ประเภทคำวินิจฉัย: คำสั่งคำร้อง
10,733 รายการ · หน้า 23 จาก 537
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:66/2545
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 5 ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ตีราคาค่าประกันสี่แสนบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:66/2545
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 5 ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ตีราคาค่าประกันสี่แสนบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:67/2545
ความว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นรวมพิจารณากับคดีอีกสำนวนหนึ่ง โดยเรียกจำเลยคดีนี้ว่า จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 9 ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ตีราคาค่าประกันแปดแสนบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:67/2545
ความว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นรวมพิจารณากับคดีอีกสำนวนหนึ่ง โดยเรียกจำเลยคดีนี้ว่า จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 9 ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ตีราคาค่าประกันแปดแสนบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:68/2545
ความว่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า อุทธรณ์ที่ว่า ศาลสั่งงดสืบพยานขัดกับข้อเท็จจริงตามรายงานฯ ลงวันที่ 3 กรกฎาคม 2544 ที่ว่าคู่ความไม่สืบพยาน โดยให้วินิจฉัยจากปากคำพยานเอกสารหมาย ล.1 จึงเป็นอุทธรณ์ฝืนข้อเท็จจริงในสำนวน ส่วนอุทธรณ์อื่นล้วนเป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริง จึงไม่รับอุทธรณ์โจทก์ โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์ประเด็นที่ว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งงดสืบพยาน โจทก์จึงไม่มีโอกาสนำสืบข้อเท็จจริงให้ศาลเห็นตามที่กล่าวอ้าง การที่ศาลสอบข้อเท็จจริงโดยไม่ให้โจทก์ซักค้านในศาลแล้วจดลงในรายงานกระบวนพิจารณาโดยคู่ความไม่ได้ยอมรับการสอบปากคำดังกล่าวว่าได้กระทำโดยชอบหรือไม่ ข้อความที่สอบไว้นั้นถูกต้องชัดแจ้งหรือไม่ เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายวิธีพิจารณาความ ประเด็นที่ว่าโจทก์โอนลูกจ้างจากบริษัทโจทก์ไปยังอีกบริษัทหนึ่ง เมื่อลูกจ้างยินยอมที่จะโอนไปและให้นับอายุงานต่อเนื่องกันถือว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการเลิกจ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:68/2545
ความว่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า อุทธรณ์ที่ว่า ศาลสั่งงดสืบพยานขัดกับข้อเท็จจริงตามรายงานฯ ลงวันที่ 3 กรกฎาคม 2544 ที่ว่าคู่ความไม่สืบพยาน โดยให้วินิจฉัยจากปากคำพยานเอกสารหมาย ล.1 จึงเป็นอุทธรณ์ฝืนข้อเท็จจริงในสำนวน ส่วนอุทธรณ์อื่นล้วนเป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริง จึงไม่รับอุทธรณ์โจทก์ โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์ประเด็นที่ว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งงดสืบพยาน โจทก์จึงไม่มีโอกาสนำสืบข้อเท็จจริงให้ศาลเห็นตามที่กล่าวอ้าง การที่ศาลสอบข้อเท็จจริงโดยไม่ให้โจทก์ซักค้านในศาลแล้วจดลงในรายงานกระบวนพิจารณาโดยคู่ความไม่ได้ยอมรับการสอบปากคำดังกล่าวว่าได้กระทำโดยชอบหรือไม่ ข้อความที่สอบไว้นั้นถูกต้องชัดแจ้งหรือไม่ เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายวิธีพิจารณาความ ประเด็นที่ว่าโจทก์โอนลูกจ้างจากบริษัทโจทก์ไปยังอีกบริษัทหนึ่ง เมื่อลูกจ้างยินยอมที่จะโอนไปและให้นับอายุงานต่อเนื่องกันถือว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการเลิกจ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:69/2545
ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น ต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54จึงไม่รับอุทธรณ์ จำเลยเห็นว่า การทำงานหลังเวลาทำงานปกตินั้นถือเป็นการปฏิบัติงานประจำต่อเนื่องอันเดียวกับการทำงานในเวลากลางวัน ซึ่งโจทก์จำเลยได้ตกลงกันไว้ในเงื่อนไขการจ้างและสัญญาจ้างแรงงานก่อนจะร่วมงานกัน ซึ่งข้อเท็จจริงในรายละเอียดการปฏิบัติงานนั้นจะแตกต่างกับการปฏิบัติงานในเวลาทำงานปกติ จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการทำงานล่วงเวลาตามกฎหมาย การที่ศาลแรงงานกลางเห็นว่าการทำงานดังกล่าวเป็นการทำงานล่วงเวลา จึงมิชอบโดยกฎหมายและขัดกับเงื่อนไขข้อตกลงเกี่ยวกับการจ้างดังกล่าว โปรดรับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 25) ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระค่าล่วงเวลาและค่าลวงเวลาในวันห …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:70/2545
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของโจทก์ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 จึงมีคำสั่งให้รับฎีกาไปโดยผิดหลง จึงให้เพิกถอนคำสั่งรับฎีกาเป็นมีคำสั่งไม่รับฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 โจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ที่ว่า การที่จำเลยโอนที่ดินของตนไปเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้อื่น เป็นการเบียดบังซ่อนเร้น ทำให้โจทก์เสียเปรียบและไม่สามารถบังคับคดีเอากับจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย โปรดรับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ จำเลยยังมิได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ค …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:71/2545
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่าพยานหลักฐานโจทก์มีเหตุอันควรสงสัย จึงต้องยกผลประโยชน์แห่งความสงสัยให้กับจำเลยนั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดรับฎีกาของจำเลยในข้อดังกล่าวไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 87) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297ลงโทษจำคุก 1 ปี ข้อหาอื่นให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 82 แผ่นที่ 2) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 87) คำสั่ง คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนคู่ความจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาโต้เถียงดุ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:72/2545
ความว่า ผู้ประกันยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยขอใช้หลักประกันเดิม คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวในระหว่างฎีกาตีราคาประกันหกแสนบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:73/2545
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยทั้งสองฎีกาขอให้ศาลฎีกามีคำพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 จึงต้องนำเงินค่าธรรมเนียม ซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษาหรือคำสั่งมาวางศาลพร้อมฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 ประกอบมาตรา 247 แต่จำเลยทั้งสองไม่ดำเนินการดังกล่าว จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่รับฎีกา จำเลยทั้งสองเห็นว่า จำเลยทั้งสองฎีกาคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยทั้งสองเลื่อนคดีและงดสืบพยานจำเลยเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา จำเลยทั้งสองมีหน้าที่เพียงแต่วางเงินค่าขึ้นศาลตามที่กฎหมายกำหนด การที่ศาลชั้นต้นสั่งให้จำเลยปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 จึงเป็นการไม่ชอบ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ สืบเนื่องจากศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้จำเลยทั้งสองเลื่อนคดี และให้งดสืบพยานจำเลยทั้งสอง แล้วพ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:75/2545
ความว่า เนื่องจากจำเลยถึงแก่ความตายแล้ว ผู้ร้องเป็นสามีโดยชอบด้วยกฎหมายมีความประสงค์ขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่จำเลย เพื่อดำเนินคดีต่อไป หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์โฉนดเลขที่ 7820 ตำบลวัดชลอ (บางกรวยฝั่งใต้) อำเภอบางกรวย(บางใหญ่) จังหวัดนนทบุรี ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเดือนละ 5,000 บาท นับตั้งแต่วันที่15 สิงหาคม 2540 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา (อันดับ 58 แผ่นที่ 2) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ผู้ร้องยื่นคำร้องนี้ ศาลชั้นต้นสอบผู้ร้องแล้วยืนยันว่าจำเลยถึงแก่ความตายจริงและเป็นสามีของจำเลยตามกฎหมาย ทนายโจทก์ไม่ค้าน (อันดับ 65,69) คำสั่ง อนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเป็นคู่ความแทนที่จำเลยผู้มรณะได้ตามคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:76/2545
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ตีราคาค่าประกันสามแสนบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:77/2545
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 8 ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว จำเลยถูกฟ้องในข้อหามียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่ายและจำหน่าย กับต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่ ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยกระทำผิดจริงตามฟ้องและพิพากษาลงโทษจำเลย จำเลยเคยถูกดำเนินคดีในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดมาหลายครั้ง แสดงว่าจำเลยมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ยาเสพติดนั้นเป็นภัยร้ายแรงต่อมวลมนุษย์ สังคมและประเทศชาติ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยนั้น ชอบแล้ว ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:78/2545
ความว่า ผู้ประกันยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 9 ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ตีราคาค่าประกันห้าแสนบาทถ้วน ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:79/2545
ความว่า ผู้ประกันยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยทั้งสองชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยขอใช้หลักประกันเดิม คำสั่ง พิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้จำเลยทั้งสองต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ในชั้นนี้จึงยังไม่เห็นสมควรให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้งสองในระหว่างพิจารณาให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:8/2545
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยขอใช้หลักประกันเดิม คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง หากปล่อยชั่วคราวไปจำเลยน่าจะหลบหนี จึงไม่อนุญาต ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:8/2545
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยขอใช้หลักประกันเดิม คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง หากปล่อยชั่วคราวไปจำเลยน่าจะหลบหนี จึงไม่อนุญาต ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:80/2545
ความว่า ผู้ประกันยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยขอใช้หลักประกันเดิม คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีต้องห้ามมิให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง จึงยังไม่สมควรอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยที่จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:81/2545
ความว่า ผู้ประกันยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยขอใช้หลักประกันเดิม คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นจำคุกจำเลยที่ 2 ไม่เกินห้าปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ทั้งจำเลยที่ 2 ยังมิได้ยื่นฎีกาในปัญหาใด ๆ ต่อศาลชั้นต้น ในชั้นนี้จึงไม่เห็นสมควรอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวในระหว่างฎีกา ให้ยกคำร้อง