ประเภทคำวินิจฉัย: คำสั่งคำร้อง
10,733 รายการ · หน้า 34 จาก 537
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1459/2538
ความว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2538 เมื่อถึงวันนัดจำเลยยื่นคำร้องขอนำเงิน 100,000 บาท มาวางศาลเพื่อชำระหนี้ให้แก่โจทก์ขอให้ศาลงดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 และขอให้ศาลมีคำสั่งให้คดีอาญาเลิกกัน ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งในคำร้องของจำเลยว่า สั่งในรายงาน และได้มีคำสั่งเพิ่มเติมว่าจำเลยแถลงด้วยวาจาภายหลังขอฟังคำพิพากษา การที่ศาลชั้นต้น มีคำสั่งในคำร้องดังกล่าวและได้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป โดยอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้จำเลยฟังเป็นการ ดำเนินกระบวนพิจารณาโดยไม่ชอบ เพราะจำเลยยื่นคำร้อง ดังกล่าวในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ศาลชั้นต้น จะต้องส่งคำร้องดังกล่าวให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 สั่ง ศาลชั้นต้น จะสั่งคำร้องดังกล่าวเองไม่ได้ และเงินจำนวน 100,000 บาท นั้นเป็นเงินที่จำเลยนำมาวางเพื่อชำระหนี้โจทก์ตามที่ได้ ตกลงกันไว้เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2538 โดยไม่มีเ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1461-1462/2538
ความว่า คดีนี้ ศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา แต่เนื่องจากโจทก์ที่ 2 ได้ถึงแก่กรรมแล้วในวันที่ 21 สิงหาคม 2537 ปรากฏตามสำเนาใบมรณบัตรท้ายคำร้องโดยทายาทหรือผู้จัดการทรัพย์มรดกหรือบุคคลที่ปกครอง และครอบครองทรัพย์มรดกยังมิได้เข้ามาเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ที่ 2 ผู้มรณะ ซึ่งบุคคลดังกล่าวมีสิทธิที่จะขอเข้ามาเป็น คู่ความแทนที่โจทก์ที่ 2 ได้ภายใน 1 ปี โจทก์ที่ 1จึงขอกราบเรียนต่อศาลขอได้โปรดเลื่อนการอ่านคำพิพากษา คดีนี้ไปอีก 1 ปี นับจากวันที่โจทก์ที่ 2 ถึงแก่กรรมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 42 โปรดอนุญาต หมายเหตุ จำเลยที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 6 ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว ส่วนจำเลยที่ 2 ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง คดีทั้งสองสำนวนนี้ จำเลยทั้งหกเป็นบุคคลเดียวกันศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน โดยให้เรียกนายสมศรีกุลศรีนอ โจทก์สำนวนแรกว่า โจทก์ที่ 1 และนายวรจักร พลนาคู โจทก์สำนวนหลังว่า โจทก์ที่ 2 โจทก์ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1468/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาข้อเท็จจริง คดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินสองปีและปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทและศาลอุทธรณ์ลงโทษไม่เกินกว่านี้ แม้การแก้จากรอการลงโทษเป็นไม่รอเป็นแก้ไขมากก็ตามแต่ศาลอุทธรณ์ไม่ได้เพิ่มเติมโทษจำเลยจึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 ไม่รับฎีกานี้ จำเลยเห็นว่า การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาไม่รอการลงโทษจำคุกจำเลย ถือได้ว่าคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์เป็นการพิพากษาแก้ไขมากและเพิ่มเติมโทษจำเลย จึงไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334,91 เรียงกระทงลงโทษ จำคุกกระทงละ 6 เดือน และปรับกระทงละ 2,000 บาท รวมจำคุก 1 ปี ปรับ 4,000 บาท จำเลยให้กา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1480/2538
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและคดีนี้ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกจึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ว่า จำเลยที่ 1 เพียงแต่เดินนำหน้ารถยกโฟลค์ลีฟ ที่จำเลยที่ 3 ขับมาเท่านั้น จำเลยที่ 1 มิได้ลงมือช่วยจำเลยที่ 3 ขนย้ายตลับลูกปืน ไม่ครบองค์ประกอบความผิดฐานลักทรัพย์ตามมาตรา 325(1),(7),335 วรรคสาม,336 ทวิ ที่แก้ไขแล้ว, 83 จึงเป็นฎีกา ในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(7) วรรคสาม,336 ทวิที่แก้ไขแล้ว,83 จำเลยที่ 3 มีความผิดตามประมวล …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1481/2538
ความว่า จำเลยที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งไม่รับรองฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงแล้ว จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 3 ที่ว่า จำเลยที่ 3 หามีความผิดฐานลักทรัพย์ไม่ หากเป็นความผิด เพียงพยายามลักทรัพย์เท่านั้น จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 3 ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 218) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(7) วรรคสาม,336 ทวิที่แก้ไขแล้ว,83 จำเลยที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(1)(7)(11) วรรคสาม,336 ทวิ ที่แก้ไขแล้ว,83ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2 มีกำหนดคนละ 3 ปี จำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 4 ปี 6 เดือน คืนของกลางแก่เจ้าของ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ สำหรับจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1482/2538
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เมื่อผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาไม่รับรองให้ฎีกาข้อเท็จจริง จึงไม่มี ข้อเท็จจริงที่จะนำไปสู่การวินิจฉัยข้อกฎหมายทำให้ข้อกฎหมาย ที่ฎีกาไม่เป็นสาระแก่คดี ไม่รับฎีกา คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมด โจทก์เห็นว่า โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินที่จำเลยบุกรุกโดยไม่ได้เรียกค่าเสียหาย เป็นคดีฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ และฎีกาที่ว่า จำเลยไม่เคยเข้ามาเกี่ยวข้องทำประโยชน์ใด ๆในที่ดินของโจทก์ เพียงแต่จำเลยไปยืม ส.ค.1 ของบุคคลอื่นที่เจ้าของได้นำมาขอออก น.ส.3 ไว้แล้วมาแจ้งขอรังวัดต่อเจ้าพนักงานและนำชี้รังวัดเข้ามาในที่ดินโจทก์เพียงครั้งเดียว ย่อมฟังไม่ได้ว่าจำเลยแย่งการครอบครองที่ดินโจทก์ศาลชั้นต้นตีความตามกฎหมายที่ผิดพลาดนั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งกลับคำสั่งไม่รับรองฎีกาและให้รับฎีกา ของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1489/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลย เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ให้ยกฎีกา จำเลยเห็นว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกและปรับจำเลย แต่โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ลงโทษจำคุกจำเลยโดยไม่รอการลงโทษและไม่ปรับ ถือว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้ไขมากและเป็นการเพิ่มเติมโทษ จำเลย จึงไม่ต้องห้ามจำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 และนัยฎีกาที่ 1348/2537 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลย ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 33) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 26 วรรคแรก,75 วรรคแรก,76 วรรคสอง ให้เรียงกระทงลงโทษ ฐานมีไว้เพื่อจำหน่ายฯจำคุก 2 ปี ปรับ 20,000 บาท ฐานจำหน่ายฯ จำคุก 2 ปีปรับ 20,000 บาท รวมลงโทษจำคุ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:149/2538
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ที่จำเลยฎีกาว่าศาลอุทธรณ์พิจารณาคดีเช่นเดียวกับศาลชั้นต้น เป็นการพิจารณาที่ไม่ครอบคลุมการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยกระทำผิดไม่ชอบด้วยกฎหมายและศาลอุทธรณ์ไม่ได้พิจารณาถึงเจตนาของจำเลย เป็นการไม่พิจารณาพฤติกรรมการกระทำของจำเลย ไม่ชอบ ด้วยกฎหมาย กับที่ฎีกาเกี่ยวกับเรื่องยักยอก ซึ่งโจทก์ไม่ต้อง นำสืบให้เห็นว่า จำเลยเอาทรัพย์ไปให้ใคร เพราะกฎหมายบัญญัติ ไว้แล้วเป็นการฎีกาโต้เถียงดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ เป็นปัญหา ข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ประกอบด้วยวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง มาตรา 4 จึงไม่รับฎีกา โจทก์เห็นว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ไม่ได้พิจารณาพิพากษาถึงพฤติกรรมของจำเลยทุกกระบวนความ เพราะไม่ได้วินิจฉัย พฤติกรรมของจำเลยเมื่อได้รับหมายแจ้งของศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2534 ว่าให้รับอุทธรณ์และให้ทุเลาการบ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1491/2538
ความว่า ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ข้อ 4.1 เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการที่ศาลพิจารณาพฤติการณ์การกระทำผิดของผู้คัดค้านประกอบข้อบังคับในการ ทำงานว่า ผู้คัดค้านมีความผิดร้ายแรงเพียงใด จึงเป็นอุทธรณ์ ข้อเท็จจริง ต้องห้าม คงรับอุทธรณ์เฉพาะข้อ 4.2 ผู้ร้องเห็นว่า อำนาจลงโทษลูกจ้างที่กระทำความผิดเป็นอำนาจของผู้ร้องซึ่งเป็นนายจ้างโดยเฉพาะ และผู้ร้องขออนุญาตให้ศาลลงโทษผู้คัดค้านด้วยการตักเตือนเป็นหนังสือการที่ศาลแรงงานกลางอนุญาตให้ผู้ร้องลงโทษผู้คัดค้านด้วยการ ตักเตือนด้วยวาจา การลดโทษของศาลแรงงานกลางเป็นการไม่ชอบ เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ข้อ 4.1 ของผู้ร้องไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ ผู้คัดค้านได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 25) ผู้ร้องยื่นคำร้องว่านายบรรเจิด สนเข็ม เป็นลูกจ้างของผู้ร้องและเป็นกรรมการลูกจ้าง ไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา เป็นการกระทำผิดระเ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1494/2538
ความว่า โจทก์ฎีกา เนื่องจากจำเลยที่ 1 ได้ยื่นฟ้องนางนันทวรรณจันทรชิรัตน์ ภริยาของโจทก์ เป็นคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 4376/2534 ของศาลแพ่งธนบุรี และใน คดีดังกล่าวศาลจะทำการขายทอดตลาดที่ดินของนางนันทวรรณในวันที่ 8 มิถุนายน 2538 ซึ่งที่ดินที่ทำการขายทอดตลาดนี้โจทก์มี กรรมสิทธิ์ร่วมอยู่ด้วย ถ้าหากศาลฎีกาในคดีนี้พิพากษาให้โจทก์ ชนะคดีแล้วจะไม่ต้องนำที่ดินแปลงนี้ออกขายทอดตลาดในคดีแพ่ง ดังกล่าว เพราะสามารถนำหนี้ในคดีนี้ไปหักกลบลบหนี้กับมูลหนี้ใน คดีแพ่งดังกล่าวได้ โปรดมีคำสั่งให้งดการบังคับคดีไว้ก่อน หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงินค่าที่ดินจำนวน 1,800,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย กับชดใช้ค่าเสียหาย10,500,000 บาท แก่โจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา (สำนวนตอนที่ 2 อันดับ 71) คดีอยู่ระหว่างการพิจา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1503/2538
ความว่า โจทก์ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลา การบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ จำเลยทั้งสามแถลงคัดค้าน (สำนวนตอนที่ 2 อันดับ 105) โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 เปิดทางภารจำยอมด้วยการ รื้อถอนกำแพงที่ก่อปิดกั้นทางเดินและตบแต่งขอบถนนทางเดิน ให้เป็นไปตามสภาพเดิมให้จำเลยที่ 1 จดทะเบียนสิทธิทางภารจำยอม ให้โจทก์ และให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 รื้อถอนกำแพงที่ปิดกั้น ทางเดินภารจำยอมของโจทก์ และตบแต่งขอบถนน ให้เป็นไปตามสภาพเดิม ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (สำนวนตอนที่ 2 อันดับ 96,101) คำสั่ง กรณีเป็นเรื่องขอให้คุ้มครองประโยชน์ของโจทก์ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264 พิเคราะห์แล้วเห็นสมควรให้โจทก์ได้ใช้บริเวณจุดตำแหน่งเลขที่ 4,5,6และ 7 ในเอกสารหมาย จ.9 และภาพถ่ายหมาย จ.10 เป็นทางเดิน เข้าออกชั่วคราวในระหว่างฎีกา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1509/2538
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยไม่นำเงินหรือหลักประกันมาวางศาล ตามคำสั่ง จึงเป็นการไม่ชอบ จึงไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ที่ไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ดังนั้น เพื่อให้ศาลฎีกาได้พิจารณาและ วินิจฉัยเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าว โปรดมีคำสั่งรับ คำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาและมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยด้วย หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ระหว่างพิจารณา จำเลยยื่นคำร้องขอให้เรียกเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของนางนันทการุ่งสาโรจน์ เข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 91,013.01 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 1 กันยายน 2534 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ สำหรับจำเลยร่วมให้ยกฟ้องเสีย ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยฎีกา ศาล …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:151/2538
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าฎีกาของจำเลยทั้งสองเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ตรี จึง ไม่รับ จำเลยทั้งสองเห็นว่า จำเลยทั้งสองมิได้กระทำผิดร้ายแรง และศาลสมควรที่จะลงโทษจำเลยทั้งสองสถานเบาได้ เพื่อประโยชน์ แห่งความยุติธรรม โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้ พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 49) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4,5,6,10,12พระราชบัญญัติการพนัน (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2504 มาตรา 3ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุกคนละ 6 เดือน จำเลยทั้งสอง ให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 3 เดือน ไม่ปรากฏว่า จำเลยทั้งสองได้รับโทษจำคุกมาก่อนเห็นควรเปลี่ยนโทษจำคุก เป็นลงโทษกักขัง 3 เดือน แทนโทษจำคุกตามประมว …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1512/2538
ความว่า จำเลยฎีกาและฎีกาเพิ่มเติม ศาลชั้นต้นสั่งฎีกาว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาข้อเท็จจริง โต้เถียงดุลพินิจ ทุนทรัพย์ไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ส่วนฎีกาข้อกฎหมายก็ไม่เป็นสาระแก่คดี จึงไม่รับฎีกาของจำเลย คืนค่าขึ้นศาล และสั่งฎีกาเพิ่มเติมว่า ศาลมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย จึงไม่จำต้องสั่งคำร้องนี้อีก จำเลยเห็นว่า คดีนี้โจทก์ได้ละเมิดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 90 และมาตรา 183โดยศาลนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 28 มกราคม 2536 ซึ่งโจทก์ต้องยื่นบัญชีพยานและสรรพสิ่งพยานเอกสารและรูปถ่ายต่อศาลก่อน วันที่ 12 มกราคม 2536 แต่โจทก์หาได้กระทำให้ถูกต้องเช่นนั้นไม่ และไม่แจ้งเหตุขัดข้องให้ศาลทราบด้วย ซึ่งจำเลยได้มีหนังสือ คำแถลงคัดค้านเรื่องนี้แล้ว และการที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัย เอกสารหมาย ล.3, ล.4 และได้อ่านคำบันทึกในเอกสารหมาย ล.13 คลาดเคลื่อนไป เช่น"ไ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1513/2538
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้เป็นคดี มีทุนทรัพย์ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 และกรณี โจทก์ฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่นำไปสู่การวินิจฉัยข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกาของโจทก์ โจทก์เห็นว่า ที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การ คดีจึงไม่มีประเด็นว่า หนังสือสัญญากู้ยืมและหนังสือสัญญาค้ำประกันตามฟ้องโจทก์เป็นเอกสารปลอม การที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกสัญญากู้ยืมและสัญญาค้ำประกัน มาวินิจฉัยว่าเป็นเอกสารปลอมโดยฟังจากการตอบคำถามของพยานทั้งที่มิได้มีการพิสูจน์หลักฐานว่าลายมือชื่อหรือเอกสารดังกล่าวปลอมหรือไม่ เป็นการยกข้อกฎหมายขึ้นมาเองว่าเอกสารปลอมทั้งที่จำเลยมิได้ต่อสู้เป็นประเด็นว่าเอกสารปลอมหรือไม่ ฎีกาของ โจทก์จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ จำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 124 แผ่นที่ 2 แล …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1516/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลย เป็นฎีกาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย จึงไม่รับฎีกาของจำเลย คืนค่าขึ้นศาลให้ทั้งหมด จำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า การที่โจทก์มอบอำนาจให้บุคคลอื่น ดำเนินคดีนี้แทนโจทก์ เป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 และโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ที่มีสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยด้วย หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกจากตึกแถวเลขที่ 626/60 แขวงคลองต้นไทรเขตคลองสาน กรุงเทพมหานครและส่งมอบตึกแถวในสภาพเรียบร้อยให้แก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 46) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 49) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว จำเลยฎีกาว่า โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและราษฎร รายอื่น ๆ เพื …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:152/2538
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลา การบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 65) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนหรือขนย้ายคอกวัวและกองฟางออกไปจากที่ดินสาธารณะสมบัติของแผ่นดินซึ่ง อยู่หน้าที่ดินส่วนของโจทก์ตามฟ้องและห้ามจำเลยทั้งสองรบกวน หรือขัดขวางโจทก์ในการใช้ประโยชน์ในที่ดินพิพาทซึ่งเป็น ที่สาธารณะสมบัติของแผ่นดิน คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 61,60) ชั้นอุทธรณ์ จำเลยทั้งสองขอทุเลาการบังคับ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 48) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว การขอทุเลาการบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 231 นั้น ต้องเป็น กรณีที่ยังไม่มีการบังคับคดีตามคำพิพากษาไม่ว่าของศาลใดปรากฏตาม คำร้องและคำคัดค้านว่าศาลอุทธรณ์ภาค 3 ไม่อนุญาตให้ทุเลา การบังคับ โจทก์ขอให้บังคับคดีและเจ้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:152/2538
การขอทุเลาการบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 231 นั้น ต้องเป็นกรณีที่ยังไม่มีการบังคับคดีตามคำพิพากษาไม่ว่าของศาลใด ดังนั้น เมื่อศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับโจทก์ขอให้บังคับคดีและเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการบังคับคดีแล้ว การที่จำเลยยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับในชั้นฎีกาจะถือว่าเป็นการขอทุเลาการบังคับตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ได้แต่เป็นกรณีที่จำเลยขอให้งดการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 292(2) ซึ่งอยู่ในอำนาจของศาลชั้นต้นที่จะมีคำสั่งว่ามีเหตุสมควรให้งดการบังคับคดีไว้หรือไม่
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1525/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามกฎหมาย จึงไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายที่เป็นสาระแก่คดีสมควรได้รับการพิจารณาจากศาลฎีกาโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 เรียงกระทงลงโทษ ให้จำคุกกระทงละ 2 เดือน รวมให้จำคุก 4 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 71) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 72) คำสั่ง คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลยที่ว่าหนังสือกู้เงินเอกสารหมาย จ.10 ทำขึ้นหลังจากจำเลยออกเช็คพิพาททั้งสองฉบับให้แก่นางสาววาณีแล้ว หนังสือกู้เงินดังกล่าวไม่ได้ทำต่อหน้าจำเลย การขีดฆ่าในหน …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1531/2538
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า กรณีเป็นการฎีกาคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้น คำสั่งของศาลอุทธรณ์จึงถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 198 ทวิ จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ฉบับลงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2538ของโจทก์ที่ว่าข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบฟังเป็นยุติในชั้น ไต่สวนมูลฟ้องครบองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 4พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย การที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืน ตามคำสั่งของศาลชั้นต้นไม่รับอุทธรณ์โจทก์ฉบับดังกล่าวว่า เป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย คำสั่งของศาลอุทธรณ์ยังไม่เป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 198 ทวิ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ โจทก์ฟ้องขอให …