กฎหมายที่อ้างถึง: กฎหมายลักษณะอาญา
3,682 รายการ · หน้า 25 จาก 185
- ฎีกาที่ 2140/2499
บุคคลจะพึงรับโทษตาม ก.ม. ลักษณะอาญา ม.123 จะต้องประกอบด้วยองค์ความผิดคือ (1) แสดงตนว่าเป็นคนสนิทชิดชอบกับเจ้าพนักงานและ (2) รับหรือยอมให้เขาสัญญาว่าจะให้ลาภสักการแก่ตัวหรือแก่ผู้อื่น เพื่อที่จะไปวิงวอนว่ากล่าวให้เจ้าพนักงานให้คุณหรือให้โทษแก่ผู้ใด และจะให้และมิให้เจ้าพนักงานทำการในหน้าที่อย่างใด ๆ ถ้าฟ้องขาดความข้อ (2) ก็เป็นฟ้องที่บรรยายไม่ครบองค์ความผิดลงโทษจำเลยไม่ได้. (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 6/2500)
- ฎีกาที่ 2142/2499
ใช้มือชกหนึ่งทีถูกที่จมูกเลือดกำเดาไหล ไม่ปรากฏว่าเลือดกำเดาออกเพราะเหตุใดและชกแรงแค่ไหน ย่อมมีผิดเพียงฐานทำร้ายร่างกายไม่ถึงบาดเจ็บเท่านั้น สำนวนการสอบสวนที่ศาลเรียกมาเองนั้นศาลจะยกขึ้นให้เป็นผลร้ายแก่จำเลยไม่ได้
- ฎีกาที่ 2145/2499
ฟ้องว่าจำเลยยิง ก.ตายโดยเจตนา ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยเจตนายิง ข.แต่พลาดไปถูกก.ตายเช่นนี้ ถือว่าข้อเท็จจริงต่างกับฟ้อง ถ้าโจทก์ประสงค์จะให้ศาลลงโทษจำเลยตาม กฎหมายอาญา มาตรา 44 ก็ต้องบรรยายลงไว้ในฟ้องให้ชัดเจน (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 6/2500)
- ฎีกาที่ 224/2499
จำเลยเป็นผู้แทงผู้ตาย แต่จับอาวุธที่จำเลยใช้แทงไม่ได้พยานโจทก์ก็ไม่สามารถแลเห็นได้ว่าที่ปลายไม้ที่จำเลยใช้แทงผู้ตายนั้นเป็นอะไร คงเห็นแต่ไม้ยาวสามศอกเศษจำเลยแทงทีเดียวแล้ววิ่งหนีพยานโจทก์ส่องไปมาทางจำเลยๆ ก็แทงไปดังนี้แสงไฟที่ส่องมาที่จำเลยนั้นไม่ทำให้จำเลยเห็นตัวผู้ตายถนัดเพื่อเลือกแทงที่สำคัญๆเพราะผู้ตายห่างจำเลยไปเกือบวา ลักษณะการแทงของจำเลยดังนี้เป็นแต่ขอให้ถูกผู้ตายเท่านั้น ไม่ได้มุ่งหมายแห่งใดแห่งหนึ่งจึงเห็นได้ว่าจำเลยไม่มีเจตนาจะฆ่าผู้ตายจำเลยจึงมีผิดเพียงฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาตาม มาตรา251
- ฎีกาที่ 235/2499
ได้ความว่าโจทก์หาว่าจำเลยสมคบกันลักเกี่ยวข้าวในนาของผู้เสียหายไปแต่ปรากฏว่านาที่จำเลยเก็บเกี่ยวข้าวไปเป็นนามือเปล่าผู้เสียหายถือว่าเป็นของตนโดยได้รับมรดกตกทอดมาจากบิดาผู้เสียหายและพรรคพวกได้ทำมาฝ่ายจำเลยก็ถือว่าเป็นของตนโดยได้ทำนิติกรรมที่อำเภอซื้อมาจากพวกจำเลยด้วยกันทั้งสองฝ่ายจะได้ทำนารายนี้ตรงไหนและจะล้ำเหลื่อมกันอย่างไรไม่ได้ความชัด พอถึงฤดูเก็บเกี่ยวต่างก็แย่งกันเก็บเกี่ยวและไปร้องต่อเจ้าพนักงานว่าอีกฝ่ายหนึ่งลักข้าวของตนเพียงเท่านี้ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยกับพวกมีเจตนาทุจริตลักเกี่ยวข้าวไปตามฟ้อง
- ฎีกาที่ 240/2499
การฟ้องขอให้ลงโทษตามกฎหมายอาญา มาตรา336(2) นั้นโจทก์จะต้องบรรยายในฟ้องด้วยว่า จำเลยมิได้รับอนุญาตอันชอบด้วยกฎหมายมิฉะนั้นย่อมจะเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ลงโทษจำเลยไม่ได้ ที่ชายทะเลซึ่งน้ำท่วมถึงนั้นหาเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินหรือทางสาธารณะเสมอไปไม่
- ฎีกาที่ 257/2499
การที่จำเลยเคยต้องโทษมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 ฐานลักทรัพย์ตามมาตรา 295 จำคุก 3 ปีครั้งที่ 2 ฐานชิงทรัพย์ตาม มาตรา299 จำคุก 1 ปี 6 เดือน แล้วกลับมากระทำผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ในคดีนี้อีก (เป็นครั้งที่ 3) ภายใน 5 ปีดังนี้ จำต้องเพิ่มโทษจำเลยเป็นทวีคูณตามมาตรา74 (อ้างฎีกาที่ 1266/2481)
- ฎีกาที่ 264/2499
ในคดีที่จำเลยหลายคนสมคบกันทำร้ายผู้เสียหายหลายคนโจทก์บรรยายฟ้องว่า 'จำเลยต่างมีมีดเป็นอาวุธสมคบกันฟันและแทงทำร้ายร่างกายนายสอาดกับนายใจถึงบาดเจ็บสาหัสทุพพลภาพฯ'ในฟ้องมิได้กล่าวว่าการกระทำของจำเลยเป็นกิจจะลักษณะต่างกรรมต่างวาระและโจทก์ก็มิได้นำสืบว่าการกระทำร้ายได้เกิดขึ้นในลักษณะอย่างไรทั้งคำขอท้ายฟ้องโจทก์มิได้อ้าง มาตรา71 ให้เรียงกระทงลงโทษ เพียงเท่านี้ยังไม่พอฟังว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกระทง
- ฎีกาที่ 278/2499
ความผิดฐานเสื่อมเสียอิสระภาพตาม กฎหมายอาญามาตรา268วรรคสามเป็นความผิดอาญาแผ่นดินโดยตรง มิใช่ความผิดต่อส่วนตัวโดยปกติพนักงานอัยการย่อมมีสิทธิจะฟ้องร้องจำเลยในความผิดฐานนี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยการร้องทุกข์ของผู้เสียหายเพียงแต่โจทก์บรรยายฟ้องถึงเรื่องข่มขืนกระทำชำเราด้วยเพื่อให้ได้ความสมบูรณ์ตามรูปเรื่องซึ่งความจริงเรื่องข่มขืนกระทำชำเรานั้นผู้เสียหายได้ถอนคำร้องทุกข์ไปแล้วย่อมเป็นที่เห็นได้ชัดว่าผู้เสียหายมีสิทธิที่จะถอนได้แต่เฉพาะเรื่องที่เป็นความผิดต่อส่วนตัวเท่านั้นไม่เกี่ยวกับความผิดอันเป็นอาญาแผ่นดินโดยตรงประการใดเลยและไม่เป็นการกระทบกระเทือนถึงสิทธิฟ้องคดีของโจทก์ในเรื่องความผิดฐานเสื่อมเสียอิสระภาพดังกล่าวมาแล้ว
- ฎีกาที่ 279/2499
คดีที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไปแม้จำเลยจะให้การภาคเสธรับว่าได้ใช้ปืนยิงผู้ตายโดยป้องกันชีวิตและทรัพย์ก็ยังเป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องนำสืบให้เป็นที่พอใจของศาลว่าจำเลยได้กระทำผิดจริง เมื่อจำเลยนำสืบได้ว่าผู้ตายกับพวกเป็นคนร้ายปล้นโคของจำเลยและขู่ว่าจะทำร้ายจำเลยๆ จึงใช้ปืนยิงผู้ตายดังนี้ย่อมถือได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันชีวิตและทรัพย์พอสมควรแก่เหตุ
- ฎีกาที่ 282/2499
การที่จำเลยบังคับขู่เข็ญจนผู้เสียหายมีความกลัวต้องส่งเงิน(ธนบัตร)ให้และจำเลยได้รับไว้แล้ว ดังนี้ย่อมถือว่าเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์สำเร็จแล้ว ส่วนการที่จำเลยกลับฉีกธนบัตรเสียนั้นก็เป็นเรื่องที่มาเปลี่ยนเจตนาขึ้นในภายหลัง
- ฎีกาที่ 308/2499
ได้ความว่าจำเลยใช้มีดปลายแหลมขนาดค่อนข้างใหญ่ตัวมีดวัดวัดได้ยาวถึง 21 ซม. จำเลยแทงผู้ตายโดยเต็มแรงตรงชายโครงด้านขวาซึ่งเป็นที่สำคัญปรากฏว่าผู้ตายถูกแทงเป็นบาดแผลลึกถึง14.5 ซม.กว้าง3ซม.ทะลุภายในช่องท้องถึงกะเพาะอาหารลำไส้ขาดทะลักออกมาจุกปากแผลโลหิตตกใน ผู้ตายถูกแทงแล้ววิ่งไล่จำเลยไปได้ 4 วาก็ล้มลงขาดใจตายการกระทำของจำเลยอาจแลเห็นผลได้ว่าผู้ที่ตนแทงอาจถึงแก่ความตายถือว่าจำเลยฆ่าคนตายโดยเจตนา จำเลยจะฆ่าคนตายโดยเจตนาหรือไม่เจตนานั้นศาลจะต้องพิเคราะห์ถึงอาวุธที่ใช้ทำร้ายว่าร้ายแรงเพียงใด ลักษณะของบาดแผลที่ถูกทำร้าย ผลอันเนื่องมาจากการกระทำร้ายประกอบกันเข้าเป็นเกณฑ์วินิจฉัยความผิดของจำเลย
- ฎีกาที่ 312/2499
ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยเข้าไปทำเจ้าทุกข์แล้วพูดขอเงินเจ้าทุกข์ตอบว่าไม่มี จำเลยชักมีดปลายแหลมออกจากเอวเงื้อง่าทำท่าจะแทงแล้วพูดว่าให้หรือไม่ให้แล้วจำเลยก็แทงไปเจ้าทุกข์หลบเสียทันแล้วรวบแขนจำเลยกอดตัวไว้เรียกให้คนช่วยมีตำรวจมาช่วยจำเลยจึงถูกจับถือว่าจำเลยใช้สาตราวุธขู่ให้เจ้าทุกข์ส่งเงินให้การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานทำให้เสื่อมเสียอิสระภาพเมื่อโจทก์บรรยายในข้อหาฐานนี้ด้วยก็ลงโทษจำเลยได้
- ฎีกาที่ 327/2499
เมื่อโจทก์ไม่มีพยานสืบให้เห็นว่าจำเลยเป็นผู้ทำเลียนแบบเครื่องหมายการค้า (ฉลากปิดขวดสุราของกรมโรงงานอุตสาหกรรม)ก็ลงโทษจำเลยตาม มาตรา 237 ไม่ได้แต่ของกลางต้องริบตาม มาตรา239
- ฎีกาที่ 330/2499
อันจะเป็นความผิดฐานรับของโจรนั้นต้องประกอบด้วยองค์สำคัญว่าของซึ่งได้รับไว้เป็นของที่ได้มาด้วยการกระทำผิดต่อกฎหมายเมื่อทางพิจารณาไม่ได้ความว่ากระบือของกลางเป็นของที่ได้มาจากการกระทำผิดกฎหมายคือถูกลักมาดังฟ้องแล้วก็ย่อมลงโทษจำเลยฐานรับของโจรหาได้ไม่
- ฎีกาที่ 34/2499
การที่จำเลยเก็บผักสะตอในที่ซึ่งผู้เสียหายและจำเลยยังเถียงกรรมสิทธิในเรื่องที่ดินและต้นสะตอรายนี้อยู่โดยมีเหตุผลนั้นย่อมฟังไม่ได้ว่าจำเลยเก็บสะตอไปโดยการทุจริตอันเป็นผิดฐานลักทรัพย์
- ฎีกาที่ 379-380/2499
ขณะที่พยานโจทก์ปากแรกเบิกความไปเพียงครึ่งปากยังไม่หมดข้อซักถามของโจทก์โจทก์ก็ยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมตำบลที่เกิดเหตุในฟ้องขึ้นอีกแห่งหนึ่งเพื่อให้ชัดเจนขึ้นซึ่งไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดีแล้วศาลย่อมอนุญาตให้แก้ได้ เมื่อสารวัตรใหญ่ผู้บังคับบัญชาจำเลยซึ่งเป็นนายทะเบียนคนต่างด้าวและเป็นเจ้าหน้าที่โดยตรงได้มอบหมายหน้าที่เฉพาะส่วนอันเกี่ยวกับเรื่องแสตมป์อากรตลอดจนฎีกาและบัญชีให้จำเลยเป็นผู้ดำเนินงานจึงถือได้ว่าจำเลยเป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ในการนี้
- ฎีกาที่ 421/2499
เพียงแต่จำเลยแสดงกิริยาวาจาต่อผู้เสียหายว่า 'พี่ณรงค์เรามาจับมือประกาศเป็นศัตรูกันตั้งแต่วันนี้ไปจนตลอดชีวิต 'พร้อมกับยื่นมือไปขอจับด้วยดังนี้ เป็นแต่เพียงจำเลยประกาศตัวเป็นศัตรูคือเลิกความเป็นมิตร ยังเรียกไม่ได้ว่าแสดงอาฆาตมาดร้าย ผู้เสียหายเป็นนายกเทศมนตรีเกี่ยวกับทางหลวงผู้เสียหายคงมีหน้าที่ระวังไม่ให้รุกล้ำถนนหลวงและคูเมืองเท่านั้นเมื่อส่งคนงานไปวัดที่ดินของผู้อื่นอันเป็นเหตุให้จำเลยโกรธกล่าวคำหมิ่นประมาท ดังนี้จำเลยหามีความผิดฐานหมิ่นประมาทเจ้าพนักงานไม่เพราะที่ผู้เสียหายสั่งไปนั้นเป็นการนอกอำนาจและหน้าที่
- ฎีกาที่ 486/2499
การที่จำเลยกับพวกสมคบกันมาเจตนาจะยิงคู่ปรปักษ์ แม้กระสุนปืนของพวกจำเลยยิงไปจะพลาดพวกปรปักษ์แต่ไปถูกผู้เสียหายซึ่งมาดูเหตุการณ์เข้าเช่นนี้จำเลยซึ่งเป็นฝ่ายพวกผู้ยิงย่อมต้องมีผิดฐานพยายามฆ่าคนตายโดยเจตนาด้วย
- ฎีกาที่ 491/2499
การที่จำเลยไม่มีอาชีพในทางค้าเสาไม้เคยขออนุญาตตัดฟันไม้ แต่รับจะจัดการตัดเสาอ้างว่ามีโควต้าทำไม้ผู้เสียหายยอมให้เงิน 3,600 บาทค่าลูกจ้างและค่าเข็นโดยจำเลยว่าเสาตามที่สั่งตัดไว้ครบแล้วหลังจากนั้นอีกนานก็ไม่มีเสามา เมื่อถูกจับก็บอกกับตำรวจว่าหาเสาไม่ได้ แต่กลับปฏิเสธต่อผู้เสียหายว่าไม่รู้เรื่องไม่ได้รับเงิน พฤติการณ์ดั่งกล่าวย่อมแสดงว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตคิดฉ้อโกงทรัพย์ของผู้เสียหาย