กฎหมายที่อ้างถึง: กฎหมายลักษณะอาญา
3,682 รายการ · หน้า 32 จาก 185
- ฎีกาที่ 1446/2498
การที่ผู้ตายใช้เท้าถีบจำเลยก่อน จำเลยจึงวิ่งไปเอาหอกในเรือนห่างเพียง 1 วาเข้าทำร้ายผู้ตาย ในทันใดนั้น ย่อมเรียกได้ว่าจำเลยถูกกดขี่ข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมจึงบันดาลโทษะขึ้นในขณะนั้นนั่นเอง เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยถูกกดขี่ข่มเหงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมก่อนเช่นนั้น ศาลย่อมมีอำนาจที่จะลดโทษจำเลยฐานบันดาลโทสะได้ แม้จำเลยมิได้ยกขึ้นต่อสู้
- ฎีกาที่ 1455/2498
ความผิดที่จะเพิ่มโทษทวีคูณตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 74นั้น หมายถึงความผิดที่ซ้ำประเภทเดียวกัน กล่าวคือซ้ำกันในเรื่องความผิดฐานประทุษร้ายต่อชีวิตและร่างกายตั้งแต่มาตรา 249 ถึง 259 ประเภทหนึ่ง กับซ้ำกันในเรื่องความผิดฐานประทุษร้ายต่อทรัพย์ตั้งแต่ มาตรา 288 ถึง 323 อีกประเภทหนึ่ง จำเลยเคยต้องโทษฐานลักทรัพย์ ต้องโทษจำคุกเกินกว่า 6 เดือนมาแล้วทั้ง 2 ครั้ง พ้นโทษไปแล้วไม่เกิน 5 ปีมากระทำผิดฐานรับของโจรอีก ดังนี้การกระทำของจำเลยเข้าเกณฑ์ความผิดตาม มาตรา 74 แล้ว
- ฎีกาที่ 1455/2498
ความผิดที่จะเพิ่มโทษทวีคูณตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 74นั้น หมายถึงความผิดที่ซ้ำประเภทเดียวกัน กล่าวคือซ้ำกันในเรื่องความผิดฐานประทุษร้ายต่อชีวิตและร่างกายตั้งแต่มาตรา 249 ถึง 259 ประเภทหนึ่ง กับซ้ำกันในเรื่องความผิดฐานประทุษร้ายต่อทรัพย์ตั้งแต่ มาตรา 288 ถึง 323 อีกประเภทหนึ่ง จำเลยเคยต้องโทษฐานลักทรัพย์ ต้องโทษจำคุกเกินกว่า 6 เดือนมาแล้วทั้ง 2 ครั้ง พ้นโทษไปแล้วไม่เกิน 5 ปีมากระทำผิดฐานรับของโจรอีก ดังนี้การกระทำของจำเลยเข้าเกณฑ์ความผิดตาม มาตรา 74 แล้ว
- ฎีกาที่ 1481/2498
การลดโทษฐานปราณีแก่จำเลยตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 59 นั้นเป็นการใช้ดุลพินิจซึ่งเป็นข้อเท็จจริงเฉพาะเรื่องมิใช่เป็นข้อกฎหมาย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำคุกจำเลยคนละ 6 เดือนฐานทำร้ายร่างกายบาดเจ็บตาม มาตรา 254-63 ลดฐานปราณีตามมาตรา 59 กึ่งหนึ่งคงจำคุกคนละ 3 เดือน แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำคุกจำเลยคนละ 1 ปี 6 เดือน โดยบทมาตราเดียวกัน และไม่ลดฐานปราณีให้ เพราะถือว่าจำเลยจำนนแก่พยาน ดังนี้ถือว่าการลดโทษฐานปราณีแก่จำเลยตาม มาตรา 59เป็นการใช้ดุลพินิจซึ่งเป็นข้อเท็จจริงเฉพาะเรื่อง ไม่ใช่เป็นข้อกฎหมายจึงฎีกาไม่ได้
- ฎีกาที่ 1481/2498
การลดโทษฐานปราณีแก่จำเลยตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 59 นั้นเป็นการใช้ดุลพินิจซึ่งเป็นข้อเท็จจริงเฉพาะเรื่องมิใช่เป็นข้อกฎหมาย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำคุกจำเลยคนละ 6 เดือนฐานทำร้ายร่างกายบาดเจ็บตาม มาตรา 254-63 ลดฐานปราณีตามมาตรา 59 กึ่งหนึ่งคงจำคุกคนละ 3 เดือน แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำคุกจำเลยคนละ 1 ปี 6 เดือน โดยบทมาตราเดียวกัน และไม่ลดฐานปราณีให้ เพราะถือว่าจำเลยจำนนแก่พยาน ดังนี้ถือว่าการลดโทษฐานปราณีแก่จำเลยตาม มาตรา 59เป็นการใช้ดุลพินิจซึ่งเป็นข้อเท็จจริงเฉพาะเรื่อง ไม่ใช่เป็นข้อกฎหมายจึงฎีกาไม่ได้
- ฎีกาที่ 149/2498
ความผิดฐานปลอมหนังสือและใช้หนังสือปลอมนั้นจะต้องประกอบด้วยองค์ความผิดว่าอาจเกิดความเสียหายแก่สาธารณชนหรือแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งด้วย ฉะนั้นฟ้องโจทก์ที่มิได้บรรยายถึงองค์ความผิดข้อนี้ไว้จึงไม่เป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตามกฎหมาย
- ฎีกาที่ 150/2498
จำเลยใช้พายตีผู้ตายซึ่งนั่งเรือลำเดียวกันมาเรือล่ม ผู้ตายจมน้ำตาย เป็นความผิดตาม มาตรา 251
- ฎีกาที่ 152/2498
จำเลยบอกคนข้างเคียงว่าจะจุดไฟสุมไร่เพื่อประโยชน์แก่การเกษตรกรรมเช่นเคยให้ดูแลห้างของคนข้างเคียงไว้ เมื่อไฟลุกลามไปไหม้ทรัพย์สินของคนข้างเคียงในลักษณะที่อาจช่วยกันดับได้ทันและไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ระมัดระวังหรือจัดการอย่างใด ดังนี้การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 201
- ฎีกาที่ 152/2498
จำเลยบอกคนข้างเคียงว่าจะจุดไฟสุมไร่เพื่อประโยชน์แก่การเกษตรกรรมเช่นเคย ให้ดูแลห้างของคนข้างเคียงไว้เมื่อไฟลุกลามไปไหม้ทรัพย์สินของคนข้างเคียงในลักษณะที่อาจช่วยกันดับได้ทันและไม่ปรากฎว่าจำเลยได้ระมัดระวังหรือจัดการอย่างใด ดังนี้การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม. 201
- ฎีกาที่ 1521/2498
ฟ้องโจทก์กล่าวหาว่าจำเลยมีปืนแก๊บ 1 กระบอกไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตประการเดียว เห็นได้ว่าเป็นความผิด เพราะมิได้รับอนุญาตเท่านั้น ฉะนั้นศาลจะสั่งริบปืนกระบอกนั้นหาได้ไม่
- ฎีกาที่ 1521/2498
ฟ้องโจทก์กล่าวหาว่าจำเลยมีปืนแก๊บ 1 กระบอกไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตประการเดียว เห็นได้ว่าเป็นความผิด เพราะมิได้รับอนุญาตเท่านั้น ฉะนั้นศาลจะสั่งริบปืนกระบอกนั้นหาได้ไม่
- ฎีกาที่ 153/2498
ที่สาธารณะประโยชน์เดิมเป็นอำนาจและหน้าที่ของกรมการอำเภอที่จะตรวจตรารักษาตาม พระราชบัญญัติปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 มาตรา122 ต่อมาอำนาจหน้าที่นี้ได้โอนมาเป็นอำนาจหน้าที่ของนายอำเภอโดย พระราชบัญญัติระเบียบราชการบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2495 มาตรา 40 วรรคสามและไม่มีข้อความแห่งใดใน พระราชบัญญัตินี้เพิกถอนอำนาจนายอำเภอที่มีอยู่ตาม พระราชบัญญัติปกครองท้องที่ดังกล่าว(พ.ศ.2457)ดังนี้เมื่อนายอำเภอสั่งให้จำเลยออกไปจากที่สาธารณะประโยชน์จำเลยขัดขืนก็มีความผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานตามกฎหมายอาญา มาตรา334(2)(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 12/98)
- ฎีกาที่ 1545/2498
ข้อเท็จจริงได้ความว่าห้องแถวและโรงโจทก์เช่ามามีกำหนด1 ปีครบกำหนดผู้ให้เช่าได้บอกเลิกสัญญาเช่า ทั้งได้ความว่าโจทก์ไม่เคยเข้าครอบครองที่พิพาทนี้เลย ดังนี้โจทก์จึงไม่มีสิทธิในห้องแถวและโรง เมื่อจำเลยเป็นผู้เช่าต่อมาและเข้ารื้อห้องแถวและโรง จึงไม่เป็นการกระทำละเมิดสิทธิต่อโจทก์ และไม่มีความผิดฐานบุกรุกเคหสถานของโจทก์
- ฎีกาที่ 1545/2498
ข้อเท็จจริงได้ความว่าห้องแถวและโรงโจทก์เช่ามามีกำหนด1 ปีครบกำหนดผู้ให้เช่าได้บอกเลิกสัญญาเช่า ทั้งได้ความว่าโจทก์ไม่เคยเข้าครอบครองที่พิพาทนี้เลย ดังนี้โจทก์จึงไม่มีสิทธิในห้องแถวและโรง เมื่อจำเลยเป็นผู้เช่าต่อมาและเข้ารื้อห้องแถวและโรง จึงไม่เป็นการกระทำละเมิดสิทธิต่อโจทก์ และไม่มีความผิดฐานบุกรุกเคหสถานของโจทก์
- ฎีกาที่ 1549/2498
จำเลยกับผู้ตายสมัครใจเข้าต่อสู้กัน แม้บาดแผลของผู้ตายจะมีถึง 6 แผลก็ตาม แต่แผลที่สำคัญมีแผลเดียวคือที่คอใต้หูซ้าย นอกนั้นเป็นแผลที่ไม่อาจทำให้ถึงตาย ดังนี้ยังไม่พอฟังว่าจำเลยมีเจตนาจะฆ่าผู้ตาย
- ฎีกาที่ 1549/2498
จำเลยกับผู้ตายสมัครใจเข้าต่อสู้กัน แม้บาดแผลของผู้ตายจะมีถึง 6 แผลก็ตาม แต่แผลที่สำคัญมีแผลเดียวคือที่คอใต้หูซ้าย นอกนั้นเป็นแผลที่ไม่อาจทำให้ถึงตาย ดังนี้ยังไม่พอฟังว่าจำเลยมีเจตนาจะฆ่าผู้ตาย
- ฎีกาที่ 1570/2498
ข้าราชการร้องทุกข์ต่อผู้บังคับบัญชาว่าเพื่อนข้าราชการด้วยกันด่าว่าและได้กล่าวถึงความประพฤติเสียหายของเพื่อนข้าราชการผู้นั้นประกอบคำร้องทุกข์ไปด้วย ข้าราชการผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้คัดค้านความเท็จจริงแห่งคำร้องทุกข์นั้นไว้ในชั้นดำเนินคดีแต่ประการใด คำร้องทุกข์นั้นจึงถือได้ว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตในการแสดงความชอบธรรมของตนหรือในการที่จะต้องต่อสู้หรือป้องกันตนหรือในการป้องกันประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ผิดฐานหมิ่นประมาท
- ฎีกาที่ 1570/2498
ข้าราชการร้องทุกข์ต่อผู้บังคับบัญชาว่าเพื่อนข้าราชการด้วยกันด่าว่าและได้กล่าวถึงความประพฤติเสียหายของเพื่อนข้าราชการผู้นั้นประกอบคำร้องทุกข์ไปด้วย ข้าราชการผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้คัดค้านความเท็จจริงแห่งคำร้องทุกข์นั้นไว้ในชั้นดำเนินคดีแต่ประการใด คำร้องทุกข์นั้นจึงถือได้ว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตในการแสดงความชอบธรรมของตนหรือในการที่จะต้องต่อสู้หรือป้องกันตนหรือในการป้องกันประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ผิดฐานหมิ่นประมาท
- ฎีกาที่ 1572/2498
ในคดีเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ ฟ้องของโจทก์ไม่ได้กล่าวระบุวันเวลาที่จำเลยคิดทุจริตยักยอกเอาทรัพย์ไป คงกล่าวแต่วันเวลาที่จำเลยได้รับมอบหมายทรัพย์เท่านั้น ทั้งไม่อาจเข้าใจได้ว่าจำเลยยักยอกทรัพย์ที่ได้รับมอบหมายไปวันใด ดังนี้ฟ้องของโจทก์ย่อมไม่สมบูรณ์ตาม กฎหมาย (อ้างฎีกาที่ 117/2492)
- ฎีกาที่ 1572/2498
ในคดีเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ ฟ้องของโจทก์ไม่ได้กล่าวระบุวันเวลาที่จำเลยคิดทุจริตยักยอกเอาทรัพย์ไป คงกล่าวแต่วันเวลาที่จำเลยได้รับมอบหมายทรัพย์เท่านั้น ทั้งไม่อาจเข้าใจได้ว่าจำเลยยักยอกทรัพย์ที่ได้รับมอบหมายไปวันใด ดังนี้ฟ้องของโจทก์ย่อมไม่สมบูรณ์ตาม กฎหมาย (อ้างฎีกาที่ 117/2492)