเพิ่มนี้ให้ถือเป็นภาษีการซื้อข้าว มาตรา ๒๐๓ ผู้ใดเคยมีหรือครอบครองข้าวไว้เพื่อจำหน่ายในสำนักงานของตนเองแห่งเดียวหรือหลายแห่งรวมกันไม่ต่ำกว่าห้าพันหาบหลวงเป็นประจำ อาจยื่นคำร้องตามแบบที่อธิบดีกำหนด เพื่อขอให้ตนมีสิทธิและหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ทำการโรงสีได้ เมื่ออธิบดีได้พิจารณาออกใบอนุญาตให้แล้ว เพื่อประโยชน์แห่งบทบัญญัติในลักษณะนี้ ให้ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้ทำการโรงสี และให้ถือว่า สำนักงานของผู้นั้นตามที่ระบุในใบอนุญาตเป็นโรงสี การยื่นคำร้องสำหรับผู้มีสำนักงานในจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี ให้ยื่นต่ออธิบดี สำหรับผู้มีสำนักงานในจังหวัดอื่น ให้ยื่นต่อข้าหลวงประจำจังหวัดซึ่งสำนักงานตั้งอยู่ ในการออกใบอนุญาตตามความในวรรคหนึ่ง ให้อธิบดีมีอำนาจกำหนดเงื่อนไขตามแต่จะเห็นสมควร ถ้ามีการผิดเงื่อนไข ให้อธิบดีมีอำนาจถอนใบอนุญาตคืนได้ เมื่ออธิบดีได้ถอนใบอนุญาตตามความในวรรคสามแล้ว ให้ผู้รับอนุญาตเสียภาษีการซื้อข้าวสำหรับข้าวที่มีหรือครอบครองอยู่ทั้งหมดในขณะนั้น เสมือนได้มีการซื้อข้าวจากผู้รับอนุญาตในวันถอนใบอนุญาตนั้น มาตรา ๒๐๔ โรงสีที่ได้รับใบทะเบียนและใบอนุญาตให้ขายหรือผู้ที่มีหรือครอบครองข้าวไม่ต่ำกว่าห้าพันหาบหลวงเป็นประจำ ซึ่งอธิบดีได้ออกใบอนุญาตให้ตามพระราชบัญญัติเงินช่วยชาติในภาวะคับขัน พุทธศักราช ๒๔๘๕ แล้วนั้น ไม่ต้องปฏิบัติตามมาตรา ๑๙๘ หรือมาตรา ๒๐๓ แล้วแต่กรณี และให้ถือว่าใบทะเบียนใบอนุญาตให้ขายและใบอนุญาตซึ่งโรงสีและผู้ที่มีหรือครอบครองข้าวที่กล่าวได้รับไปแล้วนั้น เป็นใบทะเบียนใบอนุญาตให้ขายและใบอนุญาตออกให้ตามลักษณะนี้ มาตรา ๒๐๕ ให้มีการเสียภาษีการซื้อข้าวในกรณีนำข้าวต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักร ให้ผู้นำข้าวเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นผู้รับผิดในการชำระภาษีการซื้อข้าว และให้ชำระ ณ อำเภอท้องที่ซึ่งด่านศุลกากรแรกที่นำข้าวผ่านตั้งอยู่ภายในเจ็ดวัน นับแต่วันที่ข้าวผ่านด่านศุลกากรนั้น ถ้ามิได้ชำระภายในกำหนดดังกล่าวให้เสียเงินเพิ่มอีกร้อยละยี่สิบ เงินเพิ่มนี้ให้ถือเป็นภาษีการซื้อข้าว มาตรา ๒๐๖ ให้อธิบดีมีอำนาจวางระเบียบกำหนดให้ผู้ทำการโรงสีปฏิบัติเกี่ยวกับการแสดงเวลาทำการสีข้าว และติดตั้งเครื่องวัดเพื่อตรวจสอบในโรงสีได้ มาตรา ๒๐๗ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปในสถานที่ทำการของโรงสีหรือสำนักงานใด ๆ ที่ทำการค้าข้าวหรือที่เกี่ยวข้องในเวลาระหว่างอาทิตย์ขึ้นและอาทิตย์ตก และมีอำนาจสั่งหยุดพาหนะขนส่งบรรทุกข้าวซึ่งไม่เป็นพาหนะขนส่งสาธารณะไว้ชั่วคราว กับมีอำนาจทำการตรวจสอบและออกหมายเรียกเจ้าของ ผู้ทำการโรงสี หรือผู้ทำการค้าข้าว หรือพยานหลักฐานอันควรแก่เรื่องมาไต่สวนได้ มาตรา ๒๐๘ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๐๑ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท หรือจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ มาตรา ๒๐๙ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๘๖ มาตรา ๑๘๙ มาตรา ๑๙๖ มาตรา ๑๙๘ มาตรา ๒๐๐ หรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบที่กำหนดตามมาตรา ๒๐๖ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองร้อยบาท มาตรา ๒๑๐ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๙๙ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือทั้งปรับทั้งจำ มาตรา ๒๑๑ ผู้ใด โดยรู้อยู่แล้วหรือจงใจ (๑) แจ้งรายการตามมาตรา ๑๙๒ มาตรา ๑๙๖ มาตรา ๑๙๘ หรือมาตรา ๒๐๑ ไม่ตรงกับความจริงเพื่อหลีกเลี่ยงหรือช่วยให้หลีกเลี่ยงภาษีการซื้อข้าว (๒) ขัดขืนมิให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าไปในสถานที่ทำการ หรือไม่หยุดพาหนะหรือมิให้ทำการตรวจสอบ หรือไม่ปฏิบัติตามหมาย เป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๒๐๗ หรือ (๓) ไม่ยอมตอบคำถามเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ซักถามหรือให้ถ้อยคำเท็จ หรือตอบคำถามด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จ หรือนำพยานหลักฐานเท็จมาแสดง เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีการซื้อข้าว มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท หรือจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ มาตรา ๒๑๒ เจ้าพนักงานผู้ใดโดยหน้าที่ราชการได้รู้เรื่องกิจการของผู้มีหน้าที่ต้องรับผิดในการชำระภาษีการซื้อข้าว หรือของผู้อื่นที่เกี่ยวข้องตามบทบัญญัติในลักษณะนี้นำความไปแจ้งแก่ผู้ใด หรือยังให้ทราบด้วยวิธีใดโดยผิดหน้าที่ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท หรือจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ บัญชีอัตราเงินภาษีการซื้อข้าว ๑. ปลายข้าว ปลายข้าวกล้อง ปลายข้าวนึ่ง หาบหลวงละ ๔๐ สตางค์ ๒. ข้าวอย่างอื่นหาบหลวงละ ๖๐ สตางค์ เศษของ ๑ หาบถ้าต่ำกว่า .๒๕ ของ ๑ หาบ ให้ปัดเป็น .๒๕ ของ ๑ หาบ และเก็บเงินภาษีการซื้อข้าว ๑ ใน ๔ ของอัตราที่กำหนดข้างต้น ถ้าสูงกว่า .๒๕ ของ ๑ หาบ แต่ไม่เกิน .๕๐ ของ ๑ หาบ ให้ปัดเป็น .๕๐ ของ ๑ หาบ และเก็บเงินภาษีการซื้อข้าว ๑ ใน ๒ ของอัตราที่กำหนดข้างต้น ถ้าสูงกว่า .๕๐ ของ ๑ หาบ แต่ไม่เกิน .๗๕ ของ ๑ หาบ ให้ปัดเป็น .๗๕ ของ ๑ หาบ และเก็บเงินภาษีการซื้อข้าว ๓ ใน ๔ ของอัตราที่กำหนดข้างต้น ถ้าสูงกว่า .๗๕ ของ ๑ หาบ แต่ไม่ถึง ๑ หาบ ให้ปัดเป็น ๑ หาบ และเก็บเงินภาษีการซื้อข้าวตามอัตราข้างต้น"