ประเภทคำวินิจฉัย: คำสั่งคำร้อง
10,733 รายการ · หน้า 29 จาก 537
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:973/2539
โจทก์ยื่นคำร้องถึงส.ซึ่งเป็นผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนในศาลชั้นต้นขอให้รับรองฎีกาและส.ไม่รับรองฎีกาให้โจทก์ โดยโจทก์ไม่ได้ระบุขอให้ผู้พิพากษาอื่นให้รับรองด้วย ถือได้ว่าโจทก์สละสิทธิที่จะขอให้ผู้พิพากษาอื่นรับรอง ศาลชั้นต้นไม่จำต้องแจ้งถึงการไม่รับรองให้โจทก์ทราบก่อน มีคำสั่งไม่รับฎีกา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:974/2539
แม้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาจะมิได้บัญญัติวิธีการ ขอให้รับรองฎีกาไว้แต่ศาลชั้นต้นสามารถนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคท้ายประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 มาอนุโลมใช้ได้ ศาลชั้นต้นต้องส่งคำร้องขอให้รับรองฎีกาของจำเลยพร้อมสำนวนไปยังผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ตามที่จำเลยระบุไว้ในคำร้องขอให้รับรองฎีกาเพื่อพิจารณาต่อไปให้ครบทุกท่าน
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:975/2539
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ภาค 2 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง พร้อมกับยื่นฎีกาภายในกำหนดอายุฎีกาโดยมิได้เจาะจงให้ผู้พิพากษาคนใดคนหนึ่งสั่งโดยเฉพาะแม้ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนจะมีคำสั่งไม่อนุญาต ให้จำเลยฎีกาก็ตามก็ยังต้องส่งคำร้องดังกล่าวไปให้ ผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิจารณาสั่งด้วย ส่วนกรณีที่จำเลยต้องการให้อัยการสูงสุด ลงลายมือชื่อรับรองในฎีกาด้วยนั้นเป็นเรื่องที่จำเลย จะต้องไปร้องขอด้วยตนเอง ศาลไม่มีหน้าที่ดำเนินการให้
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1004/2538
ความว่า โจทก์ฎีกา เนื่องจากจำเลยที่ 2 ได้ย้าย ที่ทำการงานไปยังสำนักงานใหม่เลขที่ 170/7 อาคาร โอเชี่ยนทาวเวอร์1ชั้น3ถนนรัชดาภิเษกตัดใหม่แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม 2536 และทนายจำเลยที่ 2 ได้ย้ายที่ทำการงานไปยัง สำนักงานใหม่เลขที่ 33/51 หมู่ 13 ถนนสุขาภิบาล 1 ลาดพร้าว แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่29 เมษายน 2536 แต่เจ้าหน้าที่เดินหมายได้นำหมายเรียกและ สำเนาฎีกาไปส่งให้แก่จำเลยที่ 2 ณ ภูมิลำเนาเดิมตามคำฟ้อง จำเลยที่ 2 จึงยังไม่ได้รับหมายเรียกและสำเนาฎีกาดังกล่าว ต่อมาจำเลยที่ 2 ได้ทราบเรื่องโจทก์ฎีกา เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2538 จำเลยที่ 2 มีความประสงค์จะยื่นคำแก้ฎีกา โปรดมีคำสั่ง ให้โจทก์นำส่งหมายเรียกและสำเนาฎีกาให้จำเลยที่ 2 หรือ ทนายจำเลยที่ 2 ตามภูมิลำเนาใหม่ด้วย โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง คดีชั้นฎีกาคำสั่งจำหน่ายค …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1005/2538
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของโจทก์ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและคดีมีทุนทรัพย์ไม่เกินสองแสนบาท จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ไม่รับฎีกาโจทก์ คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมด โจทก์เห็นว่า ฎีกาที่ว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนไปจากพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนและการที่ที่ดินพิพาทจะเป็นที่สาธารณประโยชน์ได้นั้น จะต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายที่ดินอย่างไร เป็นปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครอง ในที่ดินตั้งอยู่หมู่ที่ 7 ตำบลวังไก่เถื่อน อำเภอหันคาจังหวัดชัยนาท เนื้อที่ 3 ไร่ 3 งาน 83 ตารางวา ขอให้เพิกถอนมติที่ประชุมของคณะกรรมการสภาตำบลวังไก่เถื่อน ครั้งที่ 6/2534 วันที่ 4 มิถุนายน 2534 ห้ามจำเลยทั้งสี่เข้ามา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1008/2538
ความว่า จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษจำคุก เพราะจำเลย มีรายได้น้อยไม่พอที่จะเป็นเจ้ามือสลากกินรวบได้ โปรดมีคำสั่ง ให้เจ้าหน้าที่คุมประพฤติทำการสืบเสาะประวัติของจำเลยเพื่อ ประกอบการวินิจฉัยต่อไปด้วย หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2487 มาตรา 4,5,10,12 ที่แก้ไขแล้ว จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 จำคุก 1 ปี ริบของกลาง สำหรับคำขอให้จำเลยจ่ายเงิน สินบนแก่ผู้นำจับเมื่อศาลมิได้สั่งปรับจำเลย จึงให้ยกเสีย ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นตาม คำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา (อันดับ 29,28) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 36) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าตามคำร้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:101/2538
ความว่า จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้อธิบดี ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์รับรองฎีกาของจำเลย ศาลชั้นต้นสั่งว่า อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้จำเลยฎีกาปัญหา ข้อเท็จจริง จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย คืนค่าขึ้นศาล ทั้งหมด จำเลยเห็นว่า ฎีกาข้อ 2(1) ก. ของจำเลยที่ว่าฟ้องโจทก์ เคลือบคลุมหรือไม่ และข้อ 2(2) ข. ในประเด็นที่ว่าศาลชั้นต้น อนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้องภายหลังชี้สองสถานแล้ว โดยไม่ได้ ให้โอกาสจำเลยที่จะยื่นคำให้การแก้ฟ้องเพิ่มเติม ทำให้จำเลย เสียเปรียบ ศาลชั้นต้นมีอำนาจกระทำได้หรือไม่นั้น เป็นปัญหา ข้อกฎหมาย และฎีกาของจำเลยที่ว่าการตีความบันทึกข้อตกลง ระหว่างโจทก์ จำเลย ฉบับลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2531 เป็นการ ตีความหมายสัญญาผิด อันเป็นปัญหาข้อกฎหมายเช่นเดียวกัน โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 344 แผ่นที่ 2-3) ศาลชั้นต …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1016/2538
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เนื่องจากคดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐาน เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 จึงไม่รับฎีกา คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมด โจทก์เห็นว่า คดีนี้ราคาที่ดินพิพาทตามราคาประเมินของ สำนักงานที่ดินจังหวัดราชบุรีเป็นเงิน 1,740,000 บาท โจทก์ ได้เสียค่าขึ้นศาลโดยถือราคาประเมินดังกล่าวเป็นจำนวนทุนทรัพย์ ที่พิพาท ฎีกาโจทก์จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ จำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของและมีสิทธิครอบครองที่ดินตามใบ ภ.บ.ท. 5 เนื้อที่ 58 ไร่ จำเลยเข้ามาปลูกบ้านในที่ดินของโจทก์เนื้อที่ 40 ตารางวา ขอให้ศาลบังคับจำเลยและบริวารออกจากที่ดินพิพาทและรื้อถอนบ้านและสิ่งปลูกสร้าง ออกจากที่ด …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1017/2538
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืน ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ คำสั่ง ดังกล่าวเป็นที่สุด จึงไม่รับฎีกาของโจทก์ โจทก์เห็นว่า คำสั่งของศาลอุทธรณ์ยังไม่เป็นที่สุดเพราะ ฎีกาของโจทก์ในข้อ 3 วรรคสอง ยังไม่มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาด โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (ถ้อยคำสำนวน อันดับ 18 แผ่นที่ 2) คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก และขอนาฬิกาคืนศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คำฟ้องโจทก์ไม่ได้บรรยายถึงการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิด ฟ้องโจทก์ในส่วนอาญาจึงขาดองค์ประกอบความผิดและไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) สำหรับคดีส่วนแพ่งโจทก์ไม่ได้บรรยายสภาพแห่งข้อหาและไม่เสียค่าขึ้นศาล จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ยกฟ้องทั้งคดีในส่วนอาญาและแพ่ง ต่อมาโจทก์ยื …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1019/2538
ความว่า จำเลยที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยที่ 3 ไม่เกิน 5 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 3 ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 เห็นว่า ฎีกาที่ว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์รับฟังพยานหลักฐานโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 3 ด้วย หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 142) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 3 มีความผิดฐานใช้เอกสาร ราชการปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคหนึ่ง ให้จำคุก 3 ปี ทางนำสืบของจำเลยที่ 3 เป็นประโยชน์แก่การ พิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี ข้อหาอื่น นอกจากนี้ให้ยก และยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ทุกข้อหา ริบของกลาง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 139 แผ่นท …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1020/2538
ความว่า ศาลชั้นต้นนัดฟังคำสั่งศาลฎีกา แต่เนื่องจากผู้ร้องซึ่งเป็นผู้เสียหายในคดีนี้และจำเลยตกลงกันได้แล้วผู้ร้องไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยต่อไป จึงขอถอนคำร้องทุกข์ โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์และจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วแถลง ไม่คัดค้าน (อันดับ 56,57) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 คงลงโทษจำคุก 4 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 เดือน พิเคราะห์ รายงานการสืบเสาะและพินิจแล้ว ไม่สมควรรอการลงโทษจำเลย ให้จำเลยชดใช้เงินจำนวน 9,660 บาท แก่ผู้เสียหาย ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 41) จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ศาลฎีกาทำ คำสั่งเสร็จแล้วส่งไปศาลชั้นต้นเพื่ออ่าน (อันดับ 43,55) ผู้ร้องยื่นคำร้องนี้ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีค …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1023/2538
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ 2 เป็นปัญหาข้อเท็จจริงและไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย จึงสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2 คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาให้จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 เห็นว่า ฎีกาที่ว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 ให้ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เป็น สาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 9,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่ วันที่ 29 มิถุนายน 2535 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ทั้งนี้ดอกเบี้ยถึงวันฟ้อง (วันที่ 14 ธันวาคม 2535)ต้องไม่เกินตามที่โจทก์ขอมา ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 65) จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1024/2538
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 ส่วนฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายนั้น เห็นว่า เป็นข้อกฎหมาย ที่ไม่เป็นสาระแก่คดี ต้องห้ามตามมาตรา 15 ประกอบด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 และ 249 จึงไม่รับฎีกา จำเลยที่ 2 เห็นว่า ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายนั้นเป็นสาระแก่คดีในการที่จะทำให้ผลของคดีถึงแพ้ชนะ กล่าวคือศาลอุทธรณ์ มิได้ฟังข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวในฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิด ทั้งตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คและ ฉ้อโกง และมิได้นำสืบให้ครบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับจำเลยได้อายัด เช็คโดยมีเจตนาอย่างไร ในข้อกฎหมายดังกล่าวสมควรที่จะได้ รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกาเพื่อเป็นบรรทัดฐานต่อไป โปรดมี คำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ (สำนวนตอนที่ 2 อัน …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1025/2538
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์ไม่มี ข้อความคัดค้านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ในประการใด ประกอบกับคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นเป็นการวินิจฉัย ตรงตามประเด็นที่ชี้ไว้ในชั้นชี้สองสถานแล้ว ฎีกาของโจทก์ แม้หากจะเป็นข้อกฎหมายแต่ก็ไม่เป็นสาระแก่คดี จึงไม่รับฎีกา คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมด โจทก์เห็นว่า ฎีกาที่ว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยได้ กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์แทนเจ้าของที่ดิน ที่เช่า เป็นการพิพากษานอกประเด็นและรับฟังพยานหลักฐาน นอกจากที่สืบในคดี เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่พฤติการณ์ไม่เปิดช่อง ให้โจทก์ยกขึ้นอ้างในศาลอุทธรณ์ภาค 3 ได้ เพราะ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกอุทธรณ์โจทก์โดยไม่รับวินิจฉัย เนื้อหาอุทธรณ์ของโจทก์เพราะพิจารณาว่าเป็นอุทธรณ์ในปัญหา ข้อเท็จจริงโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ จำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1027/2538
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าผู้พิพากษาที่จำเลยทั้งสองขอให้รับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ไม่อนุญาตให้จำเลยทั้งสองฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงแล้ว ฎีกาตาม ข้อ 2 เป็นปัญหาข้อเท็จจริงจึงไม่รับฎีกา ส่วนฎีกาตามข้อ 3 ซึ่งอ้างว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมายนั้น จำเลยทั้งสองมิได้ยกขึ้น ว่ากล่าวแต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ทั้งมิได้บรรยาย ให้ชัดเจนว่าหนี้ตามฟ้องขาดอายุความในเรื่องอะไร เพราะเหตุใด ประกอบกับเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย จึงไม่รับฎีกาข้อกฎหมายเช่นกัน จำเลยทั้งสองเห็นว่า ฎีกาข้อ 2 ที่ว่า มูลหนี้ตามเช็คพิพาท ทั้งสี่ฉบับไม่อาจฟ้องบังคับชำระหนี้ได้ตามกฎหมายโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง และฎีกาข้อ 3 ที่ว่าเช็คพิพาทขาดอายุความฟ้องร้องแล้ว เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน และมีสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย จากศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1032/2538
ความว่า คดีนี้ โจทก์ร่วมที่ 4 กับจำเลยที่ 1 ตกลงกันได้แล้ว โจทก์ร่วมที่ 4 ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยที่ 1อีกต่อไป จึงขอถอนคำร้องทุกข์หรือขอถอนฟ้อง โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์และจำเลยที่ 1 ต่างได้รับสำเนาคำร้องแล้ว จำเลยที่ 1 แถลงไม่คัดค้าน ส่วนโจทก์แถลงรับว่า นางเฉลาอนรรฆรัตน์ เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ร่วมที่ 4 และโจทก์ร่วมที่ 4 ถึงแก่ความตายไปแล้วจริง(อันดับ 340,359) ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341,83,91 จำเลยที่ 1 มีความผิดรวม 8 กรรม ให้ลงโทษจำคุกกรรมละ 1 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 8 ปี จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 จำคุกคนละ 1 ปี ข้อหาและคำขอนอกจากนี้ให้ยก ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:104/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคแรก ส่วนข้อกฎหมายที่ฎีกามาทั้งหมด เป็น ข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดี จึงไม่รับฎีกา คืนค่าขึ้นศาล ชั้นฎีกาไปทั้งหมด จำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม เพราะ ไม่ได้บรรยายฟ้องโดยชัดแจ้งว่า การกู้ยืมเงินคิดดอกเบี้ย อัตราร้อยละเท่าใด และมีการชำระดอกเบี้ยบางส่วนเมื่อใด จำนวนเท่าใดและฎีกาที่ว่า สัญญากู้ยืมเงินเป็นตราสารที่ ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์และขีดฆ่าในวันที่ทำสัญญากู้ รับฟังเป็นพยานหลักฐานไม่ได้และฎีกาที่ว่า โจทก์ไม่ได้รับความยินยอมจากสามีให้ฟ้องคดีนี้ และฎีกาที่ว่า โจทก์ไม่ได้บอกกล่าวทวงถามให้จำเลยชำระหนี้ก่อน จึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น ล้วนเป็น ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายอันเป็นสาระแก่คดีทั้งสิ้น โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อั …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1041/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่ให้คดีมีมูลย่อมเด็ดขาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 170 จึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 170 บัญญัติไว้เพียงว่า คำสั่งของศาลที่ให้คดีมีมูลย่อมเด็ดขาด แต่คำสั่งที่ว่าคดีไม่มีมูลนั้น โจทก์มีอำนาจอุทธรณ์ฎีกาได้ ดังนั้นตามข้อบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวจึงหมายถึงเพียงคำสั่ง ของศาลชั้นต้นเท่านั้นที่ทำให้คดีเด็ดขาดไปได้ในกรณี ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้คดีมีมูล การที่ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์ ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้คดีมีมูล จึงไม่เป็นการต้องห้ามที่จะไม่ให้จำเลยฎีกา โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(ถ้อยคำสำนวน อันดับ 4) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289,80 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีไม่มีมูลพิพากษ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1046/2538
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยที่ 1ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย เป็นการชอบแล้ว ให้ยกคำร้องของ จำเลยเสีย จึงเป็นกรณี ที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้น คำสั่ง ดังกล่าวย่อมเป็นที่สุดแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 198 ทวิ จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 เห็นว่า ศาลชั้นต้นจะพิจารณาคดีใหม่ได้ต้องมีคำสั่งให้ไต่สวนมูลฟ้องใหม่ก่อนตามกฎหมายที่ให้อำนาจไว้ แต่ศาลชั้นต้นกลับมีคำสั่งให้สืบพยานโจทก์เลยโดยไม่เปิดโอกาส ให้จำเลยที่ 1 ให้ทนายความได้ซักค้านในชั้นไต่สวน มูลฟ้องใหม่นี้ซึ่งขัดกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 165 วรรคท้าย คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้พิจารณาคดีใหม่ เป็นคำสั่งที่มิชอบด้วยกฎหมาย จึงมิใช่คำสั่งระหว่างพิจารณา แม้ศาลอุทธรณ์จะสั่งยืนตามศาลชั้นต้นก็ตาม โป …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1047/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลย เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามไม่ให้ฎีกาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่า การกระทำของจำเลยฐาน ทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย เป็นผลโดยตรงที่ทำให้ผู้เสียหาย บาดเจ็บสาหัสตามที่โจทก์ระบุมาในคำฟ้องหรือไม่ เป็นฎีกา ในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้ พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 74) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 จำคุก 1 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 71) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 74) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี คู่ความย่อมต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 …