ประเภทคำวินิจฉัย: คำสั่งคำร้อง
10,733 รายการ · หน้า 33 จาก 537
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1326/2538
ความว่า จำเลยที่ 5 ฎีกา แต่เนื่องจากฎีกาของจำเลยที่ 5 พิมพ์ผิดพลาด จึงขอเพิ่มเติมฎีกาหน้า 5 บรรทัดสุดท้าย"ให้โจทก์ชำระค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความแทนจำเลยที่ 5 ด้วย" โปรดอนุญาต หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4และที่ 6 ถึงที่ 8 ร่วมกันไปขอรังวัดแบ่งแยกที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 233 ตำบลวังอู่(คลองขุด)อำเภอสนามจันทร์(บ้านโพธิ์)จังหวัดฉะเชิงเทรา ให้โจทก์เมื่อกันส่วนที่เป็นถนนสาธารณะแล้วเป็นเนื้อที่ 33 ไร่ 1 งาน 84 เศษ 4 ส่วน 5 ตารางวา ต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดฉะเชิงเทรา สำนักงานที่ดิน จังหวัดฉะเชิงเทราร่วมกับโจทก์ หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือ เอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาในการรังวัดแบ่งแยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยที่ 5 ต่างฎีกา ต่อมาจำเลยที่ 5 ยื่นคำร้อง (อันดับ 128, …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1333/2538
ความว่า ผู้ร้องฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลา การบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 101 แผ่นที่ 2) คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องเรียกเงินตามเช็คจากจำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 796,950 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ย แต่จำเลยไม่ชำระ โจทก์จึงขอหมายบังคับคดี และนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดิน 1 แปลง โฉนดเลขที่ 63307 ซึ่งอยู่ที่ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พร้อมสิ่งปลูกสร้าง อ้างว่าเป็นทรัพย์ของจำเลย เพื่อบังคับ ชำระหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่โจทก์นำยึดเป็นของผู้ร้อง โดยได้ซื้อมาจากจำเลย โจทก์ไม่มีสิทธินำยึด ขอให้ศาลสั่งปล่อยทรัพย์ที่ยึดคืน แก่ผู้ร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 99,98) ชั้นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งให้งดการขายหรือจำหน่ายทรัพ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1336/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า รับฎีกาเฉพาะประเด็นแรก เนื่องจากเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ส่วนฎีกาในประเด็นที่สองเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาในประเด็นที่สอง จำเลยเห็นว่า ฎีกาประเด็นที่สองที่ว่า โจทก์ไม่สุจริตในขณะทำสัญญานายหน้าขายที่ดิน จึงไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะปกปิดราคาที่การประปาส่วนภูมิภาคตกลงซื้อที่ดิน ราคาไร่ละ 28,000 บาทไว้ และบอกจำเลยว่าที่ดินราคาไร่ละ 25,000 บาท จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์นั้นเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดก ของนายปลื้ม ทองนวน และฐานะส่วนตัวชำระเงินจำนวน65,542 บาท (หกหมื่นห้าพันห้าร้อยสี่สิบสองบาท) พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่ง …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1353/2538
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ 2 เป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อไม่อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรกจึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2 คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมด จำเลยที่ 2 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 2 ข้อ 2 ที่ว่า คดีนี้ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้ว่า โจทก์และจำเลยที่ 1 มีความประสงค์จะทำสัญญากู้ยืมเงินกันแต่กลับทำเป็นสัญญาเช่าซื้อซึ่งเป็นนิติกรรมอำพรางหนังสือสัญญากู้ยืมเงินดังนั้นที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่าไม่เป็นนิติกรรมอำพรางนั้น เป็นการวินิจฉัยคลาดเคลื่อนในการ ปรับข้อกฎหมายให้เข้ากับข้อเท็จจริงที่คู่ความนำสืบรับกันในชั้นพิจารณา เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 65) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองส่งมอบรถยนต์ย …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1354/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลย ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 จึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า ศาลอุทธรณ์มิได้พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ ของจำเลยกลับไปวินิจฉัยบันทึกถ้อยคำของนายสุชาติปัญญาวุฒิภูมิในข้อความที่ว่า "อย่างเก่งลื้อ ก็อยู่อีกไม่ถึงปี" ซึ่งข้อความดังกล่าวมิได้เป็นเรื่องที่จำเลยอุทธรณ์แต่ประการใด โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136 ลงโทษจำคุก 2 เดือน ปรับ 1,000 บาท โทษจำคุกรอไว้ 1 ปี ข้อหาอื่นให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 82) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 83) คำสั่ง พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ฎีกาของจำเลยโต้เถียงว่าไม่ได้ กล่าววาจาดูหมิ่นเจ้าพนักงานตามที่โจทก์ฟ้อง เป็นฎีก …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1356/2538
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 125) คดีสำนวนนี้ (หมายเลขแดง 1234/2536) เดิมเคยพิจารณาพิพากษารวมกันกับคดีแพ่ง หมายเลขแดงที่ 1233/2536, 1235/2536,1236/2536,1237/2536 และ 1238/2536 แต่คดีแพ่งทั้งห้าสำนวนดังกล่าว ถึงที่สุดโดยคู่ความมิได้ฎีกา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยทั้งหกและบริวารขนย้ายเครื่องใช้สัมภาระสิ่งของต่าง ๆ ออกจากที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 11015 ตำบลสำโรงเหนือ (สำโรงฝั่งใต้)อำเภอเมืองสมุทรปราการ (เมือง) จังหวัดสมุทรปราการและให้จำเลยทั้งหกใช้ค่าเสียหายคนละ 500 บาท ต่อเดือนแก่โจทก์ นับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งหก และบริวารจะออกจากที่ดินพิพาท คำขอนอกจากนี้ให้ยก ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นรับฎีกาเฉพาะข้อ 2.1 พร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 113,114) ชั้นอุทธรณ์จำเลยยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับ ศาล …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:136/2538
ความว่า ผู้ร้องทั้งห้าฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกา ของผู้ร้องเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกคำร้อง จึงต้องห้ามฎีกาใน ข้อเท็จจริงส่วนที่ผู้ร้องฎีกาว่าโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและบริวารเกินระยะเวลาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375กำหนดไว้ และศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ (ที่ถูกควรเป็นศาลอุทธรณ์ภาค 1) พิพากษาเกินคำขอของโจทก์ เป็นเรื่องที่จะต้องว่ากล่าวในคดีเดิมซึ่งคดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว คดีมีประเด็นเพียงว่าผู้ร้องเป็นบริวารของจำเลยหรือไม่ ปัญหาดังกล่าวจึงไม่เกี่ยวกับประเด็นในคดีนี้ และเป็นข้อที่มิได้ว่ากล่าวกันมาในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหา ดังกล่าว ไม่รับฎีกา คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมด ผู้ร้องทั้งห้าเห็นว่า ฎีกาที่ว่า ศาลจะถือเอาผลของคำพิพากษาที่ถึงที่สุดมาใช้บังคับกับผู้ร้องทั้งห้าซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้หรือไม่ และโจทก์ฟ้องขับไล่ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1363/2538
ความว่า จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลาง มีคำสั่งว่า เป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามอุทธรณ์ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 ไม่รับอุทธรณ์ จำเลยทั้งสองเห็นว่า อุทธรณ์ที่ว่า การส่งหมายเรียก และสำเนาคำฟ้องให้จำเลยทั้งสองเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายทำให้จำเลยทั้งสองไม่มีโอกาสต่อสู้คดีเป็นปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 45) กรณีเป็นชั้นขอให้พิจารณาใหม่ คดีสืบเนื่องจากจำเลยทั้งสองขาดนัดและ ขาดนัดพิจารณาศาลแรงงานกลางจึงพิจารณาและชี้ขาด ตัดสินคดีโจทก์ไปฝ่ายเดียว ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกัน ชำระเงินจำนวน 370,500 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ย ในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 11 มกราคม 2538) เป็นต้นไปจนกว่าจะ ชำระให้โจทก์แล้วเสร็จ จำเลยทั้งสองยื …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1365-1383/2538
ความว่า จำเลยทั้งสิบเก้าสำนวนอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลาง มีคำสั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณา คดีแรงงาน มาตรา 54 ไม่รับอุทธรณ์ จำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ที่ว่า คำสั่งของจำเลยที่สั่งย้ายโจทก์ทั้งสิบเก้าไปทำงานที่โรงงานของจำเลย ที่ปากเกร็ด เป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมแล้วศาลแรงงานกลางวินิจฉัยคดีโดยรับฟังข้อเท็จจริงนอกคำฟ้อง การกระทำของโจทก์ทั้งสิบเก้าที่ไปร้องเรียนและไม่ไปทำงาน ที่สาขาปากเกร็ด เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต และโจทก์ทั้งสิบเก้าเป็นลูกจ้างรายวันเมื่อไม่ไปทำงาน ตามคำสั่งของจำเลย จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างค้างจ่าย ในวันที่ไม่ได้ทำงานเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่ง รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 64) คดีทั้งสิบเก้า …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1384/2538
ความว่า จำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลไม่รับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและฎีกาของจำเลยทั้งสี่ เป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 จึงไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสี่ จำเลยทั้งสี่เห็นว่า ฎีกาข้อ 2.ง ที่ว่า การวินิจฉัยข้อเท็จจริงของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 คลาดเคลื่อนจากพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนและพยานโจทก์ รับฟังลงโทษจำเลยทั้งสี่ไม่ได้นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสี่ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 79) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(3)(7)(8) วรรคสามจำคุกคนละ 2 ปี คำรับสารภาพชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 1 ปี 4 เดือน ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันคืนหรือใช้ราค …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1389/2538
ความว่า ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่าเป็นอุทธรณ์โต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยาน เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงาน และวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 ไม่รับอุทธรณ์ ผู้คัดค้านเห็นว่า หากศาลแรงงานกลางได้พิจารณาตามเอกสารหมาย ร.16 บทที่ 6 เรื่องการรักษาพยาบาล ข้อ 2.7 ที่ว่า "บริษัทจะไม่จ่ายค่ารักษาพยาบาลให้แก่พนักงาน กรณีที่ (4) การบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยอันเนื่องจากพยายามกระทำผิดกฎหมายหรือร่วมกระทำผิดกฎหมายหรือการเสี่ยงอันตรายไม่มีเหตุผลอันสมควร" แล้ว ผู้คัดค้านก็มิได้กระทำผิดตามที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยไว้การที่ศาลแรงงานกลางมิได้นำเอกสารหมาย ร.16มาร่วมวินิจฉัยด้วย จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของผู้คัดค้านไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ผู้ร้องได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 55) ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งอนุญาตให้บริษัทฝาจีบ จำกัด(มหาชน) ผู …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1390/2538
ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานจึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงอันเป็นการต้องห้าม ไม่รับอุทธรณ์ จำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยข้อ 5.1 ที่ว่า การเลิกงานก่อนเวลาเป็นการละทิ้งงานไปเสียหรือเป็นการกระทำ อันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและ สุจริตหรือไม่ และอุทธรณ์ข้อ 5.2 ที่ว่า ศาลแรงงานกลาง วินิจฉัยโดยไม่มีข้อเท็จจริงปรากฏอยู่ในสำนวน เป็นการ วินิจฉัยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ศาลแรงงานกลางส่งสำเนาคำร้อง โดยวิธีปิดประกาศหน้าศาล (อันดับ 30) ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน15,318 บาท แก่โจทก์ และให้จำเลยออกใบสำคัญแสดงการทำงาน แก่โจทก์ด้วย จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ดังกล่าว (อันดับ 25) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันด …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1391/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลชั้นต้นพิพากษา ลงโทษจำคุกจำเลย 3 ปี 4 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง จึงไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาข้อ 2.1 ที่ว่า บันทึกการจับกุมเอกสารหมาย จ.4 บัญชีของกลางคดีอาญาเอกสารหมาย จ.8และคำให้การรับสารภาพในชั้นพนักงานสอบสวนเอกสารหมาย จ.9 เป็นเอกสารปลอม เพราะจำเลยไม่ได้เป็นผู้ลงลายมือชื่อ ในเอกสารทั้งสามฉบับดังกล่าวนั้น ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยข้อกฎหมายนี้คลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริงที่ ปรากฏในทางพิจารณา เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518มาตรา 13 ทวิ วรรคแรก ประกอบมาตรา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1398/2538
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คำสั่งศาลอุทธรณ์ที่ยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นย่อมเป็นที่สุด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 จึงไม่รับฎีกา ให้คืนค่าขึ้นศาล จำเลยที่ 1 เห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 เพราะจำเลยที่ 1 มิได้นำ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ศาลอุทธรณ์จึงยังมิได้พิจารณาในเนื้อหาของอุทธรณ์แต่อย่างใดจึงไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 1 ด้วย หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ จำเลยที่ 1 หย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากัน ให้จำเลยที่ 1 แบ่งสินสมรสคือที่ดินโฉนดเลขที่ 21404 ตำบลยานนาวา (บ้านทวาย)อำเภอยานนาวา (บางรัก) กรุงเทพมหานครพร้อมสิ่งปลูกสร้างคือตึกแถว 2 ชั้นครึ่งเลขที่ 1800 แขวงวัดพระยาไกร เข …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1409/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า กรณีเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องตกอยู่ภายใต้บทบัญญัติ มาตรา 248ของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งด้วย ไม่รับฎีกาจำเลยคืนค่าขึ้นศาลทั้งหมด จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่า เงินค่าจ้างทำของที่โจทก์เรียกร้องจากการงานที่ทำ โดยการยื่นหนังสือ บอกกล่าวตามเอกสารหมาย จ.6 เพียงฉบับเดียว ศาลฎีกา มีอำนาจใช้ดุลพินิจลดค่าจ้างดังกล่าวได้หรือไม่ เมื่อเทียบกับ ผลงานที่ทำเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ทั้งสองยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 170,000 บาท แก่โจทก์ทั้งสอง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 68) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 71) คำสั่ง ข้อที่ว่าศาลอุทธรณ์ควรใช้ดุลพินิจกำหนดค่าจ้างทำของให้ลดลงจากฟ้องหรือไม่ จำเลยฎีกาขอให้ศาลฎีกาใช้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1410/2538
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ไม่รับคืนค่าขึ้นศาลให้ทั้งหมด โจทก์เห็นว่า ฎีกาโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ได้ยกขึ้น ว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์และเป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการ วินิจฉัยด้วย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 10,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 4 กันยายน 2533) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 70) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 71) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว โจทก์ฎีกาว่า การที่จำเลยไม่ส่งสินค้าแก่โจทก์ทำให้โจทก์เสียหายแต่ไม่อาจคำนวณเป็นเงินได้ ไม่ใช่ทางได้เสียในเชิงพาณิชย์ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1424/2538
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา มีเหตุผลเพียงพอที่จะให้ศาลฎีกามีคำพิพากษากลับคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (สำนวนตอนที่ 2 อันดับ 269) คดีสืบเนื่องมาจากศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกัน ชำระเงินจำนวน 2,705,659.24 บาท พร้อมดอกเบี้ย อัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในต้นเงิน 2,691,281.17 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยทั้งสอง ไม่ชำระหรือชำระไม่ครบถ้วนให้ยึดทรัพย์สินจำนองและ ทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดนำเงินสุทธิ ชำระหนี้แก่โจทก์พร้อมด้วยอุปกรณ์จนครบถ้วน และให้จำเลยทั้งสอง ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ ต่อมาโจทก์ ขอหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดิน โฉนดเลขที่ 515 ตำบลสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมาพร้อมสิ่งปลูกสร้างตึกแถวเลขที่ 138/13-14 บนที่ดินดังกล่าว ซึ่งเป็นทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ที่จำน …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1435/2538
ความว่า โจทก์ทั้งสามฎีกา คดีของโจทก์ทั้งสาม มีมูลที่จะชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ จำเลยแถลงคัดค้าน (อันดับ 217) โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยและบริวารออกจากที่ดิน ส.ค.1 เลขที่ 27 หมู่ที่ 2 ตำบลด่านสวีอำเภอสวี จังหวัดชุมพร เนื้อที่ 29 ไร่ 3 งาน 43 ตารางวา ของโจทก์ทั้งสามโดยทำที่ดินให้อยู่ในสภาพปกติและให้จำเลย ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสามปีละ 30,000 บาท จนกว่าจะออกไป จากที่ดินพิพาท จำเลยยื่นคำให้การและฟ้องแย้ง ระหว่างพิจารณานายเชื้อ พัฒนธานี ได้ยื่นคำร้องสอด ขอเข้าเป็นคู่ความฝ่ายที่สามโดยขอให้ศาลยกฟ้องโจทก์ทั้งสาม ยกฟ้องแย้งของจำเลย และพิพากษาให้ผู้ร้องสอดเป็นผู้มีสิทธิ ครอบครองที่ดินพิพาททั้งแปลง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินพิพาทตามแผนที่เอกสารหมาย จ.6 ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของคำพิพากษานี้ (บริเวณเส้นสีเขียว ที่จำเลยนำชี้) เป็นที่ดินจำเลยห้ามมิให้โจทก์และบริวาร เข้าเกี่ยวข้อ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1444/2538
ความว่า คดีนี้ ผู้เสียหายและจำเลยตกลงกันได้โดยจำเลยยินยอมผ่อนชำระเงินตามเช็คให้แก่ผู้เสียหายผู้เสียหายไม่ติดใจดำเนินคดีใด ๆ กับจำเลยอีกต่อไปจึงขอถอนคำร้องทุกข์ โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์และจำเลยแถลงไม่คัดค้าน (อันดับ 98) คดีนี้ (คดีหมายเลขดำที่ 7810/2535) ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกับคดีหมายเลขดำที่ 7713/2535 ซึ่งถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พุทธศักราช 2534 มาตรา 4 จำคุกจำเลย 9 เดือน ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 7810/2535 ฐานออกเช็คพิพาทจำนวนเงิน 101,533 บาท คำเบิกความของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้จำเลย หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลย 6 เดือน ยกฟ้องโจทก์ใน สำนวนคดีอาญาหมายเลขดำที่ 7713/2535 เสีย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 83) จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1445/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยยื่นฎีกา ภายในกำหนดเวลาที่ศาลอนุญาต แต่ฎีกาของจำเลยเป็นการ โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังข้อเท็จจริง เพื่อนำไปสู่การวินิจฉัย ปัญหาข้อกฎหมาย จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ศาลไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า จำเลยฎีกาว่า โจทก์ทราบเรื่องความผิด และรู้ตัวผู้กระทำความผิด แต่มิได้แจ้งความร้องทุกข์เพื่อ ดำเนินคดีภายในสามเดือนนับแต่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัว ผู้กระทำความผิด คดีของโจทก์จึงขาดอายุความ โจทก์จึง ไม่มีสิทธินำคดีมาฟ้องเพราะสิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปแล้ว ฎีกาข้อ 3 ของจำเลยว่า คดีนี้ขาดอายุความแล้วหรือไม่ จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลย ไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 83) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 เป็นการกระทำหล …