ประเภทคำวินิจฉัย: คำสั่งคำร้อง
10,733 รายการ · หน้า 30 จาก 537
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1049/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยเป็นฎีกา ปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ อาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง จึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่า การสอบสวนมิชอบด้วยกฎหมาย เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งรับฎีกาไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก ให้จำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 4 เดือน ส่วนข้อหาความผิดฐานลักทรัพย์ให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 59) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 61) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยมิได้ โต้แย้งหรือคัดค้านคำส …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1052/2538
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินสองแสนบาท ฎีกาข้อ 2.1 ถึง 2.3เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 258 (ที่ถูก มาตรา 248) ส่วนข้อ 2.4 แม้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวโดยชอบ ในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3 ทั้งไม่ควรได้รับการวินิจฉัย จากศาลฎีกาด้วย จึงไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยทั้งสองเห็นว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสองเป็นปัญหา ข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 63 แผ่นที่ 5) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 37,476 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงิน 36,400 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีค …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1057/2538
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลชั้นต้นและ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์คดีจึงต้องห้ามฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ไม่รับฎีกาของโจทก์ โจทก์เห็นว่า คดีนี้ยังมิได้นำพยานหลักฐานเข้าสืบถึงข้อเท็จจริงตามคำบรรยายฟ้อง ศาลชั้นต้นเพียงแต่ตรวจคำฟ้องโจทก์แล้วสั่งงดไต่สวนมูลฟ้อง และพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยทำเป็น คำพิพากษานั้น ไม่ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 167 ประกอบกับมาตรา 182 ที่ถูกต้องทำเป็นคำสั่ง ไม่ประทับฟ้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 161 ประกอบกับมาตรา 186 การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจึงมีผล เป็นเพียงยืนตามคำสั่งไม่ประทับฟ้อง กรณีจึงไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ ส่วนในข้อหาแพ่งนั้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1058/2538
ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า คำฟ้องอุทธรณ์ เป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามอุทธรณ์ตาม พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 ไม่รับอุทธรณ์ จำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ที่ว่า โจทก์ไม่รายงานตามหน้าที่ให้จำเลยทราบว่าบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ให้สิทธิในการซื้อหุ้นราคาจองแก่จำเลยและกลับเบียดบังใช้สิทธิซื้อหุ้นราคาจองเพื่อประโยชน์ของตนเอง เป็นการทุจริตต่อหน้าที่และ จงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของจำเลยเป็นเหตุให้เสียหาย แก่จำเลยอย่างร้ายแรงนั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่ง ให้รับอุทธรณ์และคำร้องขอทุเลาการบังคับของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 101,102) ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้โจทก์จ่ายเงินจำนวน2,883.30 บาท แก่จำเลย พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละสิบครึ่ง ต่อปีนับแต่วันที่ 3 พฤษภาคม 2537 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1060/2538
ความว่า โจทก์ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลา การบังคับโดยห้ามจำเลยทั้งสองจำหน่ายจ่ายโอนที่พิพาทไว้ก่อน หมายเหตุ จำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องไว้แล้ว(อันดับ 270,272) โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่า ที่ดิน น.ส.3 เลขที่ 289เลขที่ 289 หมู่ 7 ตำบลสะแกราชอำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา เนื้อที่ 83 ไร่ 1 งาน 93 ตารางวา เป็นของโจทก์ผู้ได้สิทธิครอบครอง ให้จำเลยทั้งสองจดทะเบียน เพิกถอนการโอนและโอนที่ดินให้โจทก์ หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติ โจทก์ขอถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง ฯลฯ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 251,252) ชั้นอุทธรณ์ โจทก์ยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับ แต่คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่มีปรากฏในสำนวน (อันดับ 225) คำสั่ง เป็นการขอคุ้มครองประโยชน์ของโจทก์ในระหว่างฎีกาซึ่งเห็นควรสั่งให้ตามที่ขอ โดยห้ามจำเลยทำนิติกรรมใด ๆเกี …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1063/2538
ความว่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่ารับอุทธรณ์โจทก์ในข้อที่ว่าเช็คที่คู่ความแถลงรับกันในคดีนี้ เป็นเช็คที่จำเลยสั่งจ่ายเอง โจทก์มิได้ทุจริต ซึ่งเป็นปัญหา ข้อกฎหมาย ส่วนที่อุทธรณ์คำสั่งงดสืบพยานเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานจึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ไม่รับอุทธรณ์ในส่วนนี้ โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ที่ว่า การที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่ง ให้งดสืบพยานทั้งที่ข้อเท็จจริงในคดีนี้ยังไม่ยุติ เป็นคำสั่ง ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย เป็นปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งรับอุทธรณ์ ของโจทก์ด้วย หมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 48) โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยเท่ากับเงินเดือน ในอัตราสุดท้าย 6 เดือน เป็นเงิน 725,760 บาท สินจ้างแทนการ บอกกล่าวล่วงหน้าเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 1 เดือน เป็นเงิน 120,960 บาท ค่าเสียหายต่อชื่อเสียงและเกียรติคุณของโจทก์ เป็นเงิน 1,000,000 บาท รวมเป็นเงิน 1,846,7 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1064/2538
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า พิเคราะห์ฎีกาแล้วยังไม่มีเหตุสมควรที่จะฎีกาได้ไม่รับฎีกา คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาให้ทั้งหมด โจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ข้อ 3.1 เป็นฎีกาที่โจทก์ โต้แย้งในปัญหาข้อกฎหมายที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไปโดย ไม่ถูกต้อง ไม่ยึดหลักเกณฑ์ตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และฎีกาข้อ 3.2 เป็นฎีกาที่โจทก์โต้แย้งการวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ว่าไม่ถูกต้อง ผิดกฎหมาย เป็นการนอกประเด็น ฎีกาทั้งสองข้อนี้เป็นฎีกาในปัญหา ข้อกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน และเป็นสาระสำคัญแห่งคดีอันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกาส่วนฎีกาข้อ 3.3 เป็นฎีกาโต้แย้งในปัญหาข้อกฎหมายที่ศาลอุทธรณ์ เห็นผิดไปในเรื่องของ "เงินจากยอดราคาขายที่ดินกับเงินที่ จะใช้สำหรับค่านายหน้า"ตามข้อกฎหมายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 845 จึงเป็นข้อกฎหมายที่เป็นสาระสำคัญแห่งคดีอันควร ได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา แ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1068/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ข้อหามีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น และให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี ฎีกาของจำเลยว่า พยานโจทก์ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อ จำหน่ายเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามไม่ให้ฎีกาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่าพยานหลักฐานของโจทก์ ยังไม่พอฟังว่าจำเลยได้กระทำผิดตามฟ้องของโจทก์ เป็นฎีกา ในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 70 แผ่นที่ 2) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15,66 วรรคแรก เป็นความผิดสองกรรม เรียงกระทงลงโทษ ฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 5 ปี ฐานจำหน่ายเฮโรอีน จำคุก 5 ปี รวมจำคุก 10 ปี คำให้การของจำเลยเ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1069/2538
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยที่ 2 ฎีกาในข้อหาฐานกระทำชำเรา ซึ่งศาลอุทธรณ์ยืนตาม ศาลล่าง และให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปีจึงต้องห้ามฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก จึงไม่รับฎีกาจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 เห็นว่า คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 3ที่แก้เป็นลงโทษจำคุกจำเลยที่ 24 ปี 5 เดือน 10 วัน ข้อหาพรากผู้เยาว์ให้ยกนั้น เป็นการแก้ไขมาก คดีของจำเลยที่ 2 จึงไม่ต้อง ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 2 ด้วย หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคสาม,317 วรรคสาม เป็นความผิด หลายกรรมต่างกัน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 เรียงกระทงลงโทษ ฐานกระทำชำเราอันมีลักษณะเป็นการโทรม เด็กหญิงโดยไม่ยินยอม ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ฐานพรากผู้เยาว์เด็กอายุไม่เก …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1070/2538
ความว่า ผู้ร้องฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้มีราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกิน200,000 บาท และฎีกาของผู้ร้องเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงต้องห้าม ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรก จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของผู้ร้อง คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกา ให้ผู้ร้องทั้งหมด ผู้ร้องเห็นว่า ผู้ร้องฎีกาเกี่ยวกับประเด็นการครอบครองที่ดินพิพาทของผู้ร้องไม่ใช่การครอบครองที่ดินแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1381 และผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ครบองค์ประกอบตามมาตรา 1382 แล้ว อีกทั้งการรับโอนที่ดินของผู้คัดค้านเป็นการรับโอนโดย ไม่สุจริต ตามมาตรา 1299 อันเป็นสาระสำคัญในคดี ซึ่งผู้ร้อง เห็นว่า เป็นฎีกาทั้งในปัญหาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง สมควร ได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของ ผู้ร้องไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าผู้คัดค้านได้รั …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1076/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 มิได้พิพากษาเกินคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ตามที่จำเลยฎีกาแต่ประการใด ฎีกาของจำเลยในส่วนนี้จึงเป็น ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดี ส่วนฎีกาในข้ออื่น ๆ ของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับฎีกา ของจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่เกี่ยวกับบทลงโทษตามกฎหมายของศาลชั้นต้นไม่ถูกต้องตามคำขอท้ายฟ้องโจทก์และ ขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายที่เป็นคุณแก่จำเลยเป็นฎีกาในปัญหา ข้อกฎหมายจึงไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218,219,220โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ การพนัน พ.ศ. 2474 มาตรา 4,5,6,10, 12(1),15 ที่แก้ไขแล้ว จำคุก 6 เดือน จำเ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1081/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ผู้พิพากษา ซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่รับรองให้ฎีกาแล้ว จึงไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาทั้งในปัญหาข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายหลายประการอันเกี่ยวกับ ประเด็นที่ว่าจำเลย ได้ร่วมกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 หรือไม่ ซึ่งข้อเท็จจริงมีแง่คิดได้หลายประการ เป็นปัญหาที่ศาลฎีกา ควรจะได้วินิจฉัยอีกครั้งหนึ่ง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 66) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297,83 แต่เห็นว่าจำเลยเป็นเพียง ผู้ร่วมทำร้าย มิใช่ ผู้ที่ใช้มีดฟันผู้เสียหายจึงเห็นควรให้ลงโทษสถานเบา ให้จำคุก 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 61 แผ่นที่ 3) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 66) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1083/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า พิเคราะห์แล้ว ฎีกาของจำเลยว่า พยานโจทก์มีพิรุธน่าสงสัย ไม่มีน้ำหนัก พอฟังลงโทษจำเลย พยานจำเลยมีน้ำหนักหักล้างพยานโจทก์ได้ เป็นฎีกาดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐาน อันเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามไม่ให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยบางส่วนเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาแล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 13 ทวิ วรรคหนึ่ง,89 ลงโทษจำคุก 5 ปี คำให้การของจำเลยในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาอยู่บ้าง นับเป็นเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี 4 เดือน คืนเงินของกลางแก่เจ้าของ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1084/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยเป็น ปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218จึงไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า จำเลยขอให้ส่งตัวจำเลยเข้าตรวจรักษาที่โรงพยาบาลศรีธัญญา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 14,65 และอ้าง พยานที่จำเลยไม่ทราบว่ามีอยู่เพื่อสืบพยานในชั้นฎีกานั้นเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 27) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 76 ลงโทษจำคุก 4 เดือนจำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 เดือน ให้นำโทษจำคุก 3 เดือน ที่รอการลงโทษไว้ ในคดีหมายเลขแดงที่ 3361/2537 ของศาลชั้นต้นนี้มาบวก เข้ากับโทษในคดีนี้ รวมเป็นจำคุก 5 เ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1114/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ฎีกาของ จำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่า "จำเลยมีความผิดฐาน ทำร้ายร่างกายผู้เสียหายหรือพยายามฆ่าผู้เสียหาย" เป็นฎีกา ในปัญหาข้อกฎหมาย ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 105) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80,297 ลงโทษฐาน พยายามฆ่าซึ่งเป็นบทหนักที่สุดจำคุก 10 ปี จำเลยให้การรับว่า ได้ทำร้ายผู้เสียหายจริงและชดใช้ค่าเสียหายจนเป็นที่พอใจ ของผู้เสียหายแล้ว ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 5 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1121/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้จำนวนทุนทรัพย์ ที่พิพาทไม่เกินสองแสนบาทจำเลยฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการ รับฟังพยานหลักฐาน อันเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้าม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ไม่รับฎีกา คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมด จำเลยเห็นว่า จำเลยได้ฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ได้มีคำวินิจฉัย พยานหลักฐานและพยานบุคคลผิดจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวน และการฟังคำบอกเล่ามาวินิจฉัยให้จำเลยแพ้คดี เป็นการรับฟังพยาน และวินิจฉัยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของ จำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยถึงแก่ความตายนายวิรัชอุดมโภชน์ บุตรของจำเลยยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนบ้านเลขที่ 142 หมู่ที่ 9 ตำบลดอนกรวย อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินโฉนดเลขที่ 16696 ต …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1127/2538
ความว่า โจทก์อุทธรณ์ศาลแรงงานกลางสั่งว่า รับอุทธรณ์ โจทก์เฉพาะข้อ 2 ก. และข้อ 3 ส่วนอุทธรณ์ข้อ 2 ข. เป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริง จึงไม่รับ โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ข้อ 2 ข. ที่ว่า การที่โจทก์หยุดงานในวันที่ 1-4 กันยายน 2536 โดยไม่ได้ยื่นใบลา เป็นลายลักษณ์อักษรแต่ได้ลางานด้วยวาจาตามที่มีการปฏิบัติกันจริง จึงเป็นการหยุดงานที่ชอบนั้นเป็นปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 76,77) โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์ไม่เป็นธรรม ขอให้จำเลย จ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชยและค่าเสียหาย จากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม จำนวน 1,679,048 บาท พร้อมดอกเบี้ย อัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ข้อ 2 ข. ดังกล่าว (อันดับ 69) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 74) คำสั่ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1129/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยเป็น ฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลย 3 เดือน คดีต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก จึงไม่รับ ฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า จำเลยได้ให้การรับสารภาพมาแต่เริ่มแรกและโจทก์จำเลยไม่มีการสืบพยาน จึงไม่มีข้อเท็จจริงใด ๆปรากฏในสำนวน นอกจากคำบรรยายฟ้องขอโจทก์ แต่ฎีกาของจำเลย ได้บรรยายข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเข้ามาเพื่อขอความเห็นใจ และเป็นข้อวินิจฉัยเพื่อศาลฎีกาจะได้พิจารณารอการลงโทษ จำเลย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 33) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ การพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4,5,6,10,12,15 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ลงโทษจำเลยฐานเป็นเจ้ามือ จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลด …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1130/2538
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้จำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริง ผู้พิพากษาที่โจทก์ขอให้รับรองไม่รับรองให้ฎีกาของโจทก์ทั้งหมดเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ส่วนที่อ้างว่าเป็นข้อกฎหมายจะต้องโต้เถียงข้อเท็จจริงก่อน เป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกาของโจทก์ คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดในชั้นฎีกา ให้โจทก์ไป โจทก์เห็นว่า ฎีกาที่ว่า จำเลยไม่ได้กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ตามกฎหมาย เพราะจำเลยจะยกอายุ การครอบครองที่ดินพิพาทต่อเนื่องจากนางสาหร่ายผู้ครอบครองที่ดินเดิมในระหว่างที่นางสาหร่ายมอบที่ดินพิพาทให้จำเลยเข้าทำประโยชน์แทนการชำระดอกเบี้ยเงินกู้ที่นางสาหร่าย กู้ยืมจากจำเลยขึ้นตัดสิทธิโจทก์เจ้าของที่ดินพิพาทไม่ได้นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้อง …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1137/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า นายธนิตรัตนผลผู้พิพากษามีคำสั่งลงวันที่ 8 มีนาคม 2538 ไม่รับรองให้ฎีกาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกาจำเลย คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมด จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยใช่ว่าจะเป็นปัญหาข้อเท็จจริง แต่อย่างเดียวหากแต่ยังเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ทั้งฎีกาของจำเลย ในปัญหาข้อกฎหมายก็เป็นสาระสำคัญแก่คดีอันควรได้รับ การวินิจฉัยเพราะจะทำให้จำเลยชนะคดีนี้ได้ในที่สุด และคดีของ จำเลยมีเหตุสมควรที่จะฎีกาเป็นอย่างยิ่ง โปรดมีคำสั่งให้ รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 129) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินพิพาทตามใบ ภ.บ.ท.5 หน่วยที่ 2 ตำบลจอมบึง จังหวัดราชบุรี เนื้อที่ 18 ไร่ เป็นของโจทก์ให้จำเลยและบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินพิพาท ห้ามยุ่งเกี่ยวอีกต่อไป ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 106) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ …