ประเภทคำวินิจฉัย: คำสั่งคำร้อง
10,733 รายการ · หน้า 36 จาก 537
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1736/2538
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกฟ้องโจทก์ คดีโจทก์ จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 170,220 ไม่รับฎีกา โจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เกี่ยวกับเจ้าพนักงาน กระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม ซึ่งเป็นฎีกา ที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ไม่ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคสองโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ทนายจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 122 แผ่นที่ 2) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157,162,177,180,181 วรรคสอง,90 และ 200 วรรคสอง ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีโจทก์ไม่มีมูลพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 120 แผ่นที่ 2) โจทก์จึงยื่นคำร้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1744/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลย เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218จึงไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า การที่ศาลจังหวัดขอนแก่นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 ยอมรับว่าคำรับสารภาพในความผิดของจำเลยเป็นประโยชน์ แก่การพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษจำเลยแล้ว แต่ข้อวินิจฉัยของศาลชั้นต้นทั้งสองไม่ได้มีข้อที่จำเลย ควรได้รับการพิจารณาจากวิสัยและพฤติการณ์ตลอดจนสภาพของจำเลย ที่ประสงค์ว่าได้รู้สำนึกแห่งการกระทำผิดเพราะหลงผิดไป ทั้งมีความสำนึกที่จะประกอบสัมมาชีพเป็นพลเมืองดีต่อไป จึงไม่เป็นไปตามเหตุอื่นอันควรปรานีที่ศาลจะได้พิจารณา คำสั่งของศาลชั้นต้นจึงหาต้องด้วยกรณีที่บทบัญญัติของกฎหมาย ได้บัญญัติในกรณีนี้โดยชัดเจนไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 7) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระรา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1745/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง จึงไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า ศาลอุทธรณ์รับฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวนไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะการนำสืบของโจทก์และโจทก์ร่วม ไม่ปรากฏถ้อยคำพยานปากใดที่จะชี้ชัดว่าจำเลยปลอม และใช้เอกสารปลอม จำเลยลงลายมือชื่อเป็นพยานและดำเนินการ เกี่ยวกับคำขอสินเชื่อ เพราะกระทำไปตามคำสั่งของ นางสาวสุดใจ พงษ์ธรรมรักษ์ กรรมการบริหารบริษัทโจทก์ร่วมและผู้บังคับบัญชาโดยตรงของจำเลยเท่านั้น โดยไม่ทราบว่า ลายมือชื่อของผู้กู้และผู้ค้ำประกันเป็นลายมือชื่อปลอม จึงเป็นการกระทำโดยขาดเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ระหว่างพิจารณา บริษัทเงินทุนไทยเซฟวิ่ง …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1769/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า กรณีเป็นฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและ วิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง มาตรา 4 จึงไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า การที่ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาแก้ไข คำพิพากษาของศาลชั้นต้นและเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน จึงเป็นการแก้ไขมากตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 37) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300,390 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(4),157 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียว ผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300,90 จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1781/2538
ความว่า คดีนี้ พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี ได้ยื่นคำร้องขอไต่สวนชันสูตรพลิกศพกรณีการตายของนายวรวุฒิอนันตกูลนายไพโรจน์ธนังสิทธิ์นายโลมโพธิ์ทองและนายสุชาติไวยคำ ต่อศาลจังหวัดเพชรบุรี โดยอ้างว่าการตายเกิดขึ้นโดยการกระทำของเจ้าพนักงานตำรวจรวม 9 คน คือ พลตำรวจสุนทรหรือแมว ยอดแก้ว กับพวก ซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ในการตรวจค้นจับกุมผู้กระทำผิด และป้องกันตน และตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของ เจ้าพนักงานตำรวจ ผู้คัดค้านทั้งสี่ได้เป็นโจทก์ฟ้อง พลตำรวจสุนทร ยอดแก้ว กับพวก เป็นจำเลย ต่อศาลจังหวัดเพชรบุรี ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯคดีหมายเลขดำที่ 2408/2537 และประธานศาลฎีกาได้มีคำสั่ง อนุญาตให้โอนคดีดังกล่าวมาทำการพิจารณาที่ศาลอาญา กรุงเทพมหานคร ตามคำร้องขอของโจทก์ทั้งสี่แล้ว(คำสั่งคำร้องที่ 2756/2537) ขณะนี้คดีอยู่ในระหว่างการไต่สวนมูลฟ้องของศาลอาญา หากมีการไต่สวนคำร้องขอไต่สวนชันสูตรพลิก …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1782/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลย เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2534 มาตรา 124 ไม่รับฎีกาจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า จำเลยขอโดยสารรถไปยังกรุงเทพมหานครกับนายบุญทัน สุขเสริม เจ้าของรถโดยไม่ทราบว่าในรถมีกัญชา จำเลยไม่ได้มีเจตนา ได้ร่วมกระทำความผิดไม่ครบองค์ประกอบความผิดทางอาญานั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลย ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 97) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,7,26 วรรคสอง,76 วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำเลยกระทำความผิดในขณะที่อายุ 17 ปีเศษ ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 แล้วจำคุก 1 ปี พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบรา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1783/2538
ความว่า จำเลยฎีกา หากโจทก์ดำเนินการบังคับคดีแล้วจะทำให้จำเลยได้รับความเสียหายเป็นอย่างยิ่ง โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 94) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยออกไปจากตึกแถวเลขที่ 370-372(เดิม 590/9-10) เลขที่ 374(เดิม 590/11)และเลขที่ 376(เดิม 590/12) ถนนเจริญนครแขวงคลองต้นไทรเขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับที่ดินและตึกพิพาทของโจทก์อีกต่อไป กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเดือนละ 2,000 บาท แก่โจทก์ ในส่วนของตึกแถวเลขที่ 370-372 นับแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2535 เป็นต้นไป และในส่วนของตึกแถว เลขที่ 374 และ 376 นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2534 เป็นต้นไป จนกว่าจำเลยจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินและ ตึกพิพาทของโจทก์เสร็จสิ้น ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 87,88) ชั้นอุทธรณ์ จำเลยยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับ แต่ศาลอุทธรณ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1783/2538
การขอทุเลาการบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 231 ต้องเป็นกรณีที่ยังไม่มีการบังคับคดีตามคำพิพากษาเมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการบังคับคดีตามคำขอของโจทก์แล้วการที่จำเลยยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับจะถือว่าเป็นการขอทุเลาการบังคับตามคำพิพากษาไม่ได้ แต่เป็นกรณีที่จำเลยขอให้งดการบังคับคดีตามมาตรา 292(2) ซึ่งอยู่ในอำนาจของศาลชั้นต้นที่จะมีคำสั่ง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1784/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา ของจำเลย ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณา คดีในศาลอุทธรณ์ภาค 3 รับรอง และผู้พิพากษาดังกล่าว รับรองให้ฎีกาได้ แต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาฉบับเดิม ตกไปแล้ว เมื่อไม่ยื่นใหม่และคดีพ้นระยะเวลาฎีกา จึงไม่มีเหตุจะส่งสำนวนไปศาลฎีกา จำเลยเข้าใจโดยสุจริตว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ไม่รับฎีกาของจำเลยและจำเลยได้ยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษา ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ที่พิจารณาคดีนี้รับรองฎีกาแล้วจำเลยไม่ได้ ทำฎีกาฉบับใหม่มายื่นต่อศาลเนื่องจากคิดว่าฎีกาฉบับเดิม ยังคงใช้ได้อยู่จำเลยมิได้มีเจตนาที่จะกระทำความผิดและ มีโอกาสชนะคดี เมื่อผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ที่พิจารณาคดีนี้อนุญาตให้จำเลยฎีกาได้แล้ว เพื่อประโยชน์ แห่งความยุติธรรม โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระรา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1784/2538
แม้ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามฎีกาของจำเลยฉบับลงวันที่ 20 มิถุนายน 2538 แล้วก็ตาม แต่การที่จำเลยยื่นคำร้องภายในกำหนดอายุฎีกา ขอให้ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ผู้พิจารณาคดีดังกล่าวอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง โดย ที่ จำเลยมิได้ยื่นฎีกาฉบับใหม่เข้ามาอีก เพราะจำเลยเข้าใจว่าฎีกาฉบับเดิมยังคงใช้ได้อยู่ เพื่อประโยชน์แห่งความเป็นธรรมย่อมอนุโลมได้ว่าจำเลยยอมถือเอาฎีกาฉบับลงวันที่ 20 มิถุนายน 2538 เป็นฎีกาของจำเลยต่อไป ดังนั้นเมื่อผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกา ฎีกาของจำเลยฉบับเดิมก็ยังคงมีผลเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงอยู่ ชอบที่ศาลชั้นต้นจะตรวจฎีกาฉบับเดิมของจำเลยว่าอาจจะรับส่งขึ้นไปยังศาลฎีกาหรือไม่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 223
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1790/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยยื่นฎีกาเมื่อเลยกำหนดปฏิบัติราชการตามปกติของทางราชการ และพ้นกำหนด ระยะเวลาหนึ่งเดือนแล้ว จึงไม่รับฎีกา คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมด จำเลยเห็นว่า การที่จำเลยยื่นฎีกาล่วงเลยเวลา ไปเล็กน้อย เนื่องจากมีฝนตกหนักมากในขณะเดินทางมาศาลซึ่งถือเป็นเหตุสุดวิสัยและเป็นพฤติการณ์พิเศษจึงต้องถือว่าจำเลยยื่นฎีกาภายในเวลาราชการแล้ว และในประเด็นที่ว่าจำเลยยื่นฎีกาพ้นกำหนดเวลาหนึ่งเดือนแล้ว จำเลยเห็นว่าเมื่อศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2538 ระยะเวลาหนึ่งเดือนจะต้องเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน 2538 และจะครบกำหนดหนึ่งเดือน ในวันที่ 6 กรกฎาคม 2538 การที่จำเลยยื่นฎีกาในวันที่ 5 กรกฎาคม 2538 จึงไม่เกินเวลาหนึ่งเดือน โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง หรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชด …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1794/2538
ความว่า โจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า กรณีดังกล่าวเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218,219จึงไม่รับฎีกาของโจทก์ร่วม โจทก์ร่วมเห็นว่า ฎีกาของโจทก์ร่วมที่ว่า การที่ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ได้พิพากษาแก้โทษจำคุกจำเลยที่ 1ให้มีการรอการลงโทษไว้ 1 ปี นั้น โดยเห็นว่าจำเลยที่ 1ไม่เคยกระทำความผิดอาญามาก่อน เป็นการวินิจฉัยโดยรับฟังพยานหลักฐาน ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายวิธีพิจารณาความว่าด้วยการรับฟังพยานหลักฐาน และฎีกาของโจทก์ร่วมที่ว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 3 เห็นว่า จำเลยที่ 1 ประกอบอาชีพโดยสุจริตไม่เคยกระทำผิดอาญามาก่อน การกระทำผิดของจำเลยที่ 1 เป็นเรื่องปกติธรรมดา ในการประกอบธุรกิจการค้า และโจทก์ร่วมยังมีสิทธิที่จะ ฟ้องบังคับจำเลยที่ 1 ให้ชำระหนี้ในทางแพ่งได้ อีกทั้ง พฤติการณ์แห่งคดีถือว่าไม่ร้ายแรง โดยให้รอการลงโทษ จำคุกจำเลยที่ 1 ไว้ก่อน เป็นการที่ศาลอุทธรณ์รับฟังพยานหลักฐา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1799/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลย เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้ลงโทษจำคุก 2 ปี จึงต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่า จำเลยมีความผิดฐาน บุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 364 หรือไม่ เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278,295,364,365(1)(3) การกระทำของจำเลย เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทต้องลงโทษตามกฎหมาย บทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ลงโทษฐานกระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีโดยใช้กำลัง ประทุษร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 ให้จำคุก 2 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎี …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:18/2538
ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า เป็นอุทธรณ์ ข้อเท็จจริง ต้องห้ามจึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ที่ว่า บันทึกข้อตกลงเอกสาร หมาย ล.1 ระหว่างโจทก์และจำเลยมีความหมายว่า โจทก์ไม่ประสงค์ จะเรียกร้องสิ่งใดจากจำเลย จึงเป็นอุทธรณ์เกี่ยวกับการตีความ ถ้อยคำในเอกสารนั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่ง ให้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 64,66) ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าว ล่วงหน้าจำนวน 6,040 บาท และค่าเสียหายจากการเลิกจ้าง ไม่เป็นธรรม 26,650 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ของต้นเงินแต่ละจำนวนนับแต่วันฟ้อง (วันที่ 23 พฤษภาคม 2537) จนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ดังกล่าว (อันดับ 57) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 62) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อุทธรณ์ของจำเลยยกข้อความซึ่งไม่มี อยู …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:18/2538
อุทธรณ์ของจำเลยยกข้อความซึ่งไม่มีอยู่ในเอกสารขึ้นอ้างเพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลยอุทธรณ์ว่า ข้อความดังกล่าวแสดงว่าเอกสารนั้นเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความที่โจทก์ไม่ประสงค์เรียกร้องสิ่งใดจากจำเลยเป็นอุทธรณ์ที่บิดเบือนข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวน จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1803/2538
ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการวินิจฉัยและรับฟัง พยานหลักฐานของศาล จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและ วิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 วรรคแรก จึงไม่รับอุทธรณ์จำเลย จำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยที่ว่า การที่โจทก์ ได้พูดกับนายวีระชัยซึ่งเป็นนายจ้างต่อหน้าพนักงานของจำเลยประมาณ 20 คน เป็นการกระทำที่น่าจะทำให้นายวีระชัยเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง และเกิดความเสียหายอันเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และการที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าจำเลยเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 นั้น ศาลต้องพิจารณาถึงมูลเหตุแห่งการ เลิกจ้างประกอบการกำหนดค่าเสียหาย และการกระทำของโจทก์เป็นการกระทำประการอื่นอันไม่ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1804/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีมีทุนทรัพย์ไม่เกินสองแสนบาท จึงต้องห้ามฎีกา ฎีกาข้อกฎหมายตามที่จำเลยอ้าง ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยจึงไม่รับฎีกาจำเลย คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาให้ จำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะสภาพแห่งข้อหาไม่ชัดแจ้ง และฎีกาที่ว่า ศาลอุทธรณ์ไม่ได้ วินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ว่าศาลชั้นต้นวินิจฉัยคดีโดยฝ่าฝืนพยานหลักฐานในสำนวน เป็นการไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และฎีกาที่ว่า ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นที่นั่งพิจารณาคดีได้รับรองอุทธรณ์จำเลยว่ามีเหตุอุทธรณ์ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคแรก การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคดีนี้ต้องห้ามมิให้ อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงจึงเป็นการวินิจฉัยและพิพากษา โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เป็นสาระ แก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของจำเลยไ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1804/2538
เมื่อผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นได้รับรองว่ามีเหตุสมควรที่จำเลยจะอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ดังนั้น ปัญหาว่าศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ข้อเท็จจริงของจำเลยและศาลอุทธรณ์ไม่ได้วินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยทุกข้อเป็นการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ รวมทั้งปัญหาว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1807/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสอง จึงไม่รับฎีกาของจำเลย คืนค่าขึ้นศาล ทั้งหมด จำเลยเห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่าโจทก์ได้รับความเสียหายไม่อาจนำที่ดินไปหาประโยชน์ได้ หากให้บุคคลอื่นเช่าจะได้ค่าเช่าประมาณเดือนละ 15,000 บาท จึงเป็นค่าเช่าที่เกินจากจำนวนที่กฎหมายกำหนดไว้ในขณะยื่นฟ้องไม่เกินเดือนละ 10,000 บาท จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสอง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนบ้านเลขที่ 18/2แขวงคลองกุ่มเขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร ออกจากโฉนดที่ดินเลขที่ 50212 ตำบลคลองกุ่มเขตบึงกุ่ม(อำเภอบางกะปิ เดิม)กรุงเทพมหานคร และให้จำเลยปรับสภาพดินบริเวณที่ปลูกบ้านให้อยู่ในสภาพเดิมก่อนปล …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1825/2538
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของ จำเลยในข้อ 1 ถึงข้อ 4 ล้วนเป็นปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 จึงไม่รับฎีกาของจำเลยในข้อนี้ ส่วนฎีกาเรื่อง อายุความนั้น เห็นว่าเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย จึงให้รับฎีกาของจำเลยเฉพาะข้อนี้ จำเลยที่ 1 เห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่าโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 2เป็นการแก้ไขมาก ประกอบกับคดีของจำเลยที่ 1 มีเหตุที่จะชนะคดี โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณาด้วย หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 250) ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษ …