ประเภทคำวินิจฉัย: คำสั่งคำร้อง
10,733 รายการ · หน้า 37 จาก 537
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1826/2538
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย ไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท จึงต้องห้ามมิให้ฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ที่โจทก์ฎีกาขอให้ศาลฎีกาใช้ดุลพินิจไม่รอการลงโทษ จำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามข้อกฎหมาย ข้างต้น และผู้พิพากษาผู้พิจารณาก็ไม่อนุญาตให้ฎีกาแล้ว ไม่รับฎีกาของโจทก์ โจทก์เห็นว่า คดีนี้สมควรที่จะขึ้นสู่การพิจารณาของศาลฎีกา เพราะการกระทำของจำเลยเป็นความผิดที่ไม่ควรรอการ ลงโทษ โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาด้วย หมายเหตุ จำเลยที่ 1 ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 250) ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264,267,268 และ 341 การกระทำของ จำเลยที่ 1 เป็นกรรมเดียว ผิดกฎหม …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1837/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลย เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินสองปี ทั้งศาลอุทธรณ์ภาค 2 มิได้พิพากษาแก้ไขมากและเพิ่มเติมโทษจำเลยแต่อย่างใด ฎีกา ของจำเลยจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ที่แก้ไขใหม่ มีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายและศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้พิพากษาแก้ไขโทษของจำเลยให้มากขึ้น เป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลย คำสั่ง ศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกา ของจำเลยจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลย ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 48 วรรคแรก,73 วรรคแรก, 74 ที่แก้ไข แล้ว ลงโทษจำคุก 1 ปี และปรับ 10,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1839/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาข้อกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 วรรคแรก ซึ่งจำเลยจำเป็นต้องยกข้อเท็จจริงขึ้นเพื่อขอความเมตตาจากศาล จึงไม่น่าจะ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 33) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 ลงโทษจำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษ ให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 6 เดือน พิเคราะห์รายงานการสืบเสาะ ของพนักงานคุมประพฤติแล้ว ไม่มีเหตุสมควรที่จะรอการลงโทษ จำคุกจำเลย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 31) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 33) คำสั่ง พิเคราะห์แ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:184/2538
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คำสั่ง ของศาลอุทธรณ์เป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 156 วรรคท้าย จึงไม่รับฎีกา คืนค่าขึ้นศาลให้จำเลย จำเลยทั้งสองเห็นว่า จำเลยสามารถและมีสิทธิยื่นฎีกาคำสั่งได้ และคดียังไม่ถึงที่สุด อีกทั้งมิได้ทำให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่อง คำสั่งของศาลชั้นต้นจึงไม่ชอบโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 75) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวน 84,213 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 2 กรกฎาคม 2536 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ แก่โจทก์ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ พร้อมกับยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีค …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1840/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาข้อ 2 ก. ข.และ ค. เป็นฎีกาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง จึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยในข้อ 2 ก. และ ข. ที่ว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 2 อาศัยคำพยานหลักฐานที่รับฟังไม่ได้มา ลงโทษจำเลย เป็นข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาข้อ 2 ก. และ ข. ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 62) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 วรรคสอง จำคุก 1 ปีคำขออื่นให้ยก ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 60) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 62) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด 1 ปี และที่จำเลยฎีกา ในข้อ 2 ก. และ ข. ล้วนเป็นการโต้แย้งเกี่ยวกับการรับฟัง พยานหลักฐานของศาลอุท …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1842/2538
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า พิเคราะห์ฎีกาของโจทก์แล้ว เห็นว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และคดีมีทุนทรัพย์ไม่เกิน 200,000 บาท จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จึงไม่รับฎีกาคืนค่าขึ้นศาลทั้งหมด โจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เพราะฟ้องโจทก์เป็นคดีฟ้องขอให้ปลดเปลื้อง ทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ การที่ศาลชั้นต้น ได้มีคำสั่งให้โจทก์ชำระเงินค่าธรรมเนียมศาลในส่วนของที่ดินพิพาทไม่ทำให้กลายเป็นคดีที่มีทุนทรัพย์ไปได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 93) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินตามแผนที่พิพาทตามที่โจทก์นำชี้ เป็นที่ดินของโจทก์ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 88) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 91) …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1850/2538
ความว่า เนื่องจากคำพิพากษาศาลฎีกาไม่มีข้อความว่าหากโจทก์ไม่จัดการให้จำเลยมีอำนาจจัดการขนดิน และทำรั้ว ของจำเลยให้มีสภาพดังเดิม โดยให้โจทก์เป็นฝ่ายออกค่าใช้จ่าย ตามคำขอท้ายฟ้องแย้งของจำเลย ซึ่งเป็นกรณีที่คำพิพากษาศาลฎีกา มีข้อผิดพลาดเล็กน้อย ดังนั้นเพื่อให้ข้อความในคำพิพากษา ศาลฎีกาเป็นไปโดยถูกต้อง และเพื่อให้ การบังคับคดีตามคำพิพากษา ดำเนินไปได้ โปรดมีคำสั่งแก้ไขเพิ่มเติมคำพิพากษาศาลฎีกา ในส่วนนี้เป็นว่า บังคับให้โจทก์ขนดินที่ถมรุกล้ำเข้ามาในที่ดิน ของจำเลยออกไปจากที่ดินของจำเลยกับให้โจทก์ทำรั้วของจำเลย กลับสู่แนวเดิม หากโจทก์ไม่จัดการให้จำเลยมีอำนาจจัดการขนดินและทำรั้วของจำเลยให้มีสภาพเดิม โดยให้โจทก์เป็นฝ่าย ออกค่าใช้จ่าย โปรดอนุญาต หมายเหตุ ไม่ปรากฎหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ให้โจทก์จัดการขนดินที่ถมออกจากที่พิพาทของจำเลย และให้จัดการทำรั้วของจำเลยก …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1850/2538
การที่จำเลยขอให้เพิ่มเติมคำพิพากษาศาลฎีกาที่พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ขนดินที่ถมออกไปจากที่ดินของจำเลยและทำรั้วของจำเลยให้กลับไปตามแนวรั้วเดิมให้มีข้อความว่าหากโจทก์ไม่จัดการ ให้จำเลยมีอำนาจจัดการขนดินและทำรั้วของจำเลยให้มีสภาพเดิมโดยให้โจทก์เป็นฝ่ายออกค่าใช้จ่ายด้วยนั้น เป็นวิธีการบังคับคดีที่จำเลยอาจขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการได้อยู่แล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 ทวิ มิใช่กรณีที่คำพิพากษาศาลฎีกามีข้อผิดพลาดเล็กน้อยตามมาตรา 143
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1858/2538
ความว่า ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาแล้ว แต่ปรากฏว่าเลขที่ ในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) ที่โจทก์นำมาฟ้อง พิมพ์ผิดพลาด โดยเลขที่ถูกต้องคือ 1077 แต่เลขที่ปรากฏ ในสำนวนและในคำพิพากษาศาลฎีกาเป็น 3077 รายละเอียดปรากฏ ตามคำร้อง ด้วยข้อผิดหลงดังกล่าวทำให้โจทก์ไม่สามารถ นำคำพิพากษาศาลฎีกาไปจดทะเบียนภารจำยอมได้ ขอศาลฎีกา ได้โปรดมีคำสั่งแก้ไขเลขที่ น.ส.3 ในคำพิพากษาศาลฎีกา โปรดอนุญาต หมายเหตุ จำเลยยื่นคำร้องคัดค้าน ศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยยื่นคัดค้านเกินกำหนดเวลาที่ศาลสั่ง ให้รวมสำนวน(อันดับ 208) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยเปิดให้โจทก์ใช้ทางในที่ดิน ของจำเลยกว้าง 2 เมตร ชิดริม แนวเขตที่ดินของจำเลยด้าน ทิศตะวันออกเป็นทางเข้าออกที่ดินของโจทก์กับถนนสาธารณะ สายรอบเกาะ คำขออื่นให้ยก ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ทางพิพาทเป็นทาง ภารจำยอม ให้จำเลยรื้อสิ่งปิดกั้นทางออกและทำทางให้อยู่ ในสภาพดีด้วยค่าใช้จ่าย …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1859/2538
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์ เป็นฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่รับฎีกา คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมด โจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ที่ว่า กิจการซึ่งที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้ให้สัตยาบันไว้มีผลบังคับได้ตามกฎหมายหรือไม่ตามมาตรา 1108(2) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เป็นฎีกา ในปัญหาข้อกฎหมายที่เป็นสาระสำคัญแก่คดีอันควรได้รับการ วินิจฉัย จากศาลสูง และการที่โจทก์ฟ้องจำเลยว่าผิดสัญญาเช่า และขับไล่จำเลยออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่า ขณะยื่นฟ้องเดือนละ 20,000 บาท จึงเป็นกรณีเข้าข้อยกเว้น ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 248 วรรคสองแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง สามารถฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริงได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 92 แผ่นที่ 4) โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้างชำระพร้อม ดอกเบี้ยถึงวันที่สัญญาเช่าเลิก …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:186/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลย เป็นฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 1รับฟังข้อเท็จจริงโดยขัดต่อพยานหลักฐานในสำนวน และการที่ จำเลยครอบครองไม้แปรรูปอันเป็นไม้หวงห้ามตามฟ้องไว้ในขณะ ปฏิบัติหน้าที่จึงไม่ถือว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้องโจทก์ เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์ด้วย หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 214) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 48 วรรคแรก,73 วรรคแรก ที่แก้ไขแล้ว ลงโทษจำคุก 4 เดือน และปรับ 5,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลย เคยกระทำผิดมาก่อน เห็นควรให้โอกาสจำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดี ต่อไป โทษจำคุกจึงให้รอไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1869/2538
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 3 และจำเลยร่วมฎีกา จำเลยที่ 1ที่ 3 และจำเลยร่วมมีความประสงค์ที่จะอ้างคำพิพากษา ของศาลจังหวัดธัญบุรี คดีหมายเลขแดงที่ 1041/2537 ระหว่างนางสุนันท์ลิมปัจนางกูรโจทก์นางล่องเอ็งแซ่เต็ง กับพวกจำเลย เป็นพยานหลักฐานในชั้นฎีกา เหตุที่จำเลยเพิ่งอ้าง คำพิพากษาดังกล่าวในชั้นฎีกาเนื่องจากคดีดังกล่าวเพิ่งจะมีคำพิพากษาเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม โปรดรับคำพิพากษาดังกล่าวด้วยโปรดอนุญาต หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ ระหว่างพิจารณา โจทก์ขอให้ศาลหมายเรียกนางสาวศศิวรรณปิ่นสวรรค์ เข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมแบ่งแยกที่ดินพิพาทจำนวน 15 ไร่ 3 งาน 71 ตารางวา ตามแผนที่ เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2 ออกจากโฉนดที่ดินเลขที่ 1778 ตำบลศาลาครุ อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี และโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่โจทก์โดยปลอดจากภาระติดพัน …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:187/2538
ความว่า ผู้ร้องฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 ปฏิเสธไม่รับอุทธรณ์ของผู้ร้องยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้น จึงถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 จึงไม่รับฎีกาของผู้ร้อง คืนค่าขึ้นศาลแก่ผู้ร้อง ผู้ร้องเห็นว่า ผู้ร้องมีสิทธิยื่นฎีกาคำสั่งได้ และคดียัง ไม่ถึงที่สุด ทั้งมิได้ทำให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่อง โปรดมีคำสั่ง รับฎีกาคำสั่งของผู้ร้องด้วย หมายเหตุ โจทก์และจำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 57) คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดิน หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 941/935เล่ม 7 หน้า 132, เลขที่ 1076/520 เล่ม 8 หน้า 67 และเลขที่ 520 เล่ม 7 หน้า 38 ตำบลสีคิ้ว อำเภอสีคิ้วจังหวัดนครราชสีมา พร้อมสิ่งปลูกสร้างเลขที่ 1625-1627 ของจำเลยที่ 1 เพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ที่ดินทั้งสามแปลงดังกล่าวพร้อมส …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1873/2538
ความว่า จำเลยที่ 3 ที่ 4 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยที่ 3 ที่ 4 ไม่ใช้แบบพิมพ์ของศาล ทั้งเลอะเทอะ ไม่เรียบร้อยเป็นการฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 67(5) จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 3 ที่ 4 คืนค่าขึ้นศาล ชั้นฎีกาทั้งหมด จำเลยที่ 3 ที่ 4 เห็นว่า ทนายจำเลยที่ 3 ที่ 4 หลงผิด เข้าใจว่าแบบพิมพ์ฎีการุ่นเก่าและแบบพิมพ์ 40 ก. ที่ถ่ายเอกสารนั้นมีข้อความครบถ้วนเหมือนกับแบบพิมพ์ของศาล และเหตุที่ฎีกาของจำเลยที่ 3 ที่ 4 เละเทอะ นั้นก็เนื่องมาจาก เครื่องถ่ายเอกสารหาใช่เป็นการจงใจกระทำของทนายจำเลยที่ 3 ที่ 4 ไม่ และทนายจำเลยที่ 3 ที่ 4 ได้จัดพิมพ์ข้อความโดยเว้นวรรคและย่อหน้าไว้เป็นระเบียบเรียบร้อยเพื่อให้ศาลได้อ่าน เข้าใจโดยง่ายอยู่แล้ว อีกทั้งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 67(5) หาได้มีบทบัญญัติให้ศาลมีคำสั่งให้คืนคำคู่ความ ที่ยื่นขัดต่อบทบัญญัติมาตราดังกล่าวไม่ กรณีจึงต้องนำบทบัญญั …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1878/2538
ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า จำเลยอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงาน และวิธีพิจารณาคดีแรงงาน มาตรา 54ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าจ้างที่หักไว้ 1,000 บาท และค่าจ้างขั้นต่ำส่วนที่ขาดอีก 3,464 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับจากวันฟ้อง เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ดังกล่าว (อันดับ 41) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 46) คำสั่ง คดีนี้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์ต้องเข้าทำงานโดยมีการตอกบัตรลงเวลาเข้าและเวลาออกและโจทก์ต้องมาทำงาน ยังสถานที่ที่จำเลยจัดหาไว้ให้โดยโจทก์ได้รับค่าจ้างวันละ 90 บาท จำ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1881/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์ได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 209935 และ 209940 แขวงคลองกุ่มเขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานครพร้อมสิ่งปลูกสร้างเลขทะเบียน 115/114 ซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินทั้งสองแปลงเพื่อขายทอดตลาด เนื่องจากที่ดินพร้อม สิ่งปลูกสร้างดังกล่าวจำเลยได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายกับ บุคคลภายนอกไว้ หากมีการขายทอดตลาดทรัพย์สินดังกล่าว ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาจะทำให้จำเลยและบุคคลภายนอก ได้รับความเสียหาย โปรดทุเลาการบังคับการขายทอดตลาดไว้ก่อน และแจ้งคำสั่งการงดบังคับคดีการขายทอดตลาดให้ เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบด้วย โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 117) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,110,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งในต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้อง (13 ธันวาคม 2534) จนกว่าจำเลยชำระเสร็จ แก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์จำเลย จำเล …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1885/2538
ความว่า โจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีต้องห้าม ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ประกอบกับศาลไม่อนุญาตให้ฎีกา จึงไม่รับฎีกาของโจทก์ร่วม โจทก์ร่วมเห็นว่า คดีนี้จำเลยซึ่งเป็นข้าราชการได้ใช้อำนาจของกฎหมายแก้ปัญหาในส่วนตัวเป็นการกระทำที่นอกเหนือ อำนาจแห่งกฎหมายกำหนดไว้เป็นเหตุให้โจทก์ร่วมซึ่งเป็น พลเรือนไม่ได้รับความเป็นธรรม เป็นฎีกาในปัญหาที่สำคัญ อันควรสู่ศาลสูงสุดโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ร่วม ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ทนายจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 167) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157,310,91 ระหว่างพิจารณา นายณัฐชัยพัฒนศักดิ์ ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 166) โจทก์ร่วมจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 167) คำสั่ง พิเคร …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1888/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลย ต้องห้ามฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริง และคำร้องขอรับรองฎีกาศาลสั่งยกคำร้อง จึงไม่รับฎีกา คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดให้จำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า การตีความในเรื่องการแสดงเจตนานั้น กฎหมายให้คำนึงถึงเจตนาอันแท้จริงยิ่งกว่าถ้อยคำสำนวนหรือตัวอักษร และจำเลยมีสิทธิได้รับชำระหนี้จากโจทก์ตามสัญญาจ้างทำของ และในการกระทำแทนโจทก์ในฐานะตัวแทน หรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ประกอบกับคดีนี้มีทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาเกินกว่าสองแสนบาทจึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณา ต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 113) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 272,983 บาท พร้อม ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวนับแต่ วันที่ 1 มกราคม 2535 ซึ่งเป็นวันผิดนัดชำระหนี้ครั้งสุดท้ายเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยชำระเสร็จให้โจ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1889/2538
ความว่า จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์รับรองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีตามคำร้องไม่ได้ระบุชื่อผู้พิพากษาที่จะให้รับรองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคท้ายจึงไม่อาจดำเนินการให้ได้ จึงให้ยกคำร้อง จำเลยเห็นว่า คำร้องขอให้รับรองฎีกาไม่จำต้องระบุชื่อ ผู้พิพากษาก็สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากเมื่อศาลตรวจสำนวน ย่อมทราบว่าผู้พิพากษาท่านใดพิจารณาคดีนี้และดำเนินการรับรองฎีกา ได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ขอศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นดำเนินการรับรองฎีกา ของจำเลยต่อไป โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 113 แผ่นที่ 3) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 272,983 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 1 มกราคม 2535 ซึ่งเป็นวันผิดนัดชำระหนี้ ครั้งสุดท้ายเป็น …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:189/2538
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีมี ทุนทรัพย์ไม่เกิน 200,000 บาท ต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริง ฎีกาจำเลยทั้งสองเป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกา จำเลย ทั้งสองยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2537 ศาลชั้นต้นสั่งว่าคำร้องของ จำเลยทั้งสอง ไม่ใช่เป็นการอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่ยอมรับฎีกา แต่เป็นการฎีกาข้อเท็จจริงคัดค้านคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสอง ต้องห้าม จึงไม่รับคำร้องจำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น ที่มีคำสั่งไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ลงวันที่ 2 ธันวาคม 2537 ศาลชั้นต้นสั่งว่า คำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับ ฎีกาของจำเลยทั้งสอง ลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2537 ไม่มี เนื้อหาคัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาแต่เป็นฎีกา คัดค้านข้อเท็จจริงในคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ จึงไม่ใช่ การอุทธรณ์ในเนื้อหาที่ไม่รับฎีกาของศาลชั้นต้น อันจะทำให้ ศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็น การ …