กฎหมายที่อ้างถึง: กฎหมายลักษณะอาญา
3,682 รายการ · หน้า 27 จาก 185
- ฎีกาที่ 700/2499
การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยฟังว่าจำเลยทำร้ายผู้เสียหายโดยทางป้องกันพอสมควรแก่เหตุเช่นนี้โจทก์จะฎีกาว่าเป็นการกระทำเกินสมควรแก่เหตุก็เป็นการคัดค้านในข้อเท็จจริงต้องห้าม (อ้างฎีกาที่ 931/2494) เมื่อศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยใช้ขวดทำร้ายผู้เสียหาย และศาลอุทธรณ์อาศัยหลักฐานในสำนวนวินิจฉัยต่อไปแต่ไม่ฟังว่าบาดแผลที่หน้าแข้งของผู้เสียหายเกิดจากการกระทำของจำเลยดังนี้หาใช่เป็นการฟังข้อเท็จจริงนอกเหนือตรงกันข้ามกับหลักฐานไม่แต่เป็นข้อเท็จจริงโจทก์จะฎีกาหาได้ไม่
- ฎีกาที่ 706/2499
ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าไก่ของกลางของผู้เสียหายได้หายไปต่อมาจับได้จากจำเลย จำเลยได้ไก่นี้มาโดยขณะที่กลับจากไร่ส่องไฟเห็นผู้ร้ายอุ้มไก่คนร้ายตกใจทิ้งไก่จำเลยเก็บไก่นั้นมาเลี้ยงไว้โดยเพื่อประโยชน์ของเจ้าของเองดังนี้จำเลยขาดเถยจิตเป็นโจรทั้งไม่ต้องด้วยความหมายของคำว่า'รับไว้ด้วยประการใดฯ' ตาม มาตรา321(2)ยังไม่เป็นผิด
- ฎีกาที่ 720/2499
การที่จำเลยถูกผู้เสียหายไล่ออกจากงานรุ่งขึ้นกลับมาหาผู้เสียหายและซื้อเหล็กแหลมรูปสามเหลี่ยมยาวคืบเศษพกติดมาด้วยและได้ใช้แทงผู้เสียหายขณะที่ไม่รู้ตัวถูกสีข้างซ้ายโดยแรงทะลุเข้าช่วงท้องไปถูกม้ามถึงต้องตัดม้ามออกเช่นนี้ ส่อให้เห็นว่ามีเจตนาจะฆ่าให้ตายที่ไม่ตายก็เพราะได้รับการรักษาทันท่วงที จำเลยจึงต้องผิดฐานพยายามฆ่าคนตายโดยเจตนาตาม มาตรา 249,60
- ฎีกาที่ 724/2499
เมื่อข้อเท็จจริงฟังว่าผู้เสียหายสมัครใจแต่งงานกับจำเลยแต่เพื่อปิดบังบิดาจึงนัดหมายให้จำเลยมาฉุดคร่าไปให้พ้นเขตที่จะต้องขอความยินยอมของบิดาผู้เสียหายตามประเพณีดังนี้การที่จำเลยฉุดแขนผู้เสียหายไปนั้นจึงไม่เป็นผิดฐานฉุดคร่าเพื่อการอนาจาร มาตรา 276
- ฎีกาที่ 742/2499
ในคำฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์ไม่ได้บรรยายความว่าจำเลยได้รับโทษในคดีดำที่ 61/2498 แล้วคงกล่าวเพียงว่า 'ขอให้นับโทษจำเลยตามคดีดำที่ 61/2498 ซึ่งบัดนี้คดีดำที่ 61/2498 ดังกล่าวเป็นคดีแดงที่483/2498 ของศาลอาญาให้ติดต่อกันด้วย' ความจริงไม่ปรากฏชัดว่าจำเลยต้องรับโทษในคดีนั้นหรือไม่ จึงไม่นับโทษต่อให้
- ฎีกาที่ 762/2499
ผู้ช่วยสมุหบัญชีแม้จะไม่มีหน้าที่โดยตรงที่จะรับเงินผลประโยชน์ที่มีผู้มาส่งก็ดีแต่เมื่อรับเงินในระหว่างที่รักษาการในตำแหน่งสมุหบัญชี หรือระหว่างปฏิบัติการรับเงินแทนสมุหบัญชีเช่นนี้ย่อมถือได้ว่ารับเงินไว้โดยหน้าที่ การที่ผู้ช่วยสมุหบัญชีลงชื่อรับเงินในฐานะสมุหบัญชีแล้วเสนอนายตำรวจลงชื่อในฐานะแทนผู้กำกับการเช่นนี้ย่อมเป็นการรับเงินในทางราชการนั่นเอง หาใช่ส่วนตัวไม่
- ฎีกาที่ 771/2499
พระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้ายเป็น กฎหมายพิเศษใช้กับผู้กระทำผิดทางอาญาถูกจำคุกหลายครั้งไม่เข็ดหลาบหาขัดกับกฎหมายอาญา มาตรา 25 ไม่ ศาลย่อมยกขึ้นใช้ปรับบทแก่จำเลยในกรณีเช่นนี้ได้ ทั้งไม่ขัดต่อ กฎหมายรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด
- ฎีกาที่ 782/2499
เมื่อคดีได้ความว่าจำเลยทั้ง 2 มีสาเหตุกับผู้เสียหายวันเกิดเหตุจำเลยทั้ง 2 ซึ่งเป็นพี่น้องกันอยู่ที่เกิดเหตุก่อนผู้เสียหายมาถึงเมื่อจำเลยที่ 2 ใช้กระสุนยิงผู้เสียหาย จำเลยที่ 1 ก็ไม่ห้ามครั้นผู้เสียหายเข้าไปถามว่ายิงเรื่องอะไรจำเลยกลับพูดว่าวันนี้กูเอามึงแน่อ้ายทัด (ชื่อผู้เสียหาย) ทั้งจำเลยที่ 2 รู้และเห็นจำเลยที่ 1 มีปืนมาในขณะนั้นดังนี้แสดงว่าจำเลยทั้ง 2 มีเจตนาร่วมกันในอันที่จะกระทำแก่ผู้เสียหายจำเลยที่ 2 ยิงด้วยลูกกระสุนก่อนแล้วจำเลยที่ 1 ก็ยิงด้วยปืนภายในระยะเวลากระชั้นชิดติดต่อกันจำเลยต้องมีผิดฐานสมคบกันพยายามฆ่าคนโดยเจตนา
- ฎีกาที่ 784/2499
กฎหมายอาญา มาตรา 43 ถือว่าบุคคลใดกระทำการใดลงโดยเจตนาจึงจะเอาโทษหากกระทำโดยมิได้เจตนาแล้วก็บัญญัติไม่เอาโทษและหลักกฎหมาย ในข้อนี้ใช้ครอบมาถึงพระราชบัญญัติภาษีเครื่องดื่มพ.ศ. 2495ด้วยตามที่บัญญัติไว้ใน มาตรา11 แห่ง กฎหมายอาญาดังนั้นการที่จำเลยเป็นเจ้าของโรงงานน้ำอัดลมและปรากฏว่าขวดน้ำโซดาได้ปิดแสตมป์ปลอมออกไปจากโรงงานของจำเลยก็ดีหากยังมีทางสงสัยว่าจำเลยอาจได้แสตมป์นี้มาโดยสุจริตไม่รู้ว่าเป็นของปลอมแล้วจำเลยก็ไม่มีความผิดฐานมีและใช้แสตมป์เครื่องดื่มปลอม
- ฎีกาที่ 794/2499
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยคัดค้านการเลือกตั้งและจำเลยเบิกความในศาลตอนหนึ่งว่า 'ก่อนวันเลือกตั้ง 2,3 วัน นายอุไรผู้สมัครรับเลือกตั้งคนหนึ่งเอานายถวัลย์ปลัดเทศบาลและนายเล็กคนขับรถดับเพลิงไปช่วยหาเสียงและกินเลี้ยงที่บ้านนายบุญปลอดและบ้านนายนิ่มระหว่างกินเลี้ยงทั้ง 2 ครั้งนี้นายถวัลย์พูดโจมตีจำเลยว่านายครอบเป็นเจ้าถ้อยหมอความยื่นคำร้องต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมให้ระงับการติดไฟในระหว่างเลือกตั้ง' ซึ่งเป็นเท็จ ขอให้ลงโทษตาม มาตรา155 ข้อความเพียงเท่านี้เห็นว่าจำเลยมิได้ให้การว่านายถวัลย์ได้พูดส่งเสริมหรือทับถมให้เลือกหรือไม่ให้เลือกผู้ใดเลยไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งอย่างไรถึงนายภวัลย์จะได้พูดเช่นนั้นจริงก็ไม่เป็นเหตุและไม่อาจเป็นเหตุให้ศาลเพิกถอนการเลือกตั้งตามสำนวนที่จำเลยร้องนั้นได้ดังนี้ข้อความที่โจทก์อ้างแม้จำเลยจะเบิกเท็จก็ไม่ใช่ข้อสำคัญในคดีเรื่องนั้นลงโทษจำเลยฐานเบิกความเท็จตามมาตรา 15 …
- ฎีกาที่ 795/2499
การที่หญิงมีสามีอายุ 28 ปีถูกชายอายุ 24 ปีฉุดกอดปล้ำต่อหน้าผู้คนโดยหญิงไม่ยินยอมโดยได้พยายามดิ้นรนขัดขวางและร้องห้ามชายนั้นก็ยังขืนกอดและฉุดอยู่อีกเมื่อหญิงดิ้นสบัดหลุดจึงใช้มีดปลอกปากกาหมึกซึมแทงไปเพียงทีเดียวถูกช่องซี่โครงชายนั้นกว้าง 1 ซม.ยาว 2ซม.และไปถูกอวัยวะสำคัญทำให้ชายนั้นถึงตายดังนี้ย่อมถือได้ว่าเป็นการกระทำเพื่อป้องกันเกียรติยศชื่อเสียงพอสมควรแก่เหตุตาม มาตรา 50
- ฎีกาที่ 8/2499
จำเลยทั้งสามกับพวกได้เข้าไปในบ้านผู้มีชื่อพร้อมกันขณะนั้นเป็นเวลาดึกมากไม่ใช่เวลาที่จำเลยกับพวกจะไปปรากฏตัวอยู่ได้ก่อเหตุระรานผู้เสียหายกล่าวคือพวกของจำเลยคนหนึ่งตีผู้เสียหายอีกคนหนึ่งยิงผู้เสียหายอีกคนหนึ่งต่อหน้าต่อตาจำเลยทั้งสามแต่จำเลยทั้งสามไม่มีใครห้ามปรามเลย กลับยังอยู่เป็นกำลังใจให้พรรคพวก แล้วพวกของตนก็ยิงกระหน่ำเข้าไปในใต้ถุนเรือนซึ่งมีผู้เสียหายซ่อนอยู่อีก 6 นัดเมื่อชาวบ้านมาร้องขอจำเลยทั้งสามกับพวกจึงพากันออกจากบ้านผู้มีชื่อไปพร้อมกันพฤติการณ์เช่นนี้แสดงชัดว่าจำเลยทั้งสามได้สมคบกันกับพวกของจำเลยไปกระทำความผิด
- ฎีกาที่ 8/2499
จำเลยทั้งสามกับพวกได้เข้าไปในส่วนผู้มีชื่อพร้อมกัน ขณะนั้นเป็นเวลาดึกมากไม่ใช่เวลาที่จำเลยกับพวกจะไปปรากฏตัวอยู่,ได้ก่อเหตุระรานผู้เสียหายกล่าวคือพวกของจำเลยคนหนึ่งตีผู้เสียหายอีกคนหนึ่ง ยิงผู้เสียหาย-อีกคนหนึ่งต่อหน้าต่อตาจำเลยทั้งสาม แต่จำเลยทั้งสามไม่มีใครห้ามปรามเลย กลับยังอยู่เป็นกำลังใจให้พรรคพวก แล้วพวกของตนก็ยิงกระหน่ำเข้าไปในใต้ถุนเรือนซึ่งมีผู้เสียหายซ่อนอยู่อีก 6 นัด เมื่อชาวบ้านมาร้องขอ จำเลยทั้งสามกับพวกจึงพากันออกจากบ้านผู้มีชื่อไปพร้อมกันพฤติการณ์เช่นนี้แสดงชัดว่าจำเลยทั้งสามได้สมคบกันกับพวกของจำเลยไปกระทำความผิด.
- ฎีกาที่ 811/2499
การที่ศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจให้นับโทษจำคุกจำเลยสองสำนวนควบกันไปโดยไม่นับโทษติดต่อกันถือว่าเป็นการแก้ไขเล็กน้อยโจทก์จะฎีกาโต้แย้งในเรื่องการขอให้นับโทษต่อไม่ได้เพราะต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
- ฎีกาที่ 816/2499
จะนับโทษต่อให้หรือไม่นั้นเป็นดุลพินิจของศาล เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะในข้อที่ให้นับโทษจำคุกจำเลยสองสำนวนควบกันไปโดยไม่นับโทษติดต่อกันนั้นเป็นการแก้ไขเล็กน้อยต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218
- ฎีกาที่ 817/2499
ความผิดฐานสมคบหน่วงเหนี่ยวกักขังคนเพื่อสินไถ่นั้นโจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้ง 5 สมคบกันกระทำผิดเริ่มแต่วันที่ 13 ธ.ค. ถึง 17 ธ.ค.95 ทั้งเวลากลางวันและกลางคืนอันเป็นเวลาระหว่างที่จำเลยลักพาเด็กไปหน่วงเหนี่ยวกักขังไว้เพื่อสินไถ่ ไม่จำต้องระบุว่าจำเลยคนใดทำอะไรความละเอียดนอกจากนี้เป็นข้อที่นำสืบจำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีและไม่หลงข้อต่อสู้ จึงไม่เป็นการฟ้องเคลือบคลุม แม้ข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาจะไม่ได้ความว่าจำเลยคนไหนเป็นผู้กักขังหน่วงเหนี่ยวและไม่มีพยานโจทก์เห็นผู้เสียหายถูกกักขังอยู่ในลังเมื่อเหตุอื่นๆ ฟังได้ว่าจำเลยสมคบกันหน่วงเหนี่ยวกักขังจริงจึงไม่ใช่ข้อเท็จจริงต่างกับฟ้อง
- ฎีกาที่ 819/2499
จำเลยทั้งสองฝ่ายวิวาทต่อสู้กันพวกของจำเลยฝ่ายหนึ่งใช้ปืนยิงอีกฝ่ายหนึ่ง ขณะนี้เองจำเลยอีกฝ่ายหนึ่งอ้างว่าได้และหนีออกมาจากการต่อสู้แล้ว เมื่อความปรากฏว่าการวิวาทได้ชุลมุนติดพันกันอยู่ตลอดมาชั่วเวลาเล็กน้อยจึงไม่อาจแยกว่าจำเลยนั้นได้ผละหนีจากการต่อสู้ขณะมีการยิงกันขึ้นแล้ว ดังนี้จำเลยอีกฝ่ายที่อ้างว่าผละหนีออกมาแล้วนั้นย่อมมีความผิดตาม มาตรา 253 ด้วย
- ฎีกาที่ 821/2499
การที่จำเลยและผู้ตายต่างมีอาวุธ เกิดโต้เถียงท้าทายและสมัครใจเข้าทำร้ายกัน จำเลยใช้มีดแทงผู้ตายถูกลิ้นปี่ถึงตายดังนี้จำเลยจะอ้างว่าได้กระทำไปเพื่อป้องกันชีวิตหาได้ไม่ การที่จำเลยใช้มีดยาวถึงคืบเศษแทงเขาถูกลิ้นปี่เป็นแผลกว้าง3 ซม.ยาว4ซม. ลึกจดหัวใจล้มลงขาดใจตายในทันทีย่อมแสดงว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าเขาให้ถึงแก่ความตาย
- ฎีกาที่ 824/2499
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยถือท้ายเรือโดยประมาทชนสะพานสาธารณะถึงเสาหัก 2 ต้นสะพานชำรุด ขอให้ลงโทษฐานทำโดยประมาทตามมาตรา 191,201 นั้นถือได้แล้วว่าเป็นคำบรรยายฟ้องที่สมบูรณ์และถ้าหากจำเลยกระทำดั่งข้อกล่าวหาของโจทก์เรียกได้ว่ากระทำให้เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์ต้องตามมาตรา 201(1) อันเป็นความผิดที่จะต้องรับโทษอาญาแล้ว
- ฎีกาที่ 828/2499
เมื่อมีกรณีต่อว่าและโต้เถียงกันขึ้น แล้วจำเลยแทงผู้ตายเพียงครั้งเดียวถูกชายโครงซ้ายผู้ตายทะลุในแต่มีดที่ใช้แทงไม่ได้ความว่ามีขนาดแค่ไหน ดังนี้ย่อมมีผิดเพียงฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาเท่านั้น ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา ได้ความว่าฆ่าคนโดยไม่เจตนาลงโทษได้