ประเภทคำวินิจฉัย: คำสั่งคำร้อง
10,733 รายการ · หน้า 32 จาก 537
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1203/2538
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ 2 เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218,219 ไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 เห็นว่าฎีกาที่ว่าศาลอุทธรณ์รับฟังพยานโจทก์แล้วพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 2 โดยไม่ได้รับฟังพยานหลักฐานทั้งปวงในสำนวน และไม่ได้นำข้อเท็จจริงที่คู่ความนำสืบ ทั้งหมดมาเป็นหลักวินิจฉัย ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 165,167) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,70,148,157ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1209/2538
ความว่า โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คำขอท้ายอุทธรณ์ของโจทก์ขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษา ของศาลชั้นต้น เป็นการไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงาน และวิธีพิจารณาคดีแรงงาน มาตรา 54 ที่บัญญัติให้อุทธรณ์ ข้อกฎหมายไปยังศาลฎีกา อุทธรณ์จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่รับอุทธรณ์ โจทก์ทั้งสองเห็นว่า โจทก์ทั้งสองมีความประสงค์ที่จะ ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา มิได้มีความประสงค์ที่จะยื่นอุทธรณ์ แต่อย่างใด ส่วนในคำขอท้ายอุทธรณ์ของโจทก์ที่ขอให้ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับคำพิพากษาศาลแรงงานกลางนั้นก็เพราะโจทก์ พิมพ์ผิดพลาดไป สมควรที่จะให้โจทก์แก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยนี้ได้ การที่ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสอง ด้วยเหตุดังกล่าวโดยมิได้พิจารณาถึงเนื้อความในอุทธรณ์ จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ประกอบกับอุทธรณ์ของโจทก์เป็นปัญหา ข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนโปรดมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1215/2538
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลล่างต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249วรรคแรก จึงไม่รับฎีกา คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมด โจทก์เห็นว่า การที่ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริง เป็นยุติว่า จำเลยที่ 2 สั่งจ่ายเช็คชำระหนี้ให้แก่โจทก์จริงและได้วินิจฉัยว่า "เช็คมิใช่หนังสือรับสภาพหนี้หรือ เป็นการให้ประกันการชำระหนี้ในมูลหนี้เดิม"โดยมิได้ วินิจฉัยในประเด็นข้อกฎหมายต่อไปว่า "การกระทำของจำเลยที่ 2ซึ่งนำเช็คมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์นั้น เป็นการแสดงเจตนาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/24 หรือไม่"ซึ่งประเด็นนี้โจทก์ไม่สามารถยกขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เพราะพฤติการณ์ไม่เปิดช่องให้กระทำได้ เนื่องจาก ได้เกิดขึ้นภายหลังศาลล่างทั้งสองมีคำพิพากษาแล้วโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1216/2538
ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์จำเลยเป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริง จึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลย ข้อ 2.1 ที่ว่านางสาววันเพ็ญ คูประเสริฐวงศ์ เป็นนายจ้างของโจทก์ตรงตามความหมายตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงานหรือไม่ และอุทธรณ์ข้อ 2.2 ที่ว่าการกระทำของนางสาววันเพ็ญ คูประเสริฐวงศ์ ที่ปรากฏในสำนวนนั้นเป็นการแสดงให้เห็นว่าเป็นตัวแทน หรือตัวแทนเชิดของจำเลยหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ศาลแรงงานกลางส่งสำเนาคำร้องโดยวิธีปิดประกาศหน้าศาล (อันดับ 47) ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าว ล่วงหน้าจำนวน 16,400 บาท ค่าชดเชย 98,400 บาท และเงินสะสม 23,582.40 บาท แก่โจทก์ ยกฟ้องแย้งจำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ดังกล่าว (อันดับ 38) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 39) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1224/2538
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาผู้ร้องซึ่งเป็นผู้เสียหายในคดีนี้ไม่ติดใจที่จะดำเนินคดี กับจำเลยต่อไป จึงขอถอนคำร้องทุกข์ที่ผู้ร้องได้ร้องทุกข์ไว้เพื่อให้คดีนี้ระงับไป โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ส่วนจำเลยแถลงท้ายคำร้องไม่คัดค้าน (อันดับ 84) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341,83 ลงโทษจำคุก 4 เดือน และให้จำเลยคืนหรือ ใช้เงินจำนวน 400,000 บาท แก่ผู้เสียหาย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้าม ไม่รับฎีกา (อันดับ 79) จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 81) ผู้ร้องยื่นคำร้องนี้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รวมส่งศาลฎีกาเพื่อสั่ง (อันดับ 84) คำสั่ง คดีนี้เป็นคดีอาญาความผิดต่อส่วนตัว และยังไม่ถึงที่สุดผู้เสียหายจะถอนคำร้องทุกข์เสียเมื่อใดก็ได้ เมื่อผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1235/2538
ความว่า ผู้ประกันฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 119ไม่รับฎีกา ผู้ประกันเห็นว่า ฎีกาของผู้ประกันเกี่ยวกับการขอลดค่าปรับ ภายหลังจากได้วางเงินค่าปรับเต็มตามจำนวนที่ศาลสั่งปรับแล้ว ไม่ใช่ฎีกาคำสั่งในกรณีผิดสัญญาประกันจึงไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 119 โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของผู้ประกันด้วย หมายเหตุ กรณีเป็นชั้นผิดสัญญาประกัน กรณีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยที่ 2ได้รับการปล่อยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น โดยมีนายสุพัฒน์ปัญจกุล เป็นผู้ประกัน ศาลชั้นต้นนัดสอบคำให้การและนัดสืบพยานโจทก์ จำเลยที่ 2 ทราบนัดโดยชอบแล้ว ไม่มาศาล ศาลชั้นต้นได้ออกหมายจับจำเลยที่ 2 และมีคำสั่ง ให้ปรับผู้ประกันตามสัญญา ต่อมานายประสิทธิ สีแดงได้ยื่นคำร้องแทนผู้ประกันว่า จำเลยที่ 2 ถูกขังอยู่ใน เรือนจำตามหมายขังในคดีอาญาหมา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1236/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยยื่นฎีกา ภายในกำหนด แต่ฎีกาจำเลยต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก จึงไม่รับฎีกาจำเลย จำเลยเห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลย 6 ปี 8 เดือน เป็นการลงโทษจำคุกเกินกว่าห้าปี จำเลยจึงฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง,66 วรรคหนึ่ง เป็นการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและ ฐานจำหน่ายเฮโรอีน ให้จำคุกกระทงละ 5 ปี รวมสองกระทง เป็นจำคุก 10 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและ ชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่ก …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1246/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าในคดีที่ราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกา ไม่เกิน 200,000 บาท ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง คดีนี้มีทุนทรัพย์เพียง 59,875 บาท จึงต้องห้ามฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาที่จำเลยฎีกามานั้นล้วนแต่เป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามฎีกาไม่รับฎีกาของจำเลยคืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาให้แก่จำเลยทั้งหมด จำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3วินิจฉัยคดีโดยฝ่าฝืนพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวน และในกรณีนี้มิได้มีประเด็นว่าจำเลยเป็นสามีโดยชอบด้วยกฎหมาย ของเจ้ามรดกหรือไม่ และโจทก์มิได้โต้แย้ง หรือนำสืบให้เห็นเป็นอย่างอื่น จึงรับฟังได้ว่าจำเลยเป็นสามี และเจ้าของร่วมในที่ดินพิพาทร่วมกับเจ้ามรดก เป็นปัญหา ข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาด้วย หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกจากบ้านพิพาทแ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1248/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยข้อ 2.1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ส่วนข้อ 2.2 นั้น ถึงแม้ผลคำวินิจฉัยจะเป็นอย่างไรก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงผล ของคำพิพากษาเป็นอย่างอื่นไปได้ จึงเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระอันควรจะได้รับการวินิจฉัย จึงไม่รับฎีกา ของจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยข้อ 2.1 ที่ว่า จำเลยขับรถบรรทุกสินค้ามาถึงช้ากว่ารถยนต์คันอื่นเพียง 50 นาทีเท่านั้น หาใช่ 2 ชั่วโมง ตามที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ วินิจฉัยไม่ ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยโดยฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 เป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่เป็นสาระสำคัญของคดี ส่วนฎีกาข้อ 2.2ที่ว่าบริษัทมิตซูคอร์ปอเรชั่น จำกัด ไม่ใช่ผู้เสียหายตามกฎหมาย หากศาลฎีกาวินิจฉัยว่า บริษัทมิตซูคอร์ปอเรชั่น จำกัด ไม่ใช่ผู้เสียหายแล้วย่อมมีผลให้การร้องทุกข์ และการดำเนินกระบวนพิ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1266/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้าม มิให้ฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสอง ที่แก้ไขแล้ว ไม่รับฎีกาจำเลย คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกา ให้จำเลยทั้งหมด จำเลยเห็นว่า คดีนี้เป็นคดีขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคสอง โปรดมีคำสั่งรับฎีกาและคำร้องขอทุเลา การบังคับของจำเลยด้วย หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 110) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้จำเลยรื้อถอนบ้าน(ไม่มีเลขที่) ตามฟ้อง และขนย้ายบริวารพร้อมทั้งทรัพย์สิน ของจำเลยทั้งหมดออกไปจากที่ดิน และไม่ให้ปิดบังหน้าที่ดินของโจทก์ น.ส.3 ก. เลขที่ 26 ตำบลสะพลีอำเภอปะทิวจังหวัดชุมพร และห้ามจำเลยและบริวารเข้ามาเกี่ยวข้องอีกต่อไป ให้จำ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1267/2538
ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ของ จำเลยเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานจึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้าม ไม่รับอุทธรณ์ ของจำเลย จำเลยเห็นว่า จำเลยอุทธรณ์โต้เถียงการปรับข้อกฎหมายจากข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยมาว่าการกระทำของโจทก์เป็นการกระทำโดยทุจริตต่อจำเลยหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณา ต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 101,550 บาท แก่โจทก์ คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ดังกล่าว (อันดับ 71) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 76) คำสั่ง จำเลยอุทธรณ์เพื่อให้ศาลฎีกาฟังว่า โจทก์ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง โดยที่ ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงแล้วว่าไม่มีพยานยืนยันได้ว่า โจทก์รู้เห็นเป …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1268/2538
ความว่า จำเลยทั้งสองยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 4 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นให้จำคุกคนละ 2 ปี 8 เดือน กรณีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ฎีกาของจำเลยทั้งสองเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามฎีกา และผู้พิพากษาที่ลงชื่อในคำพิพากษาของศาลชั้นต้นไม่ได้รับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ฎีกาของจำเลยจึงต้องห้ามไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองเห็นว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสองในเรื่อง ที่ว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้คำพิพากษาของศาลชั้นต้นนั้น เป็นการแก้ไขมาก และเกี่ยวกับอำนาจฟ้องปัญหาดังกล่าว เป็นข้อกฎหมายสมควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลสูง โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาแล้ว (อันดับ 128) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานร่วมกัน ทำไม้ตามพระราชบ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1269/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลย ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า พยานโจทก์เบิกความขัดแย้งกันมีข้ออันควรสงสัยแต่ศาลอุทธรณ์ไม่ได้หยิบยกขึ้นวินิจฉัยและมิได้แสดงเหตุผลในการตัดสินทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายโดยชัดแจ้ง การวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เป็นปัญหาข้อกฏ หมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(4)(8) วรรคสาม ให้จำคุก 3 ปี ข้อหาอื่นให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา คดีมีเหตุบรรเทาโทษ จึงลดโทษให้ 1 ใน 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลชั้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:127/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลยตามที่ ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 วรรคแรก เป็นฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 จึงไม่รับฎีกาในส่วนนี้ สำหรับฎีกาในข้อหาอื่น ไม่ต้องห้ามรับเป็นฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาทีว่า จำเลยมิใช่ผู้กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 วรรคแรก ผู้เสียหายจึงไม่มีอำนาจร้องทุกข์ และโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย เป็นปัญหาข้อกฎหมาย และคดีนี้คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 เป็นการ แก้มากและเพิ่มโทษจำเลย จำเลยจึงมีสิทธิฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 310 วรรคแรกด้วย หมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 109 แผ่นที่ 1, ที่ 3) ระหว่างพิจารณา นายวัชระถิรภัทรพันธ์ บิดาของผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาล …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1274/2538
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลย 4 เดือน และศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ปรับจำเลย 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี แม้จะเป็นการแก้ไขมากก็ตาม แต่การที่โจทก์ฎีกาเรื่อง ดุลพินิจในการลงโทษ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้าม ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 จึงไม่รับ ฎีกาของโจทก์ โจทก์เห็นว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์แก้ไขโทษจำคุกเป็นการ รอการลงโทษจึงเป็นการแก้ไขมาก ไม่ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 โปรดมี คำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 จำคุก 8 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 4 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 3 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1275/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนให้ลงโทษจำเลยจำคุกไม่เกิน 5 ปี ห้ามฎีกา ข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลยเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการ รับฟังพยาน เพื่อจะไปหาปัญหาเป็นข้อกฎหมาย ยังเป็น ข้อเท็จจริงอยู่ คดีต้องห้ามฎีกา ไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความและอายุความเริ่มนับเมื่อใด โจทก์เป็นผู้เสียหายและ มีอำนาจฟ้องคดีหรือไม่ การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำความผิดโดยเจตนาอันเป็นการครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาหรือไม่ และการที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคดีผิดจากพยานหลักฐานในสำนวนและรับฟังพยานหลักฐานโดยไม่ชอบ ล้วนเป็นปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้น ทั้งเป็นกรณีที่ว่ากล่าว กันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 113 แผ่นที่ 2) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมาย …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1287/2538
ความว่า โจทก์ทั้งสองฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดีไว้ก่อน หมายเหตุ จำเลยทั้งสองแถลงคัดค้าน (อันดับ 134) โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองแบ่งที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เนื้อที่ 24 ไร่ 18 ตารางวา ในส่วนของนางลีจำปาศรี จำนวน 12 ไร่เศษให้โจทก์ทั้งสองคนละ 1 ส่วน แบ่งที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 933 และบ้าน 1 หลัง ให้โจทก์ทั้งสองคนละ 1 ส่วน แบ่งที่ดินตาม ส.ค. 1 เลขที่ 326 ออกเป็น 4 ส่วน ให้โจทก์ทั้งสองคนละ 1 ส่วนให้จำเลยทั้งสองโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน ดังกล่าวให้โจทก์ทั้งสอง หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษา เป็นการแสดงเจตนาแทน ในส่วนของบ้าน 1 หลัง หากไม่สามารถแบ่งได้ ให้นำออกขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งให้โจทก์ทั้งสองตามส่วนสารบบ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ทั้งสองฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องนี้(อันดับ 131 แผ่นที่ 1 และแผ่นที่ 2) …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1299/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาข้อ 4 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย จึงให้รับไว้ ส่วนฎีกาข้ออื่น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เนื่องจากคดีนี้มีจำนวนทุนทรัพย์ ไม่เกินสองแสนบาท ฎีกาข้ออื่นจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรก จึงไม่รับฎีกาข้ออื่น จำเลยเห็นว่า ตามฟ้องของโจทก์ประเด็นหลักเป็นเรื่อง ขอให้ขับไล่จำเลย จำเลยยื่นคำให้การและฟ้องแย้งขอให้เพิกถอน หนังสือรับรองการทำประโยชน์ ซึ่งมูลคดีเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ แต่การที่ศาลกำหนดให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลโดยตีทุนทรัพย์ เป็นจำนวนเงิน 170,000 บาท เนื่องจากศาลเห็นว่าข้อต่อสู้ และฟ้องแย้งของจำเลยเป็นการต่อสู้เกี่ยวด้วยเรื่องกรรมสิทธิ์ จึงต้องเสียค่าขึ้นศาลในอัตรา 2.5 ของราคาประเมินที่ดิน ตามที่คู่ความทั้งสองได้ประเมิน การดังกล่าวมิได้ทำให้คดี ที่เป็นการปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นเงินได้ เป็นคดีที่มีทุนทรัพย์ขึ้นมา จำเ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:130/2538
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของโจทก์เป็นปัญหาข้อเท็จจริงและผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาพิพากษาในศาลชั้นต้นไม่รับรองให้ฎีกาแล้ว จึงไม่รับฎีกาโจทก์ โจทก์เห็นว่า ฎีกาข้อ 2 ที่ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องคดีนี้และข้อ 3 ที่ว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3 ฟังข้อเท็จจริงผิดไปจากพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนเป็นปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 48) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยจึงมีคำสั่งไม่ประทับฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 43) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 46) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3พิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ตา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1325/2538
ความว่า โจทก์ฎีกา มีทางชนะคดี หากมีการจำหน่าย จ่ายโอน ที่ดินพิพาทไปก่อนศาลฎีกาพิพากษา โจทก์จะไม่สามารถบังคับคดีได้ โปรดมีคำสั่งให้ห้ามทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินโฉนดเลขที่ 233 ตำบลวังอู่ (คลองขุด) อำเภอสนามจันทร์(บ้านโพธิ์)จังหวัดฉะเชิงเทรา ในระหว่างฎีกา และให้ศาลชั้นต้นแจ้งคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินทราบด้วย หมายเหตุ ทนายจำเลยทั้งแปดยื่นคำแถลงคัดค้าน (อันดับ 143) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4และที่ 6 ถึงที่ 8 ร่วมกันไปขอรังวัดแบ่งแยกที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 233 ตำบลวังอู่(คลองขุด)อำเภอสนามจันทร์(บ้านโพธิ์) จังหวัดฉะเชิงเทรา ให้โจทก์เมื่อกันส่วนที่เป็นถนนสาธารณะแล้วเป็นเนื้อที่ 33 ไร่ 1 งาน 844 เศษ 4 ส่วน 5 ตารางวา ต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดฉะเชิงเทรา สำนักงาน ที่ดินจังหวัดฉะเชิงเทราร่วมกับโจทก์ หากไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตน …