กฎหมายที่อ้างถึง: กฎหมายลักษณะอาญา
3,682 รายการ · หน้า 11 จาก 185
- ฎีกาที่ 382/2501
โจทก์จำเลยวิวาททำร้ายกันคู่วิวาทจะฟ้องให้ลงโทษอีกฝ่ายหนึ่งหาได้ไม่
- ฎีกาที่ 39/2501
ศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยแต่ให้รอการลงอาญาไว้ก่อนใช้พระราชบัญญัติล้างมลทินฯ พ.ศ.2499 ต่อมาภายหลังเมื่อใช้พระราชบัญญัติล้างมลทินฯแล้วจำเลยต้องคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกในคดีใหม่ย่อมนำเอาโทษจำคุกที่รอการลงอาญาไว้ในคดีก่อนมาบวกกับโทษในคดีใหม่นี้ได้
- ฎีกาที่ 39/2501
ศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยแต่ให้รอลงอาญาไว้ก่อนใช้ พ.ร.บ.ล้างมลทินฯ พ.ศ. 2499 ต่อมาภายหลังเมื่อใช้ พ.ร.บ.ล้างมลทินฯแล้วจำเลยต้องคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกในคดีใหม่ ย่อมนำเอาโทษจำคุกที่รอการลงอาญาไว้ในคดีก่อนมาบวกกับโทษในคดีใหม่นี้ได้
- ฎีกาที่ 395/2501
การที่จำเลยหยิบเอาเงินไป เนื่องจากที่ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ในทางทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148ความผิดเรื่องลักทรัพย์เกลื่อนกลืนเข้าไปในกรณีนั้น
- ฎีกาที่ 395/2501
การที่จำเลยหยิบเอาเงินไป เนื่องจากที่ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ในทางทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 ความผิดเรื่องลักทรัพย์เกลื่อนกลืนเข้าไปในกรณีนั้น
- ฎีกาที่ 572/2501
เมื่อศาลล่างฟังข้อเท็จจริงว่าการทำร้ายเกิดจากการวิวาทต่อสู้โจทก์ร่วมจึงไม่ใช่ผู้เสียหายดังนั้นจะอุทธรณ์หรือฎีกาขอไม่ให้รอการลงอาญาจำเลยไม่ได้
- ฎีกาที่ 572/2501
เมื่อศาลล่างฟังข้อเท็จจริงว่าการทำร้ายเกิดจากการวิวาทต่อสู้โจทก์ร่วมจึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ดังนั้นจะอุทธรณ์หรือฎีกาขอไม่ให้รอการลงอาญาจำเลยไม่ได้
- ฎีกาที่ 602/2501
ข้อเท็จจริงฟังได้แต่เพียงว่าโจทก์เป็นผู้ประมูลซื้อเสาโทรเลขให้แก่กรมไปรษณีย์โทรเลขแล้วโจทก์กับจำเลยเข้าหุ้นกันทำเสาส่งและจำเลยเป็นผู้เข้าทำสัญญากับกรมไปรษณีย์โทรเลขเสียเองโจทก์มิได้มอบหมายให้จำเลยทำการแทนหรือรับมอบเงินแทน เมื่อจำเลยได้รับเงินมาแล้วเพิกเฉยยังไม่แบ่งปันให้โจทก์ เพียงเท่านี้จะถือว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตเบียดบังเอาทรัพย์ไม่ได้
- ฎีกาที่ 602/2501
ข้อเท็จจริงฟังได้แต่เพียงว่าโจทก์เป็นผู้ประมูลซื้อเสาโทรเลขให้แก่กรมไปรษณีย์โทรเลขแล้วโจทก์กับจำเลยเข้าหุ้นกันทำเสาส่ง และจำเลยเป็นผู้เข้าทำสัญญากับกรมไปรษณีย์โทรเลขเสียเอง โจทก์มิได้มอบหมายให้จำเลยทำการแทนหรือรับมอบเงินแทน เมื่อจำเลยได้รับเงินมาแล้วเพิกเฉยยังไม่แบ่งปันให้โจทก์เพียงเท่านี้จะถือว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตเบียดบังเอาทรัพย์ไม่ได้
- ฎีกาที่ 651/2501
ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยเป็นคนร้ายล้วงกระเป๋าลักปากกาหมึกซึมของผู้เสียหายถูกจับคาหนังคาเขา การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดสำเร็จ มิใช่เป็นชั้นพยายามกระทำความผิด
- ฎีกาที่ 651/2501
ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยเป็นคนร้ายล้วงกระเป๋าลักปากกาหมึกซิมของผู้เสียหายถูกจับคาหนังคาเขา การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดสำเร็จ มิใช่เป็นขั้นพยายามกระทำความผิด
- ฎีกาที่ 707/2501
ศาลรวมกระทงลงโทษจำคุกจำเลย 15 ปีตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 131 และ 230 มิใช่ลงโทษตามบทที่หนัก โทษที่กำหนดตามคำพิพากษาในกรณีนี้จึงไม่หนักกว่าโทษที่กำหนดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 และ 162 ซึ่งเป็นกฎหมายที่บัญญัติในภายหลังตามความหมายของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา3(1) ไม่เป็นกรณีที่ศาลจะต้องกำหนดโทษเสียใหม่
- ฎีกาที่ 707/2501
ศาลรวมกระทงลงโทษจำคุกจำเลย 15 ปีตาม ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา 131 และ 230 มิใช่ลงโทษตามบทที่หนัก โทษที่กำหนดตามคำพิพากษาในกรณีนี้จึงไม่หนักกว่าโทษที่กำหนดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 และ 162 ซึ่งเป็นกฎหมายที่บัญญัติในภายหลังตามความหมายของประมวลกฎหมายอาญา ม.3 (1) ไม่เป็นกรณีที่ศาลจะต้องกำหนดโทษเสียใหม่
- ฎีกาที่ 719/2501
นายสิบและพลตำรวจสงสัยว่า จำเลยจะกินสุราเถื่อนในเวลาค่ำคืน จึงเข้าไปเพื่อจะจับกุมโดยไม่มีหมายไม่ได้ เพราะไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้าและตำรวจไม่มีอำนาจตามขึ้นไปจับจำเลยบนเรือนอันเป็นที่รโหฐานเพราะไม่ใช่กรณีฉุกเฉินอย่างยิ่ง หากตำรวจขืนขึ้นไปจับจำเลย จำเลยทำร้ายเอา ก็ไม่เป็นการต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน
- ฎีกาที่ 719/2501
นายสิบและพลตำรวจสงสัยว่า จำเลยจะกินสุราเถื่อนในเวลาค่ำคืน จึงเข้าไปเพื่อจะจับกุมโดยไม่มีหมาย ไม่ได้ เพราะไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้าและตำรวจไม่มีอำนาจตามขึ้นไปจับจำเลยบนเรือนอันเป็นที่ระโหฐาน เพราะไม่ใช่กรณีฉุกเฉินอย่างยิ่ง หากตำรวจขืนขึ้นไปจับจำเลย ๆ ทำร้ายเอา ก็ไม่เป็นการต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน
- ฎีกาที่ 744/2501
การควบคุมตัวผู้ต้องหาในคดีการพนันโดยใส่กุญแจมือล่ามโซ่เพื่อให้ผู้ต้องหาอับอายนั้นเป็นการมิชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 86 และย่อมเป็นผิดตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 145
- ฎีกาที่ 744/2501
การควบคุมตัวผู้ต้องหาในคดีการพนันโดยใส่กุญแจมือล่ามโซ่เพื่อให้ผู้ต้องหาอับอายนั้นเป็นการมิชอบด้วย วิ.อาญา มาตรา 86 และย่อมเป็นผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา 145
- ฎีกาที่ 76/2501
ฟ้องบรรยายว่าจำเลยทำผิดในวันใดวันหนึ่งแน่นอนจำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้อ้างฐานที่อยู่ครั้นเมื่อสืบพยานโจทก์หมดแล้วโจทก์ขอแก้ฟ้องเป็นว่า เมื่อระหว่างวันหนึ่งถึงอีกวันหนึ่งวันเวลาใดไม่ปรากฏชัดจำเลยได้กระทำผิดดังนี้ ไม่ใช่เป็นการขอเพิ่มเติม แต่เป็นการขอแก้รายละเอียดซึ่งต้องแถลงในฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา158(5),164 เมื่อจำเลยปฏิเสธฟ้องเดิมและได้ต่อสู้คดีในการสืบพยานโจทก์ตลอดมาจนหมดพยาน จึงถือได้ว่าจำเลยได้หลงต่อสู้คดีไปตามที่โจทก์ฟ้องผิดวันนั้นแล้วควรต้องยกคำร้องขอแก้ฟ้องนั้นและถือตามฟ้องเดิม ดังนั้น เมื่อโจทก์นำสืบว่าจำเลยกระทำผิดก่อนวันตามฟ้องเดิมถึง 2 วันข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาจึงต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องในข้อสำคัญ ชอบที่จะยกฟ้องเสียตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา192
- ฎีกาที่ 76/2501
ฟ้องบรรยายว่าจำเลยทำผิดในวันใดวันหนึ่งแน่นอน จำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้อ้างฐานที่อยู่ ครั้นเมื่อสืบพยานโจทก์หมดแล้ว โจทก์ขอแก้ฟ้องเป็นว่า เมื่อระหว่างวันหนึ่งถึงอีกวันหนึ่ง วันเวลาใดไม่ปรากฎชัดจำเลยได้กระทำผิด ดังนี้ ไม่ใช่เป็นการขอเพิ่มเติม แต่เป็นการขอแก้รายละเอียดซึ่งต้องแถลงในฟ้องตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 158(5),164 เมื่อจำเลยปฏิเสธฟ้องเดิมและได้ต่อสู้คดีในการสืบพยานโจทก์ตลอดมาจนหมดพยาน จึงถือได้ว่าจำเลยได้หลงต่อสู้คดีไปตามที่โจทก์ฟ้องผิดวันนั้นแล้ว ควรต้องยกคำร้องขอแก้ฟ้องนั้นและถือตามฟ้องเดิม ดังนั้น เมื่อโจทก์นำสืบว่าจำเลยกระทำผิดก่อนวันตามฟ้องเดิมถึง 2 วัน ข้อเท็จจริงที่ปรากฎในการพิจารณา จึงต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องในข้อสำคัญ ชอบที่จะยกฟ้องเสียตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 192
- ฎีกาที่ 784/2501
จำเลยควักปืนออกมาถือ ไม่ปรากฏอากัปกิริยาว่าจะยิงผู้ใด ผู้เสียหายกระโดดเข้ากอดจำเลยขณะจำเลยจะหันหน้ามาทางผู้เสียหาย ผู้เสียหายผลักปืนที่จำเลยถือ ปืนก็ลั่นขึ้นหนึ่งนัด โดยไม่ได้ความว่าปืนลั่นขึ้นเพราะเหตุใด ถือว่าจำเลยไม่มีเจตนาจะยิงผู้เสียหายจึงไม่เป็นผิด