ประเภทคำวินิจฉัย: คำสั่งคำร้อง
10,733 รายการ · หน้า 31 จาก 537
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1138/2538
ความว่า โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษายกฟ้องโจทก์คดีจึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ไม่รับฎีกาของโจทก์ โจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ทั้งสองในประเด็นที่ว่าคดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงแตกต่างกันและในประเด็นที่ว่าโจทก์ทั้งสองมีอำนาจฟ้องหรือไม่นั้น เป็นปัญหา ข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ทั้งสอง ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352,353,354,90 และ 91 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 103) โจทก์ทั้งสองจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 104) คำสั่ง คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาตามประมวลกฎหมา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1140/2538
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาโจทก์ล้วนเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น คดีนี้มีทุนทรัพย์ ชั้นฎีกา 185,000 บาท โจทก์ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จึงไม่รับ โจทก์เห็นว่า ฎีกาที่ว่า นางสังวาลย์ไพลวัล มารดาโจทก์ครอบครองบ้านพิพาทโดยสงบและเปิดเผยด้วยเจตนา เป็นเจ้าของเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปี จึงได้กรรมสิทธิ์ในบ้านพิพาท ฟ้องแย้งของจำเลยขาดอายุความ ฟ้องแย้งของจำเลย โต้แย้งกรรมสิทธิ์แต่ไม่เสียค่าขึ้นศาล จะเป็นการต่อสู้เรื่อง กรรมสิทธิ์หรือไม่ การที่จำเลยไม่ยื่นคำแก้อุทธรณ์ ศาลจะต้อง พิจารณาคดีฝ่ายเดียวและพิจารณาให้เป็นคุณแก่โจทก์การที่จำเลยใช้สิทธิโดยไม่สุจริตจึงเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ และหนังสือรับรองกรรมสิทธิ์ในบ้านพิพาทของกำนันน่าเชื่อถือ มากกว่าหนังสือรับรองของชาวบ้าน เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์ด้วย หมายเหตุ จำเลย …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1143/2538
ความว่า จำเลยยื่นคำแก้ฎีกา เนื่องจากเจ้าพนักงาน พิมพ์ดีดพิมพ์ข้อความผิดพลาดเล็กน้อย จำเลยขอแก้ไขชื่อและ นามสกุลของพยานในคำแก้ฎีกาแผ่นที่ 5 บรรทัดที่ 2,3,4,5,6,7 และ 8 จาก "นางปราณีหงสกุล" เป็น "นางสุปราณีหงษ์สกุล" และขอแก้ไขคำแก้ฎีกาแผ่นที่ 5 ด้านหลัง บรรทัดที่ 2 นับจากด้านล่าง จากข้อความเดิมว่า"โดยหาได้คำนึงถึงไม่ว่าโจทก์ ต้องไปกู้หนี้ยืมสินเขามาไถ่ถอนจำนองที่ดินพิพาทเพื่อให้ญาติ พี่น้อง" เป็น "โดยหาคำนึงถึงไม่ว่าจำเลยต้องไปกู้หนี้ยืมสิน เขาไถ่ถอนจำนองที่ดินพิพาทเพื่อให้ญาติพี่น้อง"นอกจาก ที่แก้ให้ถือตามคำแก้ฎีกาเดิมทุกประการ โปรดอนุญาต หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ ให้เพิกถอนนิติกรรมฉบับลงวันที่ 20 เมษายน 2510 และรายการจดทะเบียนซื้อขายที่ดินโฉนดเลขที่ 4826,4827 เลขที่ดิน 277,278หน้าสำรวจ 909,910 ตำบลคลองขวาง (บางเช …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1148/2538
ความว่า จำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้มี ทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาเพียง 120,000 บาท จึงมีจำนวน ไม่เกิน 200,000 บาท จำเลยทั้งสี่ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ทั้งสิ้น จึงเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จึงไม่รับฎีกา คืนค่าขึ้นศาลแก่จำเลยทั้งสี่ทั้งหมด จำเลยทั้งสี่เห็นว่า จำเลยทั้งสี่มีสิทธิฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงในคดีนี้ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคสาม อีกทั้งฎีกาของจำเลยทั้งสี่ ข้อ 1 และข้อ 2 ที่ว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ฟังข้อเท็จจริงโดยไม่มีถ้อยคำพยาน สนับสนุน และฎีกาข้อ 3 ที่ว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ยกเอา มาตรา 1369 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาปรับนั้นไม่ชอบ เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลย ทั้งสี่ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 103) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์และบริวารออกไปจากที่ดินต …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1157/2538
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ศาลฎีกา มีคำสั่งว่า จำเลยไม่นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกัน มาวางศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ประกอบด้วยมาตรา 247 จึงให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับ ฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า จำเลยได้นำเงินค่าเสียหายรายเดือน ที่จะต้องชำระให้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาเดือนละ 500 บาท มาวางศาล ทุกเดือนในการขอทุเลาการบังคับในชั้นอุทธรณ์ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2532 จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2538 ดังนั้นหากนับถึง วันที่จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา จำเลยจึงไม่มี หนี้ใด ๆ ที่จะต้องชำระให้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาอีก ดังนั้น เมื่อจำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา จำเลยจึงไม่ต้อง นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันมาวางศาลอีก คำสั่งของ ศาลฎีกาดังกล่าวจึงเป็นคำสั่งที่ผิดหลง ขอให้ศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งที่ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1158/2538
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีโจทก์มีราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ซึ่งฎีกาโจทก์ทุกข้อล้วนแต่เป็นการโต้แย้งดุลพินิจศาลในการเลือกรับฟังพยานหลักฐานทั้งสิ้น เพื่อนำไป สู่ปัญหาข้อกฎหมาย จึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จึงมีคำสั่งไม่รับ ฎีกาโจทก์ คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมด โจทก์เห็นว่า ฎีกาที่ว่า โจทก์ฟ้องคดีตามประมวลกฎหมายที่ดิน แต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ไม่ได้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน มาพิจารณาพิพากษาคดีนี้ จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เป็นปัญหา ข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 190,194) โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวาร ให้จำเลยรื้อถอน สิ่งปลูกสร้างหรือสิ่งเพาะปลูกทั้งหมดออกจากที่ดินของโจทก์ ทำให้ที่ดินของโจทก์กลับคืนสู่สภาพเดิม หากจำเลยไม่กระท …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1167/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลย เป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามกฎหมาย คืนค่าขึ้นศาลให้จำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า สัญญาระหว่างโจทก์และจำเลย เป็นสัญญาต่างตอบแทนหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่ง รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาด้วย หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 100) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนอาคารและขนย้ายทรัพย์ ของจำเลยตลอดจนบริวารออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 16214 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี (แสนแสบ)กรุงเทพมหานคร หากจำเลยไม่ยอมรื้อถอนให้โจทก์มีอำนาจรื้อถอนอาคารที่ปลูกสร้างของจำเลยได้ โดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่ โจทก์เดือนละ 5,000 บาท นับแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2534(วันครบกำหนดบอกเลิกสัญญา) จนกว่าจำเลยจะส่งมอบที่ดิน คืนให้โจทก์ในสภาพเรียบร้อย ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอที่ว่า ถ้าจำเลย ไม่ยอมรื้อถอนให้โจทก์มีอำนาจรื้อถอนอาคารสิ่งปลูก …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1169/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้มีทุนทรัพย์ ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท ต้องห้ามฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลยเป็นการฎีกาโต้แย้งดุลพินิจ ในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จึงเป็นการฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามบทบัญญัติดังกล่าว จึงไม่รับฎีกา คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมด จำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่าโจทก์ไม่มีหลักฐานการซื้อขายมาแสดงต่อศาลและไม่มีหลักฐานการส่งมอบทรัพย์ที่ซื้อขายจึงไม่สามารถบังคับชำระหนี้กับจำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 ได้ เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 151,900 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2534 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยจนถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 13,291 บาท(ฟ้องวันที …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1171/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้เป็นคดี มีทุนทรัพย์ไม่เกินสองแสนบาท จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริง และที่จำเลยฎีกาโต้แย้งการรับฟังพยานเอกสารหมาย จ.1 และหมาย จ.2 ของศาลอุทธรณ์ว่าเป็นการผิดระเบียบและ ไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะโจทก์ไม่เสียค่าอ้างนั้น ศาลอุทธรณ์ ก็ได้สั่งให้ศาลชั้นต้นดำเนินการให้โจทก์เสียค่าอ้างให้ถูกต้อง ซึ่งเมื่อโจทก์ทราบ โจทก์ก็ได้นำค่าอ้างมาชำระครบถ้วนแล้ว จึงเป็นฎีกาที่ไม่เป็นสาระแก่คดี อันควรได้รับการวินิจฉัย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 จึงไม่รับฎีกาคืนค่าขึ้นศาลทั้งหมด จำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า ศาลอุทธรณ์รับฟังพยานเอกสารหมาย จ.1 และ จ.2 โดยที่โจทก์ไม่เสียค่าอ้างพยานเอกสารตามกฎหมาย เป็นการรับฟังพยานเอกสารที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะโจทก์ชำระค่าอ้างพยานเอกสารดังกล่าว ภายหลังศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว จึงไม่อาจทำให้การดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1177/2538
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จึงไม่รับฎีกา คืนค่าขึ้นศาล ชั้นฎีกาให้โจทก์ทั้งหมด โจทก์เห็นว่า ฎีกาที่ว่า ในส่วนของคดีอาญาซึ่งจำเลยที่ 1 มิได้ถูกฟ้อง แต่ศาลพิพากษาว่าเป็นความประมาทของจำเลยที่ 1 ด้วย จะใช้ฟังในคดีส่วนแพ่งได้หรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์ด้วย หมายเหตุ จำเลยทั้งสองยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ร่วมกันใช้ค่าเสียหายจำนวน 145,002.50 บาท พร้อมดอกเบี้ย ในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ของต้นเงิน 98,800 บาท นับแต่ วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 192) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 194) คำสั่ง พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ในคดีส่วนอาญา ศ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1178/2538
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้น สั่งว่าคดีนี้ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง จึงไม่รับ จำเลยทั้งสองเห็นว่า ฎีกาที่ว่า สัญญากู้ยืมเงิน มีข้อความว่า จำเลยทั้งสองกู้ยืมเงินโจทก์จำนวน 186,000 บาท ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี โจทก์นำสืบพยานบุคคลเปลี่ยนแปลง แก้ไขข้อความในหนังสือสัญญากู้ยืมเงินว่าจำเลยกู้ยืมเงินโจทก์ จำนวน 150,000 บาท ศาลรับฟังพยานดังกล่าวไม่ชอบตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 นั้น เป็นปัญหา ข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน150,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 10 มีนาคม 2535)เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1180/2538
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า การที่จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่ง ไม่รับฎีกานั้น จำเลยต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่ง มาตรา 234 ประกอบด้วยมาตรา 247 จึงมีคำสั่ง ไม่รับคำร้อง คืนค่าคำร้องให้จำเลย จำเลยเห็นว่า กรณีตามคำร้องของ จำเลยฉบับลงวันที่ 17 และ 19 เมษายน 2538 เป็นคำร้องเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งให้จำเลยวางเงินค่าธรรมเนียมได้ ไม่ใช่เรื่องที่จะนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ประกอบด้วยมาตรา 247 มาบังคับได้ และเมื่อจำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ไม่รับฎีกา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 252บัญญัติให้ศาลชั้นต้นส่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาไปยังศาลฎีกาเพื่อให้ศาลฎีกาพิจารณา การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์เสียเองจึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ขอให้ศาลโปรดมีคำสั่งให้เพิกถอนกระบวนพิจารณ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1184/2538
ความว่า โจทก์ยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์เนื่องจากฎีกาของโจทก์พิมพ์ตัวเลขผิดพลาด 2 ตัว คือแทนที่จะเป็นเลข 8 ได้พิมพ์ผิดพลาดเป็นเลข 10 ผิดพลาดที่หน้า 9บรรทัดที่ 11 และบรรทัดที่ 13 คำว่า ภารจำยอมเป็นทางเดินกว้าง 10 เมตร โจทก์ขอแก้ไขเป็นภารจำยอมเป็นทางเดินกว้าง8 เมตร ทั้งสองแห่ง ส่วนข้อความอื่นคงเดิม โปรดอนุญาต หมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องไว้แล้ว (อันดับ 111) โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันรื้อถอน อาคารที่ปลูกสร้างรุกล้ำทางภารจำยอมของที่ดินโฉนดเลขที่ 185755 ตำบลวังทองหลางอำเภอบางกะปิจังหวัดกรุงเทพมหานครออกไปจากทางภารจำยอม หากจำเลยทั้งสองไม่ยอมปฏิบัติตาม ให้โจทก์ดำเนินการรื้อถอนโดยให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือ แทนกันเสียค่าใช้จ่าย ฯลฯ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา (อันดับ 112) ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 111) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ข้อที่โจทก์ขอ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1188/2538
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า แม้ตามฟ้องโจทก์บรรยายว่าเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทอยู่แล้ว และจำเลยมิได้ สู้กรรมสิทธิ์ จึงเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ ไม่ต้องห้ามฎีกาแต่ตามฎีกาของโจทก์เป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระพอแก่การ วินิจฉัย เพราะไม่ปรากฏว่าศาลรับฟังพยานหลักฐานคลาดเคลื่อน จากท้องสำนวนตรงไหน อย่างไร ไม่รับฎีกา โจทก์เห็นว่า ฎีกาที่ว่า คดีนี้เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 เห็นว่า คดีนี้เป็นคดีมีทุนทรัพย์ไม่เกิน50,000 บาท ต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคแรก และไม่รับพิจารณาอุทธรณ์ของโจทก์ จึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่มีสาระแก่คดี โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์ด้วย หมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 80) โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนโฉนดที่ดินเลขที่ 2171 ตำบลเกษมอำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี หรือให้จำเลยนำโฉ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1189/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคแรก จึงไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่า โจทก์ไม่มีสิทธิ ฟ้องคดีนี้เพราะไม่ใช่ผู้ทรงเช็คขณะฟ้องคดีโดยได้รับเงินตามเช็ค และคืนเช็คแก่ห้างหุ้นส่วนจำกัดมัทธุรนนท์ ไปแล้ว และคดีเป็นอันเลิกกันตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 7 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 และมาตรา 3 เป็นฎีกา ในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงแห่งคดีแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลย …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1195/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ทุนทรัพย์ที่พิพาท กันในชั้นฎีกา ไม่เกินสองแสนบาทฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้าม ไม่รับฎีกา คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมด จำเลยเห็นว่า จำเลยฎีกาเกี่ยวกับอำนาจฟ้องของโจทก์ว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้ให้กู้ไม่ใช่ผู้เสียหาย จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ฎีกาของจำเลยจึงเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 80,250 บาท พร้อมกับดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในต้นเงิน 60,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 48) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ โดยไม่ได้นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 มาวาง ภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยาย ศาลชั้นต้นจึง …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1197/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาข้อเท็จจริง และผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีไม่ได้รับรองว่ามีเหตุอันควรฎีกาข้อเท็จจริงได้ ประกอบกับคดีนี้มีทุนทรัพย์พิพาทไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรก จึงไม่รับ ฎีกาของจำเลย คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกา จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่า โจทก์ได้ครอบครอง ปรปักษ์ที่ดินส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยจนได้กรรมสิทธิ์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 หรือไม่ เป็นฎีกา ในปัญหาข้อกฎหมาย และฎีกาที่ว่า พยานบุคคลจะนำมาหักล้าง พยานเอกสารคือโฉนดที่ดินตามเอกสารหมาย จ.1 หรือ ล.3 ได้หรือไม่ เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบ เรียบร้อยของประชาชน โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้ พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยไปดำเนินการแบ่งแยกที่ดิน …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1201/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลย เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218,219 ไม่รับฎีกา จำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งมีสาระสำคัญอันควรที่ศาลฎีกาจะได้วินิจฉัย โปรดมีคำสั่ง รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 31) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4,5,6,10,12(2) ที่แก้ไขแล้วลงโทษจำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงลงโทษจำคุก 3 เดือนพิจารณารายงานการสืบเสาะแล้วเห็นว่าจำเลยทราบอยู่แล้วว่า การจัดให้มีการเล่นบิลเลียดโดยไม่มีใบอนุญาตเป็นความผิด และจำเลยเคยถูกศาลพิพากษาให้ลงโทษจำคุก 3 เดือน แต่ศาล ได้รอการลงโทษ โดยให้จำเลยรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ ในความผิดฐานเดียวกันนี้ ซึ่งจำเลยเอง …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1202/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 ที่พิพากษาแก้คำพิพากษาของศาลชั้นต้นเป็นการแก้ไขมาก จำเลยจึงมีสิทธิฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ และฎีกาในเรื่องรอการลงโทษเป็นปัญหาสำคัญอันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 7,48,73,74,74 จัตวา พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2518 มาตรา 7,19,28 พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2522 มาตรา 9 พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2525 มาตรา 4 จำคุก 2 ปี ปรับ 20,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1202/2538
การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่รอการลงโทษจำคุกจำเลยเป็นไม่รอการลงโทษ แม้ไม่ได้แก้ไขโทษจำคุกที่ศาลชั้นต้นลงแก่จำเลยก็เป็นการแก้ไขมากและเพิ่มเติมโทษจำเลยไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219