ประเภทคำวินิจฉัย: คำสั่งคำร้อง
10,733 รายการ · หน้า 35 จาก 537
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1532/2538
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า กรณีเป็นการฎีกาคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้น คำสั่งของศาลอุทธรณ์จึงถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 198 ทวิจึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ฉบับลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2538ของโจทก์ที่ว่าข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบฟังเป็นยุติในชั้น ไต่สวนมูลฟ้องครบองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 4พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายการที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืน ตามคำสั่งของศาลชั้นต้นไม่รับอุทธรณ์โจทก์ฉบับดังกล่าว ว่าเป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย คำสั่งของ ศาลอุทธรณ์ยังไม่เป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 198 ทวิ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ โจทก์ฟ้องขอใ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:154/2538
ความว่า จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษา ที่พิจารณาพิพากษาคดีนี้รับรองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งในคำร้องว่า ฎีกาจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เห็นว่าข้อความที่ตัดสิน ไม่เป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุด ไม่อนุญาตให้ฎีกา และมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 66) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,295 ให้จำคุก 4 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 65) จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 66) คำสั่ง จำเลยฎีกาขอให้ศาลฎีกาใช้ดุลพินิจลงโทษจำเลยในสถานเบา และรอการลงโทษ อัน …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1542/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลย ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคหนึ่ง จึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำเลย คืนหรือใช้เงินแก่ผู้เสียหายทั้งยี่สิบเอ็ด คนไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะผู้เสียหายทั้งยี่สิบเอ็ด คนได้รับชดใช้เงินจนเป็นที่พอใจ และทำสัญญาประนีประนอมยอมความไม่เอาความทางแพ่งและทางอาญา กับจำเลย และได้ถอนคำร้องทุกข์แล้ว จำเลยจึงไม่ต้องชดใช้เงิน ให้ผู้เสียหายทั้งยี่สิบเอ็ด คนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อีกนั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ระหว่างพิจารณา นางกรรณิการ์ศิริเมืองกับพวกผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 พระราชบัญญัติการเล่นแชร์ พ.ศ. 2534 มาตรา 6,17 การก …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1543/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริง และคดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลย ออกจากที่พิพาทมีค่าเช่าไม่เกินเดือนละ 10,000 บาท จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสอง ไม่รับฎีกาของจำเลย คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมด จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่า สัญญาเช่าระหว่างโจทก์และจำเลยเป็นสัญญาเช่าต่างตอบแทนพิเศษยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดาหรือไม่ ซึ่งต้องพิเคราะห์ถึงเจตนาอันแท้จริงของโจทก์และจำเลยโดยอาศัยข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวนและฎีกาที่ว่าโจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าโดยชอบแล้วหรือไม่เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลย ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกจากที่พิพาทและส่งมอบที่พิพาทให้โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ปีละ 30,000 บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะส่งมอบที่ดินที่เช่าคืนโจ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1553/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ผู้พิพากษา ที่พิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยก คำร้องขออนุญาตฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า จำเลยขอให้รอการลงโทษตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 54) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง เป็น กรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานกระทำโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัสซึ่งเป็นบทหนัก ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่ การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงลงโทษจำคุก 3 เดือน จำเลยได้ชดใช้ค่ารักษาพยาบาล ให้แก่ผู้เสียหายทั้งสองเพียงบางส่วน ไม่ปรากฏว่าจำเลย ได้รับโทษจำคุกมาก่อนให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักข …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1554-1635/2538
ความว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ทั้ง 82 สำนวนอุทธรณ์ศาลแรงงานกลางสั่งว่า จำเลยหยิบยกดุลพินิจในการรับฟังข้อเท็จจริงของศาลแรงงานกลางจากพยานหลักฐานในสำนวนซึ่งศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงยุติไปแล้ว เพื่อให้ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงนั้นซ้ำอีก จึงเป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ไม่ใช่ข้อกฎหมาย ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 54 วรรคแรก ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสาม เว้นในส่วน ของโจทก์ที่ 34 และที่ 60 ตามข้อ 5 จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 เห็นว่า ในประเด็นพิพาทข้อที่ 1และข้อที่ 2 ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยคดีโดยอาศัยเอกสารหมาย จ.3 ขัดกับพยานหลักฐานหมาย จ.4 และฟังข้อเท็จจริงขัดต่อพยานหลักฐาน ในสำนวน ส่วนในประเด็นพิพาทข้อที่ 3 เป็นปัญหาการแปลความหมาย ของสัญญาจ้างแรงงาน ประเด็นข้อพิพาททั้ง 3 ข้อจึงเป็นปัญหา ข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ถึงที่ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:157/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยเป็นฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาเกี่ยวกับรายละเอียด อันเป็นเหตุตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ว่าด้วยการรอการ ลงโทษ ซึ่งศาลฎีกามีอำนาจเปลี่ยนแปลงดุลพินิจในการวางโทษ จำคุกที่ศาลอุทธรณ์หรือศาลชั้นต้นกำหนดไว้ โดยให้รอการลงโทษ ไว้ได้ ฎีกาของจำเลยจึงเป็นฎีกาข้อความที่ตัดสินอันเป็นปัญหา สำคัญควรสู่ศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้ พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 39) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 พระราชบัญญัติจราจรทางบกฯ มาตรา 43(4),157 ซึ่งเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 8 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 4 เดือน ศาลอ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1641/2538
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธไม่รับอุทธรณ์ของศาลชั้นต้น คำสั่งของศาลอุทธรณ์จึงถึงที่สุดแล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 198 ทวิ วรรคท้าย ไม่รับฎีกาของโจทก์ โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมาย การที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำสั่งของศาลชั้นต้น ที่ไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ จึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย คำสั่งของศาลอุทธรณ์จึงยังไม่เป็นที่สุด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา 198 ทวิ โจทก์มีสิทธิยื่นฎีกาต่อศาลได้ โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ กรณีเป็นชั้นไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า คดีโจทก์ไม่มีมูลพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลชั้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1664/2538
ความว่า จำเลยทั้งสามฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้มีทุนทรัพย์ ไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกา คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมด และสั่งคำร้องว่า เมื่อศาลมีคำสั่งไม่รับฎีกาจำเลยทั้งสามแล้ว จึงมีคำสั่ง ไม่รับคำร้องขอทุเลาการบังคับ จำเลยทั้งสามเห็นว่า ฎีกาที่ว่า ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคดีคลาดเคลื่อนไปจากพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบ เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งรับฎีกาและคำร้องขอทุเลาการบังคับของ จำเลยทั้งสามด้วย หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้เงิน94,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 23 มีนาคม 2535 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยก่อนฟ้องต้องไม่เกิน 3,525 บาท จำเลยทั้งสามฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1671/2538
เมื่อโจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในคดีแพ่งและศาลได้พิพากษาตามยอมแล้ว คดีจึงเป็นอันเลิกกันตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534มาตรา 7 หรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยแม้มิได้ว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ มูลหนี้ตามเช็คที่โจทก์อาศัยเป็นมูลฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นมูลหนี้เดียวกันกับที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีแพ่งเรียกเก็บเงินตามเช็ค เมื่อโจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในคดีแพ่งและศาลได้พิพากษาตามยอมถึงที่สุดแล้วจึงมีผลทำให้มูลหนี้ตามเช็คที่จำเลยทั้งสองได้ออกเช็คเพื่อใช้เงินนั้นสิ้นผลผูกพันไปก่อนศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีอาญานี้ คดีจึงเลิกกันตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ. 2534 มาตรา 7 สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาคว …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1675/2538
ความว่า จำเลยทั้งสองและผู้ร้องสอดฎีกา คดีสามารถที่จะ ชนะโจทก์ได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 151) ในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นนางสุภาภรณ์ปานพิมพ์ใหญ่ยื่นคำร้องขอเข้ามาเป็นผู้ร้องสอด ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองและบริวารออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 5236 ตำบลในเมือง อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น มิให้เกี่ยวข้องอีกต่อไป คำขอของโจทก์นอกจากนี้ และคำร้องสอดให้ยก ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยทั้งสองและผู้ร้องสอดฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 146,149) ชั้นอุทธรณ์ จำเลยทั้งสองและผู้ร้องสอดได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ (อันดับ 133) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับจำเลยทั้งสองไว้ ในระหว่างฎีกา ส่วนผู้ร้องสอดนั้นศาลอุทธรณ์ภาค 1 มิได้บังคับ ให้ปฏิบัติอย่างไร จึงไม่จำต้องขอทุเลา ให้ยกคำร้องสำหรับ ผู้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1676/2538
ความว่า จำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสี่เป็นการโต้แย้งเกี่ยวกับการใช้ดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อทุนทรัพย์ ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248ไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสี่ คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมด จำเลยทั้งสี่เห็นว่า จำเลยทั้งสี่ฎีกาในประเด็นที่ว่าโจทก์ได้นำหลักปักกีดขวางทางเข้าออกที่ดินโฉนดเลขที่ 160024 ซึ่งเป็นสามยทรัพย์หรือไม่ ค่าเสียหายของจำเลยทั้งสี่ มีเพียงใด การที่จำเลยทั้งสี่ถมดินในที่ดินของจำเลย ไม่ได้ทำการเปลี่ยนแปลงในภารยทรัพย์หรือในสามยทรัพย์ ซึ่งทำให้เกิดภาระเพิ่มขึ้นแก่ภารยทรัพย์ เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสี่ไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 93) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงิน จำนวน 10,000 บาท พร้อมดอกเบี้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1682/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลย เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219ไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า ข้อเท็จจริงในคำฟ้องและข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบแตกต่างกันในสาระสำคัญ คำพิพากษาของศาลจึงเกินคำขอหรือมิได้กล่าวในคำฟ้อง และโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เนื่องจากยังไม่ได้มีการร้องทุกข์และสอบสวนในความผิด ฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่ง รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 83) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 ลงโทษจำคุก 2 ปี คดีที่ศาลลงโทษจำเลย ฐานรับของโจร เมื่อผู้เสียหายได้รับของกลางจากการ กระทำความผิดฐานรับของโจรคืนไปแล้ว โจทก์จึงไม่อาจขอให้ จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนจากความผิด ฐานลักทรัพย์เป็นเงิน 245,000 บาท แก่ผู้เสียหายอีก จึ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1685/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลย เป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 วรรคหนึ่ง ไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 72) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 จำคุก 2 เดือน และปรับ 2,000 บาท พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดี ประกอบกับทรัพย์ที่ถูกประทุษร้ายแล้ว กรณีไม่ร้ายแรง จำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อนเห็นสมควรให้กลับตนเป็นพลเมืองดีโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30 ให้ยกฟ้องความผิดฐานบุกรุก ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่ร …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1686/2538
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ฎีกาของโจทก์เป็น ฎีกาในข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้โจทก์ฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกา คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมด โจทก์เห็นว่า ฎีกาที่ว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 2 รับฟังพยาน บุคคลและพยานเอกสารคลาดเคลื่อนไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ จำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรับเงินจำนวน 107,580 บาทไปจากสำนักงานวางทรัพย์ภูมิภาค 6 จังหวัดพิษณุโลก และดำเนินการจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองที่ดินตราจองเลขที่ 182ตำบลดอนทอง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลกแล้วส่งมอบตราจองดังกล่าวคืนแก่โจทก์ ถ้าจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ยกเลิกตราจองฉบับดังกล่าว และให้เจ้าพนักงานที่ดินออกโฉนดที่ดินใหม่หรือออกใบแทนตราจองฉบับเดิมให้โจทก์ มีอ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1690/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาข้อ 5 ของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 จึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า จำเลยฎีกาในปัญหาเรื่องที่เกี่ยวกับ การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณาโดยไม่ยึดหลัก กฎหมายที่เกี่ยวกับวิธีพิจารณาตามพระราชบัญญัติ ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2494 ฎีกาของจำเลยจึงเป็นปัญหาข้อกฎหมาย และแม้จะมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วก็ตาม ก็เป็นปัญหาอันควรสู่ศาลสูงสุด โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 52) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 รวม 3 กระทง และมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(4)(8) ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคสาม อีก 1 กระทง ให้เรียงกระทงลงโทษ รวม 4 กระทง ขณะจำเลยกระทำผิดมี …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1691/2538
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้น มีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง คดีมีทุนทรัพย์ไม่เกิน 200,000 บาท จึงต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ไม่รับฎีกาจำเลย จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 เห็นว่า ฎีกาที่ว่า จำเลยที่ 1ที่ 2 และที่ 3 ได้ครอบครองที่ดินพิพาทโดยสงบและเปิดเผยเจตนาเป็นเจ้าของมา 5-6 ปี แล้วย่อมได้สิทธิครอบครองตามกฎหมาย และโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เป็นปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ด้วย หมายเหตุ โจทก์และผู้ร้องสอดยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ระหว่างพิจารณา นายยืน สงคุ้ม ยื่นคำร้องสอดว่าที่ดินพิพาทเป็นของตน มิใช่ของโจทก์และจำเลยทั้งสี่ ขอให้ศาลพิพากษาว่า ที่ดินพิพาทเป็นของผู้ร้องสอด ยกฟ้องโจทก์และฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยทั้งสี่ออกไปจากที่ดินพิพาท ซึ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1694/2538
ความว่า โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ฎีกาของโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสองจึงไม่รับฎีกา คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้แก่โจทก์ที่ 1ที่ 2 ที่ 4 โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 ที่ว่า สัญญาเช่าระหว่างโจทก์ทั้งสี่และ จำเลยทั้งสองมิได้เป็นสัญญาต่างตอบแทนพิเศษยิ่งกว่าสัญญาเช่า ธรรมดานั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ ของโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 เนื่องจากเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ จำเลยทั้งสองแถลงคัดค้าน (อันดับ 99) โจทก์ทั้งสี่ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสอง รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและขนย้ายทรัพย์สินแล …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1707/2538
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขออนุญาต ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์สั่งคำร้องว่า คดีไม่มีเหตุสมควรที่จะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นจึงสั่งฎีกาจำเลยทั้งสองว่า คดีนี้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้ฎีกาข้อเท็จจริงได้พิเคราะห์ฎีกาของจำเลยทั้งสองแล้ว เห็นว่าเป็นฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามฎีกา ไม่รับฎีกา คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมด จำเลยทั้งสองเห็นว่า ฎีกาจำเลยทั้งสองในปัญหาข้อเท็จจริง มีเหตุสมควรที่จะได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา และฎีกาที่ว่า คดีโจทก์ขาดอายุความ เพราะโจทก์ฟ้องคดีเกิน 1 ปี นับแต่วันที่โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยกระทำละเมิดนั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาจำเลยทั้งสอง ในปัญหาข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมายไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ทั้งสามได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 134,137) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาก …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1735/2538
ความว่า โจทก์ทั้งเจ็ดฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าคำสั่งทุเลาการบังคับของศาลอุทธรณ์เป็นที่สุด จึงไม่รับฎีกาคัดค้านคำสั่งของโจทก์ทั้งเจ็ด ค่าขึ้นศาลให้เป็นพับ โจทก์ทั้งเจ็ดเห็นว่า โจทก์ฎีกาคำสั่งอันเกี่ยวด้วยคำขอเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของคู่ความ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 228 ประกอบด้วยมาตรา 247 โจทก์ย่อมฎีกาได้ และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 231 ไม่ได้บัญญัติให้คำสั่งทุเลาการบังคับคดี ของศาลอุทธรณ์เป็นที่สุดหรือเป็นที่ยุติ โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของโจทก์ทั้งเจ็ดไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ถึงแก่กรรมศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 เข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เลิกบริษัทเข้งหงวน จำกัดให้นายจำรัส ปิงคลาศัย เป็นผู้ชำระบัญชี จำเลยที่ 1,3,4,6, และ 7 อุทธรณ์ และยื่นคำร้อ …