กฎหมายที่อ้างถึง: กฎหมายลักษณะอาญา
3,682 รายการ · หน้า 12 จาก 185
- ฎีกาที่ 784/2501
จำเลยควักปืนออกมาถือ ไม่ปรากฎอากับกิริยาว่าจะยิงผู้ใดผู้เสียหายกระโดดเข้ากอดจำเลยขณะจำเลยจะหันหน้ามาทางผู้เสียหาย ๆ ผลักปืนที่จำเลยถือ ปืนก็ลั่นขึ้นหนึ่งนัด โดยไม่ได้ความว่าปืนลั่นขึ้นเพราะเหตุใด ถือว่าจำเลยไม่มีเจตนาจะยิงผู้เสียหายจึงไม่เป็นผิด
- ฎีกาที่ 83/2501
จำเลยเป็นบรรณาธิการผู้พิมพ์และผู้โฆษณาหนังสือพิมพ์รายวันและโฆษณายืนยันในหนังสือพิมพ์ว่าโจทก์ข่มขืนชำเรา น.ส.เฮียงการโฆษณาเช่นนี้ไม่ใช่เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยชอบธรรม จำเลยโฆษณาความประพฤติอันชั่วช้าทารุณของโจทก์ผู้ใดอ่านหรือได้ยินได้ฟังย่อมรู้สึกรังเกียจโจทก์ทำให้โจทก์เสียชื่อเสียงคนทั้งหลายดูหมิ่นเกลียดชังโจทก์ที่จำเลยเถียงว่าจำเลยโฆษณาตามคำบอกเล่าของพี่ชาย น.ส.เฮียงนั้นไม่ใช่ข้อที่จะให้จำเลยพ้นผิด เมื่อข้อความที่จำเลยโฆษณาแสดงอยู่ในตัวว่าเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ และทำให้โจทก์ต้องเสียชื่อเสียงจำเลยจะเถียงว่าไม่มีเจตนาใส่ความโจทก์ไม่มีเจตนาจะให้โจทก์เสียหายเช่นนี้ หาได้ไม่
- ฎีกาที่ 83/2501
จำเลยเป็นบรรณาธิกาผู้พิมพ์และผู้โฆษณาหนังสือพิมพ์รายวัน และโฆษณายืนยันในหนังสือพิมพ์ว่าโจทก์ข่มขืนชำเรา น.ส.เฮียง การโฆษณาเช่นนี้ไม่ใช่เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยชอบธรรมจำเลยโฆษณาความประพฤติอันชั่วช้าทารุณของโจทก์ ผู้ใดอ่านหรือได้ยินได้ฟังย่อมรู้สึกรังเกียจโจทก์ ทำให้โจทก์เสียชื่อเสียงคนทั้งหลายดูหมิ่นเกลียดชังโจทก์ ที่จำเลยเถียงว่าจำเลยโฆษณาตามคำบอกเล่าของพี่ชาย น.ส.เฮียงนั้น ไม่ใช่ข้อที่จะให้จำเลยพ้นผิด เมื่อข้อความที่จำเลยโฆษณาแสดงอยู่ในตัวว่าเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ และทำให้โจทก์ต้องเสียชื่อเสียง จำเลยจะเถียงว่าไม่มีเจตนาใส่ความโจทก์เสียหายเช่นนี้ หาได้ไม่
- ฎีกาที่ 857/2501
จำเลยใช้มีดปลายแหลมแทงผู้ตายถูกกลางหลังทะลุออกหัวนมขวาตายภายหลังเล็กน้อย ถือว่าจำเลยเจตนาฆ่า การที่จำเลยที่ 1-2 ถือมีดคนละเล่มเข้าไปในบ้านผู้ตายและจำเลยที่ 1 แทงนาง น.ภรรยานาย ข. นาย ข.ฉวยหอกเข้าทำร้ายจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 เข้าทำร้ายนาย ข. บุตรของนาย ข. ฟันจำเลยที่ 1-2 แล้วนาย ข. และบุตร ถูกจำเลยที่ 1-2 ทำร้ายถึงตาย ถือว่านาย ข.ทำเพื่อป้องกันชีวิตนาง น. และบุตรนาย ข.ป้องกันชีวิตนาย ข. ไม่ถือว่าเป็นเรื่องสมัครใจวิวาทต่อสู้ทำร้ายกัน และการที่จำเลยที่ 3 ถือขวานอยู่ที่ประตูรั้วบ้านผู้ตายก่อน แต่ไม่ปรากฏว่าเข้ามาในบ้านผู้ตายพร้อมจำเลยที่ 1-2 เมื่อจำเลยที่ 3 ฟันนาย ข. 1 ทีแล้วไม่ได้ทำอะไรอีก ไม่ถือว่าจำเลยที่ 3 สมคบกับจำเลยที่ 1-2 ฆ่าผู้ตาย มีผิดเพียงฐานทำร้ายร่างกาย
- ฎีกาที่ 857/2501
จำเลยใช้มีดปลายแหลมแทงผู้ตายถูกกลางหลังทะลุออกหัวนมขวาตายภายหลังเล็กน้อย ถือว่าจำเลยเจตนาฆ่า การที่จำเลยที่ 1-2 ถือมีดคนละเล่มเข้าไปในบ้านผู้ตายและจำเลยที่ 1 แทงนาง น.ภรรยานาย ข. ๆ ฉวยหอก เข้าทำร้ายจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 เข้าทำร้ายนาย ข.บุตรของนาย ข.ฟันจำเลยที่ 1-2 แล้วนาย ข.และบุตรถูกจำเลยที่ 1-2 ทำร้ายถึงตาย ถือว่านาย ข.ทำเพื่อป้องกันชีวิตนาง น.และบุตรนาย ข.ป้องกันชีวิตนาย ข.ไม่ถือว่าเป็นเรื่องสมัครใจวิวาทต่อสู้ทำร้ายกัน และการที่จำเลยที่ 3 ถือขวานอยู่ที่ประตูรั้วบ้านผู้ตายก่อน แต่ไม่ปรากฎว่าเข้ามาในบ้านผู้ตายพร้อมจำเลยที่ 1-2 เมื่อจำเลยที่ 3 ฟันนาย ข.1 ทีแล้วไม่ได้ทำอะไรอีก ไม่ถือว่าจำเลยที่ 3 สมคบกับจำเลยที่ 1-2 ฆ่าผู้ตาย มีผิดเพียงฐานทำร้ายร่างกาย
- ฎีกาที่ 858/2501
โจทก์อ้างว่าจำเลยฆ่าคนโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ข้อนี้เป็นบทบัญญัติในประมวลกฎหมายอาญา แต่ปรากฏว่าเหตุเรื่องนี้เกิดเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2499 ซึ่งเป็นเวลาก่อนใช้ประมวลกฎหมายอาญา เช่นนี้ จะนำประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 มาลงโทษจำเลยไม่ได้แม้จะเป็นระวางโทษเท่ากันก็ตาม จำเลยเห็นผู้ตายซึ่งเป็นคนมีสาเหตุกัน(เรื่องจำเลยหาว่าผู้ตายลักไก่ของจำเลย) ผ่านมาหยุดคุยกับคนอื่นใกล้ๆ เรือนจำเลย จำเลยจึงถือไม้แนบแอบตัวย่องมาตีผู้ตายโดยไม่ให้รู้ตัวเช่นนี้ ไม่เป็นการกระทำโดยความพยายามด้วยความพยาบาทมาดหมายตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 250(3)
- ฎีกาที่ 858/2501
โจทก์อ้างว่าจำเลยฆ่าคนโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ข้อนี้เป็นบทบัญญัติในประมวลกฎหมายอาญา แต่ปรากฎว่าเหตุเรื่องนี้เกิดเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2499 ซึ่งเป็นเวลาก่อนใช้ประมวลกฎหมายอาญา เช่นนี้ จะนำประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 มาลงโทษจำเลยไม่ได้แม้จะเป็นระวางโทษเท่ากันก็ตาม จำเลยเห็นผู้ตายซึ่งเป็นคนมีสาเหตุกัน (เรื่องจำเลยหาว่าผู้ตายลักไก่ของจำเลย) ผ่านมาหยุดคุยกับคนอื่นใกล้ ๆ เรือนจำเลย จำเลยจึงถือไม้แนบแอบตัวย่องมาตีผู้ตายโดยไม่ให้รู้ตัวเช่นนี้ ไม่เป็นการกระทำโดยความพยายามด้วยความพยาบาทมาดหมายตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 250 (3)
- ฎีกาที่ 909/2501
สารวัตรศึกษาไม่ใช่เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ออกบัตรประจำตัวประชาชน ฉะนั้นแม้จะรับสินบนหรือจดแจ้งความเท็จในการทำบัตรนั้น ก็ไม่เป็นผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 138,230
- ฎีกาที่ 909/2501
สารวัตรศึกษาไม่ใช่เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ออกบัตรประจำตัวประชาชน ฉะนั้นแม้จะรับสินบนหรือจดแจ้งความเท็จในการทำบัตรนั้น ก็ไม่เป็นผิดตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 138,230
- ฎีกาที่ 941-942/2501
จำเลยยื่นคำร้องขัดทรัพย์อันเป็นเท็จต่อศาล ไม่เป็นผิดตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 158 เพราะการฟ้องเท็จที่จะเป็นผิดตามมาตรานี้ ต้องเป็นการกล่าวโทษผู้อื่นในคดีอาญา เมื่อโจทก์ตั้งใจฟ้องให้ลงโทษจำเลยฐานฟ้องเท็จตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 158 แล้ว ศาลจะลงโทษจำเลยฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา118 ไม่ได้ เพราะไม่ตรงกับที่โจทก์ประสงค์จะให้ลงโทษจำเลยและไม่ใช่เป็นเรื่องที่โจทก์สืบสมตามฟ้อง เป็นแต่อ้างฐานความผิดหรือบทมาตราผิดไป ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสาม วรรคสี่ เมื่อศาลได้พิจารณาคดีทั้งสองรวมกันและให้รวมกระทงลงโทษจำเลยแล้ว ก็เป็นอันนับโทษจำเลยทั้ง 2 คดีต่อเนื่องกันไม่ได้
- ฎีกาที่ 941-942/2501
จำเลยยื่นคำร้องขัดทรัพย์อันเป็นเท็จต่อศาล ไม่เป็นผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญาม.158 เพราะการฟ้องเท็จที่จะเป็นผิดตามาตรานี้ ต้องเป็นการกล่าวโทษผู้อื่นในคดีอาญา เมื่อโจทก์ตั้งใจฟ้องให้ลงโทษจำเลยฐานฟ้องเท็จตามกฎหมายลักษณะอาญา ม.158 แล้ว ศาลจะลงโทษจำเลยฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานตาม ก.ม.ลักษณะอาญาม.118 ไม่ได้ เพราะไม่ตรงกับที่โจทก์ประสงค์จะให้ลงโทษจำเลยและไม่ใช่เป็นเรื่องที่โจทก์สืบสมตามฟ้อง เป็นแต่อ้างฐานความผิดหรือบทมาตราผิดไป ตาม ป.วิ.อาญาม.192 วรรค 3-4 เมื่อศาลได้พิจารณาคดีทั้งสองรวมกันและให้รวมกระทงลงโทษจำเลยแล้ว ก็เป็นอันนับโทษจำเลยทั้ง 2 คดีต่อเนื่องกันไม่ได้
- ฎีกาที่ 1006/2500
ต้องคำพิพากษาให้ลงโทษก่อน 8 พ.ย. 2499 และพ้นโทษไปแล้วก่อนวันที่ พ.ร.บ.ล้างมลทินในโอกาศครบ25พุทธศตวรรษ พ.ศ.2499 ใช้บังคับ (13 พ.ค. 2500) ดังนี้ ถือว่าผู้นั้นมิได้เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำผิดในคดีนั้นคดีมีฎีกาและศาลฎีกาพิพากษาหลังวันที่ 13 พ.ค.2500ศาลฎีกาย่อมพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลล่างว่าจะเพิ่มโทษฐานไม่เข็ดหลาบไม่ได้
- ฎีกาที่ 1006/2500
ต้องคำพิพากษาให้ลงโทษก่อน 8 พ.ย.2499 และพ้นโทษไปแล้วก่อนวันที่ พ.ร.บ.ล้างมลทินในโอกาศครบ 25 พุทธศตวรรษ พ.ศ.2499 ใช้บังคับ (13 พ.ค.2500) ดังนี้ ถือว่าผู้นั้นมิได้เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำผิดในคดีนั้น คดีมีฎีกาและศาลฎีกาพิพากษาหลังวันที่ 13 พ.ค.2500 ศาลฎีกาย่อมพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลล่างว่า จะเพิ่มโทษฐานไม่เข็ดหลาบไม่ได้.
- ฎีกาที่ 1021/2500
จุดไฟเผาไม้ในสวนของตนซึ่งอยู่ติดต่อกับสวนของผู้อื่นเห็นได้ว่าเพลิงอาจลุกลามไปไหม้สวนผู้อื่นได้ ดังนี้ เป็นการเพียงพอที่จะฟังว่าทำไปโดยฐานประมาทตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 201
- ฎีกาที่ 1021/2500
จุดไฟเผาไม้ในสวนของตนซึ่งอยู่ติดต่อกับสวนของผู้อื่น เห็นได้ว่าเพลิงอาจลุกลามไปไหม้ส่วนผู้อื่นได้ ดังนี้ เป็นการเพียงพอที่จะฟังว่าทำไปโดยฐานประมาทตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 201.
- ฎีกาที่ 1109/2500
การแห่นาคไปวัดเพื่อจะทำการอุปสมบท เป็นการกระทำตามประเพณีนิยมของชนบางหมู่ยังไม่ถึงขั้นกระทำพิธีกรรมทางศาสนา ตามความหมายใน ม.173
- ฎีกาที่ 1109/2500
การแห่นาคไปวัดเพื่อจะทำการอุปสมบท เป็นการกระทำตามประเพณีนิยมของชนบางหมู่ ยังไม่ถึงขั้นกระทำพิธีกรรมทางศาสนา ตามความหมายใน ม.173.
- ฎีกาที่ 1141/2500
จำเลยทั้งสองเดินเข้ามาหานายบุญช่วย(ผู้ตาย)ด้วยกันโดยจำเลยที่ 2 มีสาเหตุเป็นอริอยู่กับนายบุญช่วยและจำเลยที่ 1 ก็ถือมีดปลายแหลมมาด้วยเมื่อจำเลยที่ 2 เข้าเตะนายบุญช่วยๆ กระโดดหนีจำเลยที่ 1 ถือมีดตามนายบุญช่วยติดไป จำเลยที่2 ก็ตามไปด้วยจนจำเลยที่ 1 แทงนายบุญช่วยล้มลงขาดใจตายทันทีแล้วจำเลยทั้งสองจึงหนีไปด้วยกัน พฤติการณ์ของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวนี้ถือว่าเป็นการสมคบกับจำเลย ที่ 1 ฆ่านายบุญช่วยตาย
- ฎีกาที่ 1141/2500
จำเลยทั้งสองเดินเข้ามาหานายบุญช่วย (ผู้ตาย) ด้วยกันโดยจำเลยที่ 2 มีสาเหตุเป็นอริอยู่กับนายบุญช่วย และจำเลยที่ 1 ก็ถือมีดปลายแหลมมาด้วย เมื่อจำเลยที่ 2 เข้าเตะนายบุญช่วย ๆ กระโดดหนี จำเลยที่ 1 ถือมีดตามนายบุญช่วยติดไป จำเลยที่ 2ก็ตามไปด้วยจนจำเลยที่ 1 แทงนายบุญช่วยล้มลงขาดใจตายทันที แล้วจำเลยทั้งสองหนีไปด้วยกัน พฤติการณ์ของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวนี้ถือว่าเป็นการสมคบกับจำเลยที่ 1 ฆ่านายบุญช่วยตาย.
- ฎีกาที่ 1186/2500
คลองหรือทางน้ำรายพิพาทได้ขุดขึ้นในที่ดินของเอกชนโดยเจ้าของที่ดินไม่ได้อนุญาตให้เป็นทางสาธารณะการที่มีผู้คนใช้เรือเข้าออกในทางน้ำนี้มานาน หาทำให้ทางน้ำหรือคลองรายพิพาทกลายเป็นทางหลวงหรือทางสาธารณะเสมอไปไม่(อ้างฎีกาที่ 123/2483,83/2494)